foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
ย่างเข้าเดือนพฤษภาคม มีฝนและลมพายุฤดูแล้งเข้ามาแบบคาดไม่ถึง มีลูกเห็บขนาดใหญ่บ้างว่าเท่ากำมือตกลงมาทำความเสียหายแก่อาคาร บ้านเรือนในหลายท้องที่ ฝนหลงฤดูทำเอาถนนหนทางขาด ต้นไม้ล้มพาดสายไฟฟ้าเกี่ยวเกาะกันล้มเกิดความเสียหาย ลำบากเดือดร้อนกันในหลายพื้นที่ ระมัดระวังกันนะครับ ฝนต้นฤดูแบบนี้ปลายฤดูจะแล้งหรือไม่ เกษตรกรต้องติดตามข่าวสารจากทางกรมอุตุนิยมวิทยากันหน่อยนะครับ ด้วยความเป็นห่วงพี่น้องบ้านเฮา

Facebook Likebox

fb like isangate

IsanGate Radio Online

radio online banner

Administrator

mail webmaster

My Web Site

krumontree200x75
easyhome banner
isangate net200x75

Visitors Counter

01552531
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
3637
3140
18090
452968
78812
74236
1552531

Your IP: 54.156.76.187
2018-05-25 18:03

 

View     Stat
paya header

ju juคันว่าได้ดีแล้ว อย่าลืมคุณพ่อแม่ เผิ่นหากเลี้ยงแต่น้อย ถนอมให้ใหญ่สูง

## ได้ดิบได้ดีแล้ว อย่าลืมบุญคุณบุพการีที่ส่งเสริมเฮาจนเติบใหญ่ ##

isan vocation

ka so 00กะโซ้ (เครื่องมือวิดน้ำ)

กะโซ้ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิดน้ำออกจากบ่อ หรือที่นา ในสมัยโบราณยังไม่มีเครื่องจักรประเภทเครื่องสูบน้ำ การวิดน้ำจากนา จากบ่อ หรือจากสระน้ำ จะใช้ภาชนะที่มีขนาดจุน้ำให้มากพอสมควร ทำการตักน้ำออกทิ้ง ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือความล่าช้า และความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อแขน จึงได้มีการคิดประดิษฐ์อุปกรณ์ช่วยในการวิดน้ำขึ้น โดยอาศัยหลักของแรงเหวี่ยงของแขน ทำให้สามารถวิดน้ำได้เร็วขึ้น และออกแรงน้อยลง นั่นคือ กะโซ้ นั่นเอง (คนโบราณกะฮู้จักการใช้แรงตามกฎฟิสิกส์คือกันเด้อ)

ตัวกะโซ้ ทำมาจากการสานด้วยไม้ไผ่ เพื่อให้มีน้ำหนักเบา มีคันสำหรับจับและดันส่งแรงในการวิดน้ำ กะโซ้ในภาคอื่นจะมีชื่อเรียกแปลกออกไป เช่น โชงโลง ชงลง หรือ พงน้ำ ซึ่งก็อันเดียวกับ กะโซ้ คันโซ้ ในภาคอีสาน ที่มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิดน้ำ เพื่อทำการเพาะปลูกพืชพรรณต่างๆ หรือวิดน้ำจับปลาไว้เป็นอาหาร

กะโซ้ ชงโลง หรือ โพง เป็นเครื่องวิดน้ำ โดยการโพงน้ำจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง จึงมักเรียกว่า “โพง” เครื่องวิดน้ำ พื้นบ้านชนิดนี้มีใช้ทุกภาคของประเทศ รูปแบบอาจแตกต่างกันไปบ้างตามความนิยมของแต่ละท้องถิ่น แต่รูปแบบหลักๆ และลักษณะการใช้งานจะเหมือนกันแทบทั้งสิ้น

สมัยทิดหมูยังน้อย กะเคยแบกกะโซ้ไปสาปลาข้อน กับอีพ่ออยู่นาอยู่เด้อ บางทีกะเห็นพ่อไปสาน้ำจากหัวไฮ่ปลายนาเข้าใส่ตากล้า ไปหาปลาในหนองยามน้ำขอดกะใช้กะโซ้ สมัยสู่มื้อนี้สะดวกกว่าหลาย ย้อนเพิ่นมีเครื่องสูบน้ำน้อยใหญ่มาใช้แทน

กะโซ้ หรือ ชงโลง มีสองชนิดคือ ชนิดที่สานด้วยไม้ไผ่ และชนิดที่ทำด้วยไม้จริง กะโซ้ทั่วไปจะมีรูปร่างคล้ายช้อน หากเป็นกะโซ้ไม้ไผ่มักจะสานทึบทั้งหมด เพื่อไม่ให้น้ำรั่ว กะโซ้จะมีด้ามไม้ไผ่ผูกติดอยู่กลางปาก ด้ามกะโซ้จะมีทั้งแบบยาวและแบบสั้น หากเป็นด้ามสั้นจะใช้วิดน้ำโดยใช้มือข้างหนึ่งจับที่ด้ามกะโซ้ค่อนไปข้างหน้า มืออีกข้างหนึ่งจับด้ามกะโซ้ที่ยื่นพ้นออกไปจากตัวกะโซ้ค่อนไปข้างหน้า มืออีกข้างหนึ่งจับด้ามโพงที่ยื่นพ้นออกไปจากตัวกะโซ้เล็กน้อยวิดน้ำโดยการแกว่งกะโซ้จ้วงตักน้ำแล้วสาดไปข้างหน้า

กะโซ้ มีลักษณะคล้ายเรือครึ่งท่อน แต่มีลักษณะเล็กกว่า วัสดุที่นำมาทำกะโช้ใช้ผิวไม้ไผ่มาจักเป็นตอก และมักจะสานเป็นลายสองหรือลายสาม ที่ปลายขอบจะเหลาไม้ไผ่หนาประมาณครึ่งเซนติเมตร แล้วใช้ไม้ไผ่ประกบตอกที่สานในส่วนปลายขอบ เพื่อให้มีความคงทนถาวร ไม่หลุดลุ่ยได้ง่าย ไม้ไผ่ที่ใช้สำหรับประกบนั้นจะมัดด้วยหวาย ซึ่งชาวบ้านมักจะเรียกว่า การขอดหัว หรือ การขอดหัวแมลงวัน เป็นการผูกมัดเงื่อนหวายให้แน่นวิธีหนึ่ง

ka so 01

กะโซ้ มีด้ามยาวๆ ทำด้วยไม่ไผ่เช่นกัน ไม้ไผ่ส่วนปลายที่ติดกับปากกะโซ้ ใช้ไม้จริงค่อนข้างเหนียว สมัยโบราณนิยมใช้ไม้ข่อย เจาะรูที่ไม้ไผ่แล้วใช้ไม้ข่อยสอดรูให้ได้พอดิบพอดี มีลักษณะเหมือนไม้กางเขน ใช้หวายผูกมัดไม้ข่อยอีกครั้ง ส่วนปลายบนอาจจะทำในลักษณะค้ำยันด้วยไม้ไผ่สามเส้า ชาวบ้านเรียก ขาหยั่ง เอาปลายเชือกมัดหลักที่ค้ำยันนั้น เวลาโพงน้ำหรือวิดน้ำจะจับด้ามกะโซ้ตักน้ำสาดไปข้างหน้า

การทำกะโซ้

ใช้ไม้ไผ่ความยาว 80 เซนติเมตร กว้าง 2 เซนติเมตร ผ่าเป็นชิ้นๆ จักเป็นตอกกว้าง 2 เซนติเมตร หนาครึ่งมิลลิเมตร นำมาสานลายสองให้ความกว้างยาวตามต้องการและม้วนก้นใส่ขอบ ใช้หวายถักรอบขอบเข้ากับก้านไม้ไผ่แข็ง นำคันกะโซ่ ซึ่งทำจากไม้เนื้อแข็งหรือไม้ไผ่ยาวประมาณ 2.50 เมตร มาติดใช้หวายถักมัดและดึงรั้งขอบของกระโซ้ทั้งสองด้านให้หุบเข้าหากัน

วิธีการใช้งาน

โดยทั่วไปสำหรับคนถนัดมือขวา ให้ใช้มือซ้ายจับที่คันบริเวณด้านขอบในตัวกระโซ้ มือขวาจับคันด้านนอกตักน้ำจากที่ต้องการ ใช้มือขวาเป็นแรงส่งดันเทน้ำไปยังอีกฟากหนึ่ง หรืออาจใช้วิธีการทำขาหยั่ง 3 ขา สูงจากพื้นดินประมาณ 1.50 - 2.00 เมตร ขาด้านบนไขว้ทับกัน ด้านล่างถ่างออกให้มึความกว้างมากกว่าตัวของกะโซ้พอสมควร ใช้เชือกผูกขาหยั่งด้านบนตรงกลางห้อยลงมา ผูกตรงบริเวณกลางขอบในของกะโซ้ ผู้ใช้ใช้มือทั้งสองข้างจับที่ปลายคันของกระโซ้ปักดิ่งลงไปตักน้ำแล้วเหวี่ยงเททิ้งไปข้างหน้า วิธีนี้จะผ่อนแรงกว่าวิธีแรกมาก

ka so 02

ปัจจุบัน การใช้กะโซ้วิดน้ำเพื่อการเกษตรหรือการจับสัตว์น้ำ มักไม่ค่อยใช้กันเหมือนในอดีตแล้ว เพราะมีเครื่องสูบน้ำเข้ามาใช้แทนที่ บางสถานที่ยังมีการใช้กะโซ้อยู่บ้าง แต่กะโซ้สมัยใหม่แทนที่จะสานด้วยไม้ไผ่ ก็จะใช้กระป่อง แกลลอนพลาสติก หรือปี๊บ ทำเป็นกะโซ้ใช้วิดน้ำแทนได้

 

กงพัด, หลุก หรือ ระหัดวิดน้ำ แบบอีสานโบราณ

กงพัด

กงพัด หมายถึง ระหัดวิดน้ำเข้านา โดยใช้ไม้ทำเป็นรางระหัดให้น้ำไหลผ่าน ซึ่งมีใบระหัด (ภาษาอีสานเรียกว่า แป้นพัดน้ำ) เป็นตัวกวาดน้ำให้ขึ้นมาตามรางระหัด เมื่อขณะที่ชาวนาใช้เท้าถีบคันฉุดล้อจะหมุนฉุดคันระหัดเลื่อนไป โดยกวาดน้ำให้ไหลขึ้นไปตามรางระหัดด้วย (ภาคกลางทำนาเกลือใช้ระหัดชนิดเดียวกัน ต่างแต่ใช้กังหันลมฉุดให้ลากใบระหัดกวาดน้ำไหลเข้านาเกลือ)

กงพัด ในภาษาอีสานนั้นยังหมายถึง กงพัดน้ำในพิธีฮดสรงพระ ด้วย

ลักษณะของกงพัด

กงพัด เป็นเครื่องมือใช้ในการวิดน้ำเข้านา ทำจากไม้กระดาน มีกลไกซับซ้อนกว่าเครื่องมือพื้นบ้านอื่นๆ ประกอบด้วย

  1. เรือนกงพัด ทำด้วยโครงไม้กระดานแข็งแรง มีความยาวประมาณ 2.50 เมตร กว้าง 0.25 เมตร สูง 0.40 เมตร รางน้ำยาวประมาณ 2.30 เมตร กว้าง 15 เซนติเมตร สูง 20 – 30 เซนติเมตร รางน้ำทำด้วยไม้กระดานตอกติดกันเป็นราง ใช้ชันยากันน้ำรั่ว
  2. กง หรือ กงล้อ กงล้อยึดแน่นอยู่ทั้งด้านหัวและด้านท้าย มีขนาดเท่ากัน ประกอบด้วยเพลามีซี่กงล้อ 8 ซี่ ซึ่งทำหน้าที่ฉุดใบระหัดให้เคลื่อนตัวกวาดน้ำให้ไหลขึ้นไปตามรางน้ำ กงล้อด้านหัวนั้นจะมีเพลายาวยื่นออกมาต่อกับคันฉุดหรือที่ถีบระหัด
  3. ใบระหัด หรือ แป้นพัดน้ำ ทำด้วยไม้กระดาน ขนาดกว้าง 10 เซนติเมตร สูง (ยาว) 15 เซนติเมตร ตรึงติดกับไม้แกนที่มีข้อต่อติดกันเป็นสายเหมือนสายโซ่

look ra had wid nam 2

วิธีใช้งาน

นำกงพัดไปวางให้ด้านท้ายลงแช่ในน้ำ โดยให้ส่วนหัวไปพาดกับคันนาที่จะชักน้ำเข้า ชาวนาจะใช้เท้าถีบคันฉุด (เหมือนถีบจักรยาน) คันฉุดจะลากใบระหัดให้เคลื่อนที่ ส่วนแป้นพัดน้ำจะกวาดเอาน้ำให้ไหลขึ้นไปตามรางน้ำของระหัด หากถีบคันฉุดเรื่อยๆ น้ำจะไหลเข้านาเรื่อยๆ

หลุก ระหัดน้ำ อีกแบบที่ใช้พลังจานจากน้ำโดยตรง

ระหัดวิดน้ำ หรือที่ในภาคอีสาน เรียกว่า "หลุก" เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ทดน้ำมาใช้ในการเกษตร ระหัดวิดน้ำทำจากไม้ไผ่เกือบทั้งหมด

ส่วนประกอบของระหัดวิดน้ำ มีองค์ประกอบหลัก 14 อย่าง คือ

  1. หลักค้ำ จำนวน 4 ตัว ทำหน้าที่เป็นเสารองรับหรือค้ำระหัดไว้ทั้งตัว
  2. คาน ทำหน้าที่รองรับหมอนรองดุม และระหัดทั้งตัว
  3. หมอนรองดุม ทำหน้าที่รองรับ หรือหนุนดุมแกนระหัด
  4. ดุม ทำหน้าที่เป็นแกนหมุน คล้ายเฟืองรถยนต์เพื่อให้ระหัดหมุนวิดน้ำได้คล่องตัว
  5. กำระหัด มีทั้งหมด 38 - 40 กำ ทำหน้าที่คล้ายกำล้อเกวียน หรือซี่ล้อรถจักรยานเพื่อยึดรอบดุมให้เป็นวงกลมแข็งแรง
  6. กงระหัด ทำหน้าที่เป็นวงกลม (วงนอก) เชื่อมต่อเข้ากับกำ เพื่อยึดกำระหัดให้แข็งแรงไม่เลื่อนหลุด
  7. คื่อ หรือ ขื่อ เป็นคานรองรับรางรับน้ำ
  8. ตาด อยู่บริเวณปลายกำ มีลักษณะคล้ายพัดทำหน้าที่กั้นหรือตักน้ำเข้ากระบอกไม้ไผ่ (บั้งน้ำ)
  9. บั้ง หรือ กระบอกน้ำ ทำหน้าที่รับน้ำจากตาดส่งต่อไปให้กับรางรับน้ำ
  10. รางรับน้ำ ทำหน้าที่รับน้ำจากบั้งน้ำ ให้ไหลส่งต่อไปรางส่งน้ำอีกทอดหนึ่ง
  11. รางส่งน้ำ ทำหน้าที่ส่งน้ำไปให้ไหลเข้าแปลงนา
  12. รวงน้ำ ทำหน้าที่บีบน้ำหรือบังคับน้ำให้น้ำไหลเข้าสู่ระหัด สัมผัสกับตาดให้เกิดแรงดันหมุนระหัด (ทำหน้าที่คล้ายกับฝายกั้นน้ำเปลี่ยนทิศทางให้น้ำไหลเร็วแรงมายังตัวใบตาด เพิ่มกำลังฉุดลากกังหัน)
  13. ราวกั้นน้ำ ทำหน้าที่เหมือนฝายทดน้ำหรือคูกั้นน้ำ
    14. ปล่องเรือ อยู่บริเวณราวกั้นน้ำ เป็นช่องควบคุมระดับน้ำและระบายน้ำฉุกเฉิน หากปริมาณน้ำมีมากในหน้าฝน

look ra had wid nam 1

ปััจจุบัน ระหัดวิดน้ำ ยังพบอยู่บริเวณน้ำลำตะคอง ใช้หนาแน่นมากบริเวณต้นน้ำและกลางน้ำในเขตอำเภอปากช่อง สีคิ้ว และสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา นอกจากนี้ยังพบในบริเวณลำปะทาว ในพื้นที่ ตำบลนาเสียว นาฝาย และบ้านเล่า อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ

ประโยชน์ของระหัดวิดน้ำ

  • ประหยัดพลังงานและเป็นพลังงานทางเลือก
  • มีน้ำใช้อย่างเพียงพอในฤดูทำนา
  • สามารถดักปลา กุ้ง และสัตว์น้ำเล็กๆ ได้
  • เป็นที่กักเก็บน้ำ
  • เป็นแหล่งขยายพันธ์ปลา
  • ใช้เป็นเส้นทางเดินข้ามคลอง
  • สามารถใช้วัสดุธรรมชาติท้องถิ่นซ่อมแซมได้ง่าย
  • มีอายุการใช้งานยาวนานประมาณ 20-30 ปี
  • สร้างความสามัคคีในชุมชน เพราะชาวบ้านต้องมาร่วมมือกันในการสร้างและซ่อมแซมระหัด

เห็นอย่างนี้แล้ว ระหัดวิดน้ำ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านของเราเอง จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งพลังงานทางเลือกที่ภาครัฐและเอกชน ควรหันกลับไปพิจารณาและพัฒนาต่อยอดต่อไป แทนการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ

redline

backled1

 

สนับสนุนให้ IsanGate อยู่รับใช้ท่านตลอดไป ด้วยการคลิกแบนเนอร์ไปเยี่ยมผู้สนับสนุนของเราด้วยครับ

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

isangate com 345x250