foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
บ่ทันใด๋กะสิฮอดออกพรรษาแล้วน้อ ทางอีสานบ้านเฮากะมีบุญใหญ่หลายหม่อง สกลนคร เพิ่นกะมีแห่ผาสาทเผิ้ง นครพนมกับจังหวัดใกล้แม่น้ำใหญ่กะมีไหลเฮือไฟ ตามริมแม่น้ำโขงหลายหม่องหลายบ่อนกะสิมีปรากฏการณ์ลูกไฟ (บั้งไฟพญานาค) ให้ได้ไปเฝ้าชมความมหัศจรรย์นี้ ชาวบ้านกะได้ทำบุญตักบาตรพระกัน หลังจากนั้นไปตลอด ๑ เดือน กะสิแม่น งานบุญกฐิน ในทุกแดนดินไทย สาธุๆ นำเด้อครับ

Our Sponsor

adv200x300 1

adv200x300 2

Facebook Likebox

Administrator

mail webmaster

My Web Site

krumontree200x75
easyhome banner
isangate net200x75

Visitors Counter

02285753
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
2664
4503
7167
1184001
86242
176213
2285753

Your IP: 54.224.150.24
2018-10-16 11:42
paya header

ju ju  แนวบักต้อง บ่ห่อนหล่นไกลกก แนวผมดกบ่ห่อนมีหัวล้าน

     ## ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น  ##

art local people

ณรงค์ พงษ์ภาพ

noppadol 01นพดล ดวงพร

ศิลปินพื้นบ้านผู้เป็นตำนานเพชรพิณทอง 

"นพดลเป็นนักรบผู้กล้าแกร่ง และยืนหยัดต่อสู้ยาวนาน วงดนตรีเพชรพิณทองเป็นวงดนตรีวงเดียวที่มีอายุมากที่สุด สามารถยืนระยะและเก็บรับความนิยมจากแฟนๆ ได้ยาวนาน"

ประวัติ :

นพดล ดวงพร เกิด 15 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ชื่อจริง นายณรงค์ พงษ์ภาพ เกิดที่อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี บิดาเป็นหมอลำกลอน มารดาเป็นนักร้องเพลงโคราช

ที่อยู่ปัจจุบัน 162 บ้านเพชรพิณทอง ถนนนิคมสายกลาง (ท่าวังหิน) อ เมือง จ อุบลราชธานี 34000 โทรศัพท์ 081-9667552

นพดล ดวงพร เคยอยู่วงดนตรีคณะพิพัฒน์ บริบูรณ์ นานหลายปี ต่อมาได้เป็นลูกศิษย์และร่วมวงดนตรีจุฬารัตน์ ของครูมงคล อมาตยกุล ซึ่งเป็นผู้ตั้งชื่อ นพดล ดวงพร ให้ ต่อมาได้ออกไปก่อตั้งวงดนตรี เพชรพิณทอง ที่โด่งดังในภาคอีสาน ในปี พ.ศ. 2514 ช่วงหลังเป็นนักแสดงภาพยนตร์และละครโทรทัศน์

nopadol 02

ออกจากคณะจุฬารัตน์แล้ว มุ่งหน้ากลับบ้านเกิดเมืองนอน อุบลราชธานี ใจอยากกลับไปอยู่บ้าน เพื่อไปตั้งวงดนตรีเป็นของตนเอง อยากเสนอแนวความคิด เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมประเพณี อยากเสนอของดีอีสานให้เป็นที่ประจักษ์บ้าง ของแบบนี้ถ้าไม่ทำเองคงไม่มีใครทำให้ กลับไปบ้านเกิดแล้วเลยก่อตั้งวงดนตรีขึ้นมาทันที ตั้งชื่อวงว่า วงดนตรีพิณประยุกต์ ลักษณะวงดนตรีเป็นแนวอีสานแท้ๆ นำเสนอดนตรีพื้นบ้าน พื้นเมืองอีสานอย่างเต็มรูปแบบ เรียกว่า วงพิณแคน

nopadol 8แล้วสิ่งที่ถือเป็นความภูมิใจมากที่สุดในชีวิตคือได้นำพาชาวคณะไปออกโทรทัศน์ช่อง 5 ขอนแก่น แสดงได้ดี จนผู้ว่าราชการจังหวัด เลือกให้เป็นวงพิเศษได้ไปแสดงหน้าพระที่นั่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) - สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2514 วงดนตรีพิณแคนวงแรกของเมืองไทย ที่ได้รับเกียรติสูงส่งอย่างนี้แสดงหน้าพระที่นั่ง ที่ เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น

นพดล ดวงพร ร่วมกับ ทองใส ทับถนน (มือพิณคู่ใจ) ได้ถวายพิณแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านตรัสว่า "เพชร นี้เป็นเพชรน้ำเอก.." ของเครื่องดนตรีอีสาน ในครานั้นสร้างความปลื้มปิติแก่ นพดล ดวงพร และชาวคณะเป็นอย่างยิ่ง ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ทำให้นพดล ดวงพร ได้เปลี่ยนชื่อวงดนตรีเพลงลูกทุ่งอีสาน "พิณประยุกต์" ใหม่เป็นวง "เพชรพิณทอง" ที่ถือว่าเป็นมงคลนาม อันเกิดจากการถวายพิณในครั้งนั้น

ด้วยความมุมานะอุตสาหะเป็นที่ตั้ง ผู้ชายคนนี้ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา จากกรรมกรหาเช้ากินค่ำกรำอยู่กับความยากจนข้นแค้น เขาผ่านความยากจนเหล่านั้นมาได้ อย่างสง่าผ่าเผยจนกลายเป็นหัวหน้าวงดนตรีชื่อดัง ที่เป็นตำนานของพี่น้องชาวอีสาน เขาไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ เขาสร้างสิ่งใหม่ๆ แปลกๆ ตลอดเวลา จากคนเสียงไม่ดีที่คนรังเกียจ เขาอัดแผ่นเสียงจนเพลง ค้นหาคนดัง ดังสนั่นหวั่นไหวเขาอัดเสียงกลอนหมอลำ ชุดหมอลำบันลือโลก ก็ดังแบบสุดๆ

nopadol 03

จุดเด่นของวงเพชรพิณทองอยู่ที่ ทีมพิธีกร ที่ใช้ภาษาท้องถิ่นอีสานเป็นหลักในการนำเสนอเนื้อหา รีวิวประกอบเพลง เป็นทีมตลกที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ประกอบด้วย นพดล ดวงพร ลุงแนบ หนิงหน่อง ใหญ่ หน้ายาน และแท็กซี่ เป็นต้น การแสดงของเพชรพิณทอง เต็มไปด้วยศิลปะ ที่ละเอียดอ่อน ซื่งประกอบด้วย 1) เวทีการแสดง ง่ายๆ แต่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง 2) นักดนตรี และ หางเครื่อง ก็มีเอกลักษณ์ของเพชรพิณทอง 3) ลีลาตัวแสดงทุกตัว มีเอกลักษณ์ของตนเอง ทุกคน 4) การประสมประสานกัน หรือ จังหวะในการแสดง เก็บรายละเอียดได้ดี ดนตรี สอดประสานได้ไพเราะ โดยเฉพาะ เสียงพิณ เสียงแคน เสียงแซ็ก กลอง ฯ

เพชรพิณทอง และนพดล ดวงพร คือนักรบทางวัฒนธรรมของภาค ที่เกิดขึ้นจากมันสมองและการสั่งสมประสบการณ์ของนพดล ดวงพร เป็นการมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยวด้วยตัวของตัวเอง เป็นความแน่วแน่ในอันจะจรรโลงและอนุรักษ์สิ่งดีงาม พร้อมๆ กับการผสมผสานของใหม่เข้าด้วยกัน

nopadol 9“แม่นแล้ว” “เบิ่งกันแหน่เด้ออาว” “น้อยทิง” “นางเอย” “เด้อนางเดอ เด๊อเด๊อนางเดอ ตึ้งๆ” อีกหลากหลายคำ อีกเป็นร้อยเป็นพันคำและวลีที่ติดหู ติดปากผู้คน ที่เพชรพิณทองไปหยิบจับจากท้องถิ่นที่อีสานเป็นและอยู่ มาใช้ทำการแสดง ทำให้ผู้คนเห็นความสำคัญของคำ และวลีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือการละเล่นแสดง ในภาคกลับมาอยู่ในความนิยม ทำให้เห็นความลึกและมิติของภาษา และนี่คือ อานุภาพของภาษา อานุภาพของวัฒนธรรม ความสำคัญอยู่ที่เกาะเกี่ยวเหนี่ยวพันคนเข้าด้วยกันด้วยภาษา เป็นทั้งเครื่องผูกพันและเป็นรหัสให้ผู้คนได้ใช้ในการปฏิสัมพันธ์กัน

อาวุธ สำคัญของวงดนตรีและของบุคคลผู้นี้คือ การใช้ภาษาอีสาน ขณะที่สังคมอีสานกำลังเกิดความสับสนในอัตลักษณ์ของตัวเอง ท่ามกลางการดูถูกชาติพันธุ์ของสังคมไทยที่มีต่อคนลาว ต่อชาวอีสาน ซึ่งปรากฏการณ์อย่างนี้ได้ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมบนแผ่นดินอีสานตามมา คือ ได้เพาะเชื้อความรังเกียจกำพืดของตัวเอง ดูถูกตัวเอง เกลียดความเป็นลาวในสายเลือดตัว และพยายามหนีสุดชีวิตเพื่อให้พ้นไปจากความเป็นลาว เป็นคนอีสาน ด้วยการสร้างปมเขื่องให้กับตนเองด้วยการ “ไม่พูดภาษาอีสาน หรือภาษาลาว”

เพชรพิณทอง และนพดล ดวงพร ก็โผล่ออกจากเงามืด และออกมายืนท้าทาย ต่อสู้ฟาดฟัน และที่สุด นพดลและเพชรพิณทองก็ประสบชัยชนะ นำพาผู้คนในภาค และคนเชื้อสายลาวในจังหวัดอื่น แม้กระทั่ง คนลาวในต่างแดน และคนลาวในประเทศ สปป. ลาว เอง ก็ยังได้รับอานิสงส์และเก็บรับความภาคภูมิใจพร้อมกัน

nopadol 6คงไม่เกินเลยนัก หากจะกล่าวว่า คนที่ใช้ภาษาลาวหากได้ฟังเพชรพิณทองเป็นต้องยิ้ม หัวเราะ ขบขัน และหลังจากนั้นก็จะเกิดความรักในภาษา รักในสิ่งที่บรรพบุรุษได้สรรค์สร้างไว้ หลายคนบอกกับตัวเอง ถ้าไม่รู้ภาษาลาว ถ้าไม่เป็นคนลาว คงขาดทุนแย่ เพราะความงามในคำ ในนัยที่แฝงในลีลา และคำพูดมันวิจิตรและงดงามยิ่งนัก แล้วทุกคนก็มอบความรักให้กับเพชรพิณทองอย่างเต็มหัวใจ

เขาและชาวคณะได้ใช้ภาษาของพ่อแม่อย่างมีประสิทธิภาพ แง่มุมและมุกตลกของเพชรพิณทอง มาจากความงดงามของภาษาอีสาน ภาษาลาว มาจากวิถีชีวิตของชาวอีสาน มาจากคำหยอกล้อ มีจากภาษิต ผญา โตงโต่ย และภาษาถ้อยคำของคนสมัยใหม่ รวมทั้งได้สะท้อนวิถีความเป็นไปในภาคอีสาน ที่สำคัญไปกว่านั้น เพชรพิณทองได้สอดแทรกศิลปะ วัฒนธรรมของอีสานอย่างหลากหลายและถ่ายทอดอย่างมีศิลปะ ทำให้ศิลปะและคุณค่าที่ดีเลิศอยู่แล้ว กลับผุดผาดส่องใสยิ่งขึ้น เมื่อมีการประยุกต์และนำมานำเสนอและจัดแสดงได้อย่างลงตัว

เพชรพิณทอง และนพดล ดวงพร ได้ก่อกระแสความภาคภูมิใจให้เกิดขึ้นในใจคนอีสาน ทำให้คนอีสานได้ประจักษ์ว่า ภาษาอีสานหรือภาษาลาวนั้น มีความงาม มีมิติล้ำลึก การเสียเวลากว่า 3 ชั่วโมงในการนั่งชมการแสดง เป็นความคุ้มค่าอย่างที่สุด เสียงปล่อยหัวเราะ เสียงโห่ฮา เพื่อบำบัดระบายอารมณ์ความสนุกจุกแน่น ที่เพชรพิณทองก่อให้เกิดมี ขึ้นตลอดเวลาในการแสดง เมื่อการแสดงจบลง ทุกคนเดินออกจากวงผ้าล้อมวิก หรือโรงภาพยนตร์ ทุกใบหน้ายังคงประด้วยรอยยิ้ม และไมตรี หันมองคนรอบข้าง และยิ้มให้กันอย่างมีความสุข มีหวัง แม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ที่สามารถยิ้มหัวให้กันได้ก็เพราะทุกคนก็รู้ว่า คนที่เข้าชมเพชรพิณทอง คือ คนอีสาน คนบ้านเดียวกัน เป็นคนที่ฟังภาษาเพชรพิณทองแล้ว ขบขันจนตัวโก่งเหมือนกัน

จากคนที่แทบไม่มีอะไรเลย เขามีหมดทุกอย่างทั้งบ้าน ที่ดิน รถเก๋ง รถบัส รถเวที รถขนสัมภาระ อะไรที่อยากมีก็มีหมดทุกอย่าง ด้วยความสามารถทางการแสดง เป็นอย่างเดียวที่เชี่ยวชาญจนคนยอมรับ ก้าวจากเด็กถีบสามล้อ ไปถึงคนส่งหนังสือพิมพ์ จนกลายเป็น โฆษกวิทยุ เป็นนักร้อง เป็นหมอลำ เป็นได้กระทั่งดารานักแสดงหนังมีรางวัลเกียรติยศ ประดับเกียรติความสามารถอีกต่างหาก

nopadol 01

จากภาพยนตร์เรื่อง วิวาห์พาฝัน ถึงเรื่องที่ดังที่สุดคือ ครูบ้านนอก (2521) - รับบทเป็น ครูใหญ่คำเม้า หนองหมาว้อ (2522) และอีกหลายๆ เรื่อง จนเมื่อไม่นานมานี้ยังได้แสดง สิบห้าค่ำเดือนสิบเอ็ด ผลงานละคร โคกคูนตระกูลไข่ เพลงรักริมฝั่งโขง (2550) เรไรลูกสาวป่า (2551) ดังแค่ไหนไม่ต้องเอ่ยกัน

ปั้นลูกศิษย์ลูกหานักร้องให้ดังมาแล้วทั่วบ้านทั่วเมือง อาทิ นกน้อย อุไรพร, วิเศษ เวณิกา, ชุติมา ดวงพร, นพรัตน์ ดวงพร ยังปั้นนักแสดงตลกจนยิ่งใหญ่มาเยอะ อาทิ สุนทร คางแพะ, ลุงแนบ ฯลฯ จะไม่มีใครลืมเขาได้-ผู้ชายคนเก่งนักเพลงเมืองอุบล นพดล ดวงพร

รางวัลและเกียรติคุณที่ได้รับ :

  • รางวัลรับยกย่องให้เป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม ปี พ.ศ. 2532
  • รางวัลสุพรรณหงส์ ประจำปี 2545 ผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม จาก 15 ค่ำ เดือน 11

นพดลยังได้เป็นผู้อำนวยการผลิตและสร้างสรรค์งาน นำเอาประวัติศสาตร์เมืองอุบล และเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงของเมืองอุบล มาบอกเล่าผ่านบทเพลง ในวาระที่เมืองอุบล ครบรอบ 200 ปี ใน พ.ศ. 2535 เพื่อเฉลิมฉลองฉลอง 200 ปีอุบลราชธานี โดยมีผู้ประพันธ์เพลง คือ ชลธี ธารทอง, พงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา, ณรงค์ โกษาผล, สยาม รักษ์ถิ่นไทย, ธนรรษต์ ผลพันธ์, ประพนธ์ สุริยะศักดิ์, เฉลิมพร เพชรศยาม, นคร พงษ์ภาพ

นับเป็นการระดมนักแต่ง นักร้อง คนเมืองอุบล และที่มีชื่อเสียง มาสร้างสรรค์เพลงเมือง รวม 22 เพลง ซึ่งมีทั้งเพลงเก่าและเพลงใหม่ที่ตั้งขึ้น และบางเพลงได้มีการปรับปรุงแก้ไขใหม่ เช่น เพลงลูกแม่มูล ของครูพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา เป็นต้น

 

 

 

redline

backled1

 

สนับสนุนให้ IsanGate อยู่รับใช้ท่านตลอดไป ด้วยการคลิกแบนเนอร์ไปเยี่ยมผู้สนับสนุนของเราด้วยครับ

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1