foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
ย่างเข้าเดือนพฤษภาคม มีฝนและลมพายุฤดูแล้งเข้ามาแบบคาดไม่ถึง มีลูกเห็บขนาดใหญ่บ้างว่าเท่ากำมือตกลงมาทำความเสียหายแก่อาคาร บ้านเรือนในหลายท้องที่ ฝนหลงฤดูทำเอาถนนหนทางขาด ต้นไม้ล้มพาดสายไฟฟ้าเกี่ยวเกาะกันล้มเกิดความเสียหาย ลำบากเดือดร้อนกันในหลายพื้นที่ ระมัดระวังกันนะครับ ฝนต้นฤดูแบบนี้ปลายฤดูจะแล้งหรือไม่ เกษตรกรต้องติดตามข่าวสารจากทางกรมอุตุนิยมวิทยากันหน่อยนะครับ ด้วยความเป็นห่วงพี่น้องบ้านเฮา

Facebook Likebox

fb like isangate

IsanGate Radio Online

radio online banner

Administrator

mail webmaster

paya header

ju juคันว่าได้ดีแล้ว อย่าลืมคุณพ่อแม่ เผิ่นหากเลี้ยงแต่น้อย ถนอมให้ใหญ่สูง

## ได้ดิบได้ดีแล้ว อย่าลืมบุญคุณบุพการีที่ส่งเสริมเฮาจนเติบใหญ่ ##

prawat header

3 ajarn

4. ษิอี

travel knowledge

ภาษิตอีสานบทนี้ กระตุ้นเตือนเจตนาอันแรงกล้าของหลวงพ่ออยู่เสมอ เมื่อท่านกำหนดวิถีชีวิต ลงในเพศบรรพชิตแล้ว จึงคิดสร้างรากฐานให้แก่ตนเอง ด้วยการศึกษาพระธรรมวินัย ให้รู้แจ้งเสียก่อน ครั้นได้พิจารณาเห็นว่า ครูบาอาจารย์ในท้องถิ่นที่แตกฉานและชำนาญในการสอน ปริยัติไม่ค่อยมี ดังนั้นในปี พ.ศ. 2484 หลวงพ่อจึงตัดสินใจไปแสวงหาความรู้ในต่างถิ่น สำนักแรกที่เข้าพำนัก คือ วัดสวนสวรรค์ อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี แต่เนื่องจากวัดนี้ยังไม่มีสำนักเรียน หลวงพ่อจึงต้องใช้วิธีเดินไปเรียนที่ วัดโพธิ์ตาก ซึ่งอยู่ไม่ไกลนักแล้วกลับมาพักที่ วัดสวนสวรรค์

samati3วัดสวนสวรรค์ในสมัยนั้น มีกุฏิสองหลังและศาลาโรงธรรมหนึ่งหลัง มีภิกษุ สามเณรและศิษย์วัด พักเต็มไปหมด ประกอบกับขณะนั้น กำลังอยู่ในระหว่างสงครามเอเชียมหาบูรพา บางครั้ง มีพวกทหารเข้ามาขอพักอาศัยด้วย บรรยากาศของวัดจึงไม่สงบเท่าที่ควร และอาหารขบฉัน รวมทั้งน้ำดื่ม น้ำใช้ ขาดแคลนมาก แต่หลวงพ่อก็อดทน ตั้งใจเล่าเรียนอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 1 พรรษา

ปี พ.ศ. 2485 หลวงพ่อจึงได้เดินทางไปสำนักเรียนวัดหนองหลัก ตำบลเหล่าบก อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีพระครูอรรคธรรมวิจารณ์ เป็นเจ้าอาวาส

แต่ระยะนั้นเป็นฤดูแล้ง อาหารการขบฉันฝืดเคือง เพื่อนที่ไปด้วยออกความเห็นว่า อยากไปอยู่สำนักอื่น หลวงพ่อไม่อยากขัดใจสหธรรมิก จึงตกลงเห็นด้วย ทั้งที่มีความรู้สึกชอบอัธยาศัย และสนใจในอุบายการสอนของครูอาจารย์ที่วัดหนองหลักมาก ในปีนั้นจึงจำพรรษาและศึกษา นักธรรมชั้นโท รวมทั้งบาลีไวยากรณ์ ที่ วัดบ้านเค็งใหญ่ อำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี (ในขณะนั้น) โดยมี พระมหาแจ้ง เป็นครูสอน ในปีนั้นสามารถสอบได้ นักธรรมชั้นโท

ปี พ.ศ. 2486 ได้กลับไปวัดบ้านหนองหลักตามที่ตั้งใจไว้ ในพรรษานี้หลวงพ่อพากเพียรทุ่มเท จิตใจให้กับการศึกษาอย่างเต็มที่ เพราะ ได้พบครูบาอาจารย์ที่มากด้วยความสามารถ บรรยากาศ ในวัดก็เหมาะต่อการพำนักอาศัย พรรษานั้น ได้เรียนทั้งนักธรรมเอกและบาลี ไวยากรณ์ ได้รับสาระ ประโยชน์ จากสำนักเรียนนี้มาก หลังออกพรรษาและกรานกฐินผ่านไป หลวงพ่อได้รับข่าวจากทาง บ้านว่า โยมพ่อป่วยหนัก จึงเกิดความพะว้าพะวงห่วงทั้งพ่อและการศึกษา

แต่เกิดความคิดว่า โยม พ่อนั้นเป็นผู้มีพระคุณอันใหญ่หลวง ควรที่เราจะตอบแทนพระคุณท่าน ตามฐานะที่จะพึงกระทำได้ ส่วนเรื่องการเรียน หากเราไม่ตายเสียก่อน คงมีโอกาสได้ร่ำเรียนอีกตามที่เราปรารถนา ในที่สุดหลวงพ่อจึงตัดสินใจหยุดพักการเรียนและการสอบนักธรรมไว้ แล้วรีบเดินทาง กลับบ้าน เพื่อดูแล และช่วยพยาบาลโยมพ่อ

เมื่อมาถึงบ้าน ได้พบเรือนร่างร่วงโรยซีดเซียวของโยมพ่อ นอนแน่นิ่งหายใจรวยริน อยู่บนที่นอน แม้ญาติมิตรและหมอจะเยียวยารักษาอย่างไร อาการป่วยไข้ของพ่อมา ก็ไม่ดีขึ้น มีแต่ทีท่าว่าร่างกายที่ถูกบีบคั้นด้วยความชรา และพยาธินั้น จะคืนสู่ธรรมชาติเป็นดิน น้ำ ลม ไฟ โดยส่วนเดียว

 

redline

backled1

 

สนับสนุนให้ IsanGate อยู่รับใช้ท่านตลอดไป ด้วยการคลิกแบนเนอร์ไปเยี่ยมผู้สนับสนุนของเราด้วยครับ

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

isangate com 345x250