foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
จ่มแล้งบ่ทันข้ามเดือน "น้ำท่วมบ้านทิดหมู" แล้ว งึดแฮงหลายพายุมา 2 ลูกต่อกัน "โพดุล" กับ "คาจิกิ" ทางเหนือน้ำมูลขึ้นไปทางลำชี กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร ตอนนี้พากันน้ำลดลง ส่วนบ้านทิดหมูน้ำกำลังขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นปลายน้ำ ไหลมาโฮมกันลงแม่น้ำโขง คือสิรอนานเป็นเดือนอยู่คันพายุบ่มาซ้ำอีก นาข้าวเหลืองตายแล้งพ้อน้ำมากะเลยเน่าตายไปเลย พี่น้องเอย คือมาทุกข์ซ้ำกรรมซัดแท้น้อบาดนี้ ขอเป็นกำลังใจให้สู้ผู้สู่คนเด้อพี่น้องเอย ข้าน้อยขอไปใส่มองก่อน...

Our Sponsor

adv200x300 2

Facebook Likebox

IsanGate Radio Online

radio online banner

Administrator

mail webmaster

My Web Site

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75
paya header

ju ju  เชื้อชาติแฮ้ง เหม็นสาบกันเอง ปูสอนปูให้ย่างตรง ห่อนฤสิทำได้

     ## ตัวอย่างที่เลวหรือจะทำให้ผู้อื่นทำดีได้   ##

kan header

"แคน" ที่กล่าวถึงในพงศาวดาร

kan 3
กองทหารดุริยางค์ เมืองอุบลราชธานี (วงแคน)
ภาพจาก หนังสือประมวลภาพถ่ายเหตุการณ์เมืองอุบลราชธานีในรอบ 200 ปี (2535)

ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เมื่อเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์เป็นกบฏ และได้ทำการปราบปรามจนสามารถจับเจ้าอนุวงศ์ เวียงจันทน์ได้ในปี พ.ศ. 2370 ก็ได้มีการกวาดต้อนครอบครัวชาวเวียงจันทน์ และชาวเมืองอื่นๆ ทางฝั่งขวาแม่น้ำโขง เข้ามาอีกเป็นจำนวนมาก ดังข้อความในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยรัชกาลที่ 3 ความว่า

"ครอบครัวเวียงจันทน์ครั้งนั้น โปรดเกล้าให้อยู่เมืองลพบุรี เมืองสระบุรี เมืองสุพรรณบุรีบ้าง เมืองนครชัยศรีบ้าง พวกเมืองนครพนม พระอินทร์อาสาไปเกลี้ยกล่อมก็เอาไว้ที่เมืองพนัสนิคม กับลาวอาสาปากน้ำ ซึ่งไปตั้งอยู่ก่อน"

เหตุการณ์ที่ปรากฏอยู่ในพงศาวดารกรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยรัชกาลที่ 3 ดังกล่าวนี้ แสดงให้เห็นว่าครอบครัวชาวเวียงจันทน์ ชาวบ้านราษฎรฝั่งขวาแม่น้ำโขงได้ถูกกองทัพ ไทยกวาดต้อนมาเป็นเชลยถึง 2 ครั้ง 2 ครา ให้อยู่ในท้องที่จังหวัดต่างๆ ทั้งในภาคกลางบ้าง ภาค อีสานบ้าง ตามรายทางการถูกกวาดต้อนมา ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี แม้แต่ดนตรีต่างๆ ที่เป็นประจำพื้นเมืองของชาวบ้าน ก็คงจะต้องนำติดตัวมาด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยเหตุนี้ "หมอลำ-หมอแคน" อันเป็นศิลปะการร้องรำของชาวฝั่งขวาแม่น้ำโขง จึงได้ถูกนำติดตัวมารำ-ร้อง และบรรเลง เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ ในยามคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอนของตนอย่างแน่นอน ศิลปะแขนงนี้จึงได้ถูกนำมาร้องเผยแพร่ในภาคกลาง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แม้แต่ในเมืองหลวงเองก็ยังมี การละเล่นหมอลำ หมอแคนกันอย่างแพร่หลาย

เมื่อสิ้นรัชกาลที่ 3 แล้ว พอมาถึงรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อิทธิพลของการละเล่นหมอลำ หมอแคน ยิ่งทวีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ข้าราชบริพารของ พระมหากษัตริย์หลายท่านก็มีความนิยมในการละเล่น และสนับสนุนเป็นอย่างมาก แม้แต่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชอนุชาในรัชกาลที่ 4 ก็ได้ทรงโปรดการแสดงหมอลำหมอแคนมาก จนถึงกับทรงลำและเป่าแคนได้เป็นอย่างดี ดังปรากฏในพระราชพงศาวดาร รัชกาลที่ 4 หน้า 315 มีความตอนหนึ่งได้กล่าวถึงสมเด็จพระปิ่นเกล้าว่า

"พระองค์ทรงโปรดแคน ไปเที่ยวทรงตามเมืองพนัสนิคมบ้าง ลาวบ้านลำประทวน เมืองนครชัยศรีบ้าง บ้านศรีทา แขวงเมืองสระบุรีบ้าง พระองค์ฟ้อนและแอ่วได้ชำนิชำนาญ ถ้าไม่ได้เห็น พระองค์ก็สำคัญว่า ลาว"

kan 3kan 5
ภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงถึงความนิยมในการเป่าแคนในยุคสมัยนั้น

หมอลำ หมอแคน กลายเป็นมหรสพที่ขึ้นหน้าขึ้นตาในสมัยนั้น จนมหรสพอื่นๆ เป็นต้นว่า ปี่-พาทย์ มโหรี โสภา ปรบไก่ สักวา เพลงเกี่ยวข้าว ฯลฯ ต้องแพ้การละเล่นลำแคน หรือหมอลำ หมอแคนอย่างราบคาบ จนหากินแทบไม่ได้ ครั้นประชาชนชาวกรุงเทพฯ พากันนิยมเล่นแคนหนักเข้า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ 4 เกิดความวิตก ด้วยพระองค์เห็นว่า การละเล่น ลำแคนไม่ควรเอาเป็นพื้นเมืองของไทย จึงได้ทรงประกาศห้ามการเล่นลำแคนขึ้น ซึ่งสมัยนั้นเรียก ว่า การเล่น "แอ่วลาว" บ้าง "ลาวแคน" บ้าง ซึ่งได้แก่ การลำที่มีการเป่าแคนประสานเสียง ซึ่งเรียกว่า "หมอลำ" สำหรับผู้ที่ทำหน้าที่ขับร้องและออกท่ารำประกอบ และ "หมอแคน" คือ ผู้ที่ทำหน้าที่เป่าแคนประสานเสียงประกอบเป็นทำนองเพลงต่างๆ ซึ่งทำให้มีความไพเราะมากยิ่งขึ้น นักร้องจะร้องเพลงได้ไพเราะน่าฟัง จะต้องมีดนตรีประกอบการขับร้องฉันใด หมอลำจะขับลำได้อย่างไพเราะ ก็จะต้องมี "หมอแคน" ประกอบการขับลำ การขับลำนั้นจึงจะสมบูรณ์ก็ฉันนั้น

จากพระราชพงศาวดารดังกล่าวนี้ จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมศิลปินผู้ทำให้ "แคน" เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติ จากการตระเวนไปแสดงยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก จึงมีภูมิลำเนาอยู่ในภาคกลาง ครับ... ผมกำลังหมายถึง สมัย อ่อนวงศ์ ขุนพลแคนแดนสยาม นั่นเอง แต่ถ้าจะกล่าวถึง หมอแคนที่สร้างชื่อของคนอีสาน ส่วนใหญ่จะนึกถึงหมอแคนผู้นี้ครับ สมหวัง เอวอ่อน ด้วยลีลา และท่าทางการเป่าแคนอันไพเราะจับใจ ลองดาวน์โหลดตัวอย่างเสียงแคนจากศิลปินผู้นี้ไปฟังกัน ครับ เป็นไฟล์แบบ MP3 เชิญคลิกข้างล่างครับ

สุดซะแนน | แมงผู่ชมดอกไม้

ปรับปรุงคุณภาพเสียงแล้วครับ จากลีลาการเป่าของเทพแห่งแคน
อาจารย์สมบัติ สิมหล้า ขอกราบขอบพระคุณมา ณ ที่นี้

 

 

เป็นที่น่าเสียดายที่ประเทศไทยเรา (รัฐบาล ข้าราชการ นักวิชาการด้านวัฒนธรรม) ค่อนข้างจะเชื่องช้า มองไม่เห็นหรือไม่ให้ความสำคัญกับศิลปวัฒนธรรมในผืนแผ่นดินของตนเอง จนเมื่อทางประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ได้ยื่นเรื่องต่อยูเนสโก (UNESCO) ขอให้ "แคน" จาก สปป.ลาว เป็นมรดกโลกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมไปเรียบร้อยแล้ว

ประวัติความเป็นมาของแคน | แคนเครื่องดนตรีชิ้นแรกของโลก | แคนที่กล่าวถึงในพงศาวดาร | ทำนองแคน หรือลายแคน

redline

backled1

 

สนับสนุนให้ IsanGate อยู่รับใช้ท่านตลอดไป ด้วยการคลิกแบนเนอร์ไปเยี่ยมผู้สนับสนุนของเราด้วยครับ

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1