foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
เดือนสุดท้ายแห่งปีมาแล้วครับ หลายๆ คนนับถอยหลังเพื่อจะเคาท์ดาวน์นับถอยหลังสู่ปีใหม่ ปีนี้เดือนธันวาคมแต่อากาศก็ยังคงร้อนอยู่ เว้นแต่ทางตอนเหนือที่มีเทือกเขาสูงอากาศจะมีเย็นลงบ้าง สงสัยอยู่ว่า "ปีนี้จะได้อวดเสื้อกันหนาวสวยๆ กันบ้างไหมนะ?" อากาศวิปริตแปรปรวนไปทั่วโลก แม้แต่ทะเลทรายในอียิปต์ก็มีฝนตก น้ำท่วมคนตายนับร้อย จึงไม่แปลกที่บ้านเราจะร้อนในหน้าหนาวนี้ ผลิตผลการเกษตรในช่วงต่อจากนี้อาจมีผลกระทบเสียหายมาก

Our Sponsor

uboncom 200x300 1

adv200x300 2

Facebook Likebox

IsanGate Radio Online

radio online banner

Administrator

mail webmaster

My Web Site

krumontree200x75
easyhome banner
isangate net200x75
paya header

ju juไผผู้มัวเมาคร้าน การงานตั้งต่อ บ่มีวันสิพบพ้อ เงินล้านค่าแพง

     ## ใครเกียจคร้านการงาน มัวแต่รอบัตรคนจน จะไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้ อีหลีเด้อ!  ##

ta fon morlum

ท่าฟ้อนนาคเกี้ยวเกล้า

การวางขา ก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยเท้าขวา หรือเท้าซ้ายก็ได้ไม่จำกัดเท้าแน่นอน ก้าวสลับกันไปให้เข้ากับจังหวะแคน เป็นการก้าวเดินธรรมดาเข้ากับจังหวะ น้ำหนักจะอยู่ทั้งสองขา ทำเช่นเดียวกันทั้งหมอลำกลอนชายและหญิง

การตั้งวง ไม่มีการตั้งวง ยกแขนทั้งสองขึ้นศีรษะทั้งชายหญิง ไม่จีบมือ ใช้แขนพันกันหักข้อมือเคลื่อนไหว เหมือนนาครัดกัน ยกแขนเหนือศีรษะตลอด

การแปรขบวน หมอลำกลอนวาดอุบลราชธานี จะแปรขบวนได้สองอย่าง คือ ฟ้อนเกี้ยวท่านาคเกี้ยวเกล้าโดยการฟ้อนโชว์ ทั้งคู่ก้าวเดินออกไปข้างหน้าเวทีชายอยู่ด้านขวามือเสมอ แล้วถอยหลังกลับที่เดิม หรือทั้งคู่ฟ้อนในท่านาคเกี้ยวเกล้า โดยการก้าวเดินแปรเป็นวงกลม ชายจะอยู่วงนอกเสมอ

การแสดงออกทางสีหน้าและอารมณ์ สีหน้าที่แสดงออกด้วยใบหน้าสดชื่น อยู่ในลักษณะสำรวม เป็นการฟ้อนที่อยู่ในท่าไหว้ครู ระลึกถึงคุณครูบาอาจารย์เพื่อความมั่นใจ การก้าวเดินตามจังหวะนุ่มนวลเรียบร้อย

ta fon morlum 02

ท่าฟ้อนธรรมดา

การวางขา การวางขาเหมือนท่าฟ้อนนาคเกี้ยวเกล้า เป็นการก้าวเดินไปตามจังหวะแคน จะก้าวเท้าไหนก่อนก็ได้ น้ำหนักตัวจะอยู่ที่เท้าทั้งสอง

การตั้งวง ไม่มีการตั้งวงที่จำกัด วงจะสูงบ้างต่ำบ้างตามความถนัด ความพอใจของหมอลำแต่ละคน มืออยู่ในท่าคล้ายสอดสร้อยมาลาของภาคกลาง ไม่มีจีบมือ ใช้ข้อมือหักพริกคว่ำและหงายสลับกันไป ทำเหมือนกันทั้งชายหญิง

การแปรขบวน การแปรขบวนจะต่อจากท่าที่ 1 โดยการเดินไปตามจังหวะเป็นวงกลม เริ่มจากจุดใดจุดหนึ่งแล้วกลับมาที่เดิม ชายจะอยู่รอบนอกทุกครั้งหญิงจะอยู่วงในเสมอ

การแสดงออกทางสีหน้าและอารมณ์ สีหน้าแสดงออกบ่งบอกถึงความสนุกสนานร่าเริงเย้าหยอกกัน เป็นการท้าทายคู่ต่อสู้อย่างมีความสุข

ความหมายของท่าฟ้อน เป็นท่าฟ้อนเกี้ยวในจังหวะและท่าธรรมดาและเป็นท่าฟ้อนที่หมอลำกลอนทุกคนถือว่าเป็นท่าฟ้อนเกี้ยวที่สุภาพที่สุด

ท่าสาละวันเตี้ยลง

การวางขา การวางขาคงทำเหมือนทุกท่าที่ผ่านมา เป็นการก้าวเดินไปตามจังหวะแคน ในท่าฟ้อนเกี้ยวจังหวะธรรมดา การก้าวเดินจะก้าวไปข้างหน้า หรือต่างคนต่างก็ถอยหลังทำเป็นวงกลมก็ได้

การตั้งวง ไม่มีการตั้งวง ใช้ท่าเกี้ยวธรรมดาทั้งหมด ไม่จีบมือ ไม่จำกัดวง แต่มีการไล่นิ้วอย่างสวยงาม

การแปรขบวน เป็นการแปรขบวนสวนทางกับท่าฟ้อนเกี้ยวธรรมดา ชาย – หญิง อยู่ตรงกันข้ามฟ้อนท่าธรรมดา ถอยหลังค่อยๆ เตี้ยลงจนถึงพื้นทั้งคู่ ด้วยการหันหน้าเข้าหากัน

การแสดงออกทางสีหน้าและอารมณ์ สีหน้าของทั้งคู่แสดงออกถึงอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอิ่มเอิบ สนุกสนาน ร่าเริง แฝงไว้ซึ่งความท้าทายยั่วยุคู่ฟ้อนเป็นการแสดงถึงความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคน

ความหมายของท่าฟ้อน เป็นท่าฟ้อนที่แสดงถึงความสามารถของผู้ฟ้อนในลักษณะค่อยๆ เตี้ยลงหรือค่อยย่อลงไปจนถึงพื้น โดยไม่เซล้ม แล้วค่อยๆ ยืนขึ้นซึ่งเป็นท่าฟ้อนเกี้ยวที่ฟ้อนยาก และสุภาพท่าหนึ่ง

ท่าฟ้อนม้วนมือ

การวางขา การวางขาและการก้าวเดินคงดำเนินไปเหมือนกับท่าฟ้อนอื่นๆ โดยการก้าวเดินให้เข้ากับจังหวะแคน

การตั้งวง ไม่มีการตั้งวง ยกแขนขึ้นสูงระดับศีรษะ ฝ่ามือแบหันปลายมือเข้าหากัน ใช้มือทั้งสองหมุนทำเป็นลักษณะม้วนข้อมือ ทำเหมือนกันทั้งหมอลำกลอนฝ่ายชายและฝ่ายหญิง

การแปรขบวน การแปรขบวนจะเชื่อมต่อจากเดินตามจังหวะเป็นวงกลม ท่าฟ้อนไล่ครุบ จะเปลี่ยนเป็นท่าฟ้อนม้วนมือด้วยการก้าวเดินคู่ไปข้างหน้า พอประมาณ แล้วกลับถอยหลังเข้าที่เดิมโดยมีหมอแคนอยู่ตรงกลาง

การแสดงออกทางสีหน้าและอารมณ์ สีหน้าที่แสดงออกเป็นการแสดงออกถึงอารมณ์ที่อิ่มเอิบ มีความสุข สนุกสนานร่าเริง

ความหมายของท่าฟ้อน เป็นท่าฟ้อนที่บอกให้คู่ฟ้อนและหมอแคนที่ให้จังหวะทราบว่า จะจบขบวนการฟ้อนและกลับเข้าที่เดิมแล้ว

ท่าฟ้อนกำมือ

การวางขา การวางขาคงยังดำเนินไปเหมือนท่าฟ้อนม้วนมือ เป็นการเดินถอยเข้าที่เดิมทั้งคู่ให้เข้าจังหวะแคน

การตั้งวง ไม่มีการตั้งวง แขนและมืออยู่ในลักษณะเดิมกับท่าฟ้อนม้วนมือ เพียงแต่กำมือเข้าแทนมือแบ แขนจะลดลงต่ำเรื่อยๆ โดยการทำเป็นจังหวะในลักษณะหักข้อมือ

การแปรขบวน ไม่มีการแปรขบวนมากนัก เพียงแต่ก้าวถอยกลับเข้าที่เดิมเข้าจังหวะแคน ทั้งคู่จะอยู่คนละข้างของหมอแคนข้างใดก็ได้ไม่จำกัด

การแสดงออกทางสีหน้าและอารมณ์ สีหน้าและอารมณ์แสดงออกถึงความสนุกสนานร่าเริง

ความหมายของท่าฟ้อน เป็นท่าฟ้อนที่เป็นสัญลักษณ์ให้คู่ฟ้อน หมอแคน และผู้ชมทราบว่า จบสิ้นการฟ้อนลงแล้ว

ta fon morlum 01

ท่าฟ้อนแฮ้งกางขา

การวางขา ยืนอยู่ในท่าขากางออกพอประมาณในท่ายืนตรง น้ำหนักอยู่ทั้งสองข้างหน้ามองตรง

การตั้งวง ไม่มีการตั้งวง แขนเหยียดออกไปด้านข้างเหยียดตรงระดับไหล่ ฝ่ามือคว่ำ

การแปรขบวน ไม่มีการแปรขบวนเป็นการแสดงยืนอยู่กับที่เพื่อจะเชื่อมไปสู่ท่าใหม่

การแสดงออกทางสีหน้าและอารมณ์ สีหน้าที่แสดงออกเป็นสีหน้าและอารมณ์ปกติ

ความหมายของท่าฟ้อน เป็นท่าฟ้อนอิสระเลียนแบบสัตว์ ได้แก่ การบินของอีแร้งในลักษณะที่อีแร้งกำลังจะบินลงสู่พื้น ด้วยการกระพือปีกและกางขา เพื่อสัมผัสกับพื้นดิน เพื่อการทรงตัว

ท่าฟ้อนกาตากปีก

การวางขา ขาอยู่ในท่าการยืนตรง เท้าแยกกันเล็กน้อย หันหน้าตรง

การตั้งวง ไม่มีการตั้งวง แขนเหยียดตรงอยู่ในระดับไหล่คว่ำฝ่ามือลง ปลายนิ้วเหยียดตรง

การแปรขบวน ไม่มีการแปรขบวนเป็นการแสดงท่าประกอบกับเนื้อหาอยู่กับที่

การแสดงออกทางสีหน้าและอารมณ์ สีหน้าที่แสดงออกอยู่ในท่าสงบปกติ

ความหมายของท่าฟ้อน เป็นท่าอิสระที่เลียนแบบพฤติกรรมของสัตว์ ได้แก่ การพักผ่อนของสัตว์ปีกด้วนการตากปีกออกผึ่งแดด

ท่าฟ้อนยูงรำแพน

การวางขา ก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าตามจังหวะแคน น้ำหนักอยู่ที่เท้าที่ก้าวไปข้างหน้า

การตั้งวง ไม่มีการตั้งวง วงสูงบ้างต่ำบ้างไม่จำกัด หักข้อมือม้วนออกไปด้านข้างทั้งซ้ายขวา แขนทั้งสองจะเหยียดตรงไปข้างหลังคว่ำฝ่ามือลง หักปลายนิ้วขึ้นทั้งสองข้าง (เหมือนท่ายูงฟ้อนหางของภาคกลาง) ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ

การแปรขบวน เป็นการเดินไปตามจังหวะไปข้างหน้าประมาณ 4 - 5 ก้าว หรือมากกว่านั้น ประกอบกับท่ามือแล้วถอยกลับไปอยู่ที่เดิม

การแสดงออกทางสีหน้าและอารมณ์ สีหน้าที่แสดงออกให้เห็นถึงความร่าเริงสนุกสนาน สดชื่น

ความหมายของท่าฟ้อน เป็นท่าฟ้อนเลียนแบบนกยูง ที่แสดงออกถึงความพึงพอใจ ด้วยการอวดศักดาของตน โดยการรำแพนหางเป็นอาการสื่อภาษาในการแสดงอำนาจกับนกตัวอื่น และในขณะเดียวกันก็เป็นการบอกถึงความเจ้าชู้กับเพศตรงข้ามด้วย

ท่าฟ้อนเต่าลงหนอง

การวางขา ก้าวเดินสลับเท้าออกไปข้างหลัง ให้เข้ากับจังหวะแคน ด้วยการเดินตรงไปข้างหน้าประมาณ 4 - 5 ก้าว นำหนักตัวอยู่ที่เท้าที่ก้าวไปข้างหน้า

การตั้งวง ไม่มีการตั้งวง เหยียดแขนทั้งสองตรงไปข้างหน้า แล้วลดต่ำลงมาให้อยู่เหนือระดับเข่าพอประมาณ ฝ่ามือคว่ำทั้งสองใช้มือขวาทับซ้ายหรือซ้ายทับขวาก็ได้ ลำตัวโค้งลงค่อนข้างมาก ให้นิ้วหัวแม่มือพ้นออกมาทั้งสองข้าง กระดิกหัวแม่มือให้เคลื่อนไหวแทนขาเต่า สวนนิ้วอื่นๆ อยู่ในลักษณะประกบกันเรียบ

การแปรขบวน ก้าวเดินไปข้างหน้าสลับขวา – ซ้ายให้เข้ากับจักหวะแคน ประกอบกับมือที่ส่ายไปมา และกระดิกหัวแม่มือ ก้าวไปข้างหน้าประมาณ 4 - 5 ก้าว แล้วก็ถอยกลับไปยังที่เดิม

การแสดงออกทางสีหน้าและอารมณ์ สีหน้าที่แสดงออกบ่งบอกถึงความดีใจ ตื่นเต้นในการพบหนองน้ำ ด้วยอาการรีบคลานลงหนองด้วยความเร็วสังเกตจากการกระดิกนิ้วหัวแม่มือแทนขาเต่า

ความหมายของท่าฟ้อน เป็นท่าฟ้อนอิสระที่เลียนแบบสัตว์ เช่นเดียวกับเป็นการเลียนแบบที่บอกถึงลักษณะรูปร่างของเต่า ตลอดจนพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของเต่าด้วย

ท่าฟ้อนหลีกแม่ผัว

การวางขา ก้าวเดินไปข้างหน้าในลักษณะย่อเข่าเล็กน้อย เท้าไหนก้าวก่อนก็ได้ให้เข้ากับจังหวะแคน น้ำหนักตัวจะอยู่ที่เท้าที่ก้าว

การตั้งวง ไม่มีการตั้งวง แขนทั้งสองจะวางในท่านวยนาดเหมือนกับการเดินทุกอย่าง แขนและขาสลับข้างกัน มือวางคว่ำทับเข่าที่ก้าวในท่าสำรวมนอบน้อมพร้อมกับก้มศีรษะ

การแปรขบวน เป็นการเดินไปข้างหน้าให้เข้ากับจังหวะแคนประกอบลีลาแขนเดินออกไปประมาณ 5 - 6 ก้าว แล้วเดินถอยกลับที่เดิม

การแสดงออกทางสีหน้าและอารมณ์ สีหน้าที่แสดงออกถึงความเคารพนอบน้อมสุภาพสำรวม เมื่อต้องเดินผ่านผู้มีอาวุโส

ความหมายของท่าฟ้อน เป็นท่าฟ้อนที่เลียนแบบพฤติกรรมในวิถีชีวิตจริงของคนในสังคมชนบท ลักษณะผู้น้อยที่พึงปฏิบัติต่อผู้ใหญ่ ที่อยู่ในฐานะของแม่สามี ผู้เป็นสะใภ้จะต้องถือปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

ท่าฟ้อนสาวผมโป่งแค่งกุ้งในหนอง

การวางขา เท้าทั้งสองยืนแยกห่างกันพองาม ลำตัวโค้งก้มลง น้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง

การตั้งวง ไม่มีการตั้งวง แขนทั้งสองยื่นลงไปยังพื้น ลักษณะกำมือไม่แน่น (มือจับขอบสวิง) ตวัดไป – มา

การแปรขบวน ไม่มีการแปรขบวน เป็นการแสดงให้เข้ากับจังหวะแคนอยู่กับที่

การแสดงออกทางสีหน้าและอารมณ์ สีหน้าแสดงออกด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส สนุกสนาน

ความหมายของท่าฟ้อน เป็นการฟ้อนเลียนแบบการทำมาหากินของชาวชนบท ด้วยการใช้สวิงช้อนกุ้งในหนอง ซึ่งเป็นการช้อนที่เรียกว่า “แค่ง”

ท่าฟ้อนเอาบุญตีกลองกินเหล้า

การวางขา ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าสลับกับเท้าซ้าย ให้เข้ากับจังหวะแคน น้ำหนักตัวจะอยู่ที่เท้าก้าวเสมอ

การตั้งวง ไม่มีการตั้งวง มือขวายกขึ้นระดับอก มือซ้ายอยู่ระดับเอวในลักษณะหักข้อมือคว่ำไปข้างหลัง มือขวาก็ทำเช่นเดียวกัน แสดงการตีกลอง

การแปรขบวน ก้าวเดินไปข้างหน้าให้เข้ากับจังหวะแคน ประกอบท่ามือตีกลองไปข้างหน้า แล้วถอยหลังกลับที่เดิม

การแสดงออกทางสีหน้าและอารมณ์ สีหน้าที่แสดงออกบ่งบอกถึงความสนุกสนานอย่างมีความสุข

ความหมายของท่าฟ้อน เป็นท่าฟ้อนที่เลียนแบบประเพณีการทำบุญต่างๆ ของชาวอีสาน ซึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้คือการตีกลองร้องเพลงกินเหล้า บอกถึงการมีความสุขที่สุดในชีวิต

ta fon morlum 03

ท่าฟ้อนเกี่ยวข้าวในนา

การวางขา ยืนแยกเท้าห่างกันพอประมาณ ลำตัวโค้งก้มลงค่อนข้างมาก น้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าทั้งสอง

การตั้งวง ไม่มีการตั้งวง แขนทั้งสองข้างเหยียดตรงระดับเข่า มืออยู่ในลักษณะกำไม่แน่น (ทำท่าเกี่ยวข้าว) มือขวากำเคียวยกขึ้น – ลงเข้ากับจังหวะ

การแปรขบวน ไม่มีการแปรขบวน ก้าวเดินไปข้างหน้าเข้ากับจังหวะแคนประมาณ 2 - 3 ก้าว แล้วถอยกลับที่เดิม

การแสดงออกทางสีหน้าและอารมณ์ สีหน้าที่แสดงออกค่อนข้างเคร่งขรึมขมักเขม้นในการทำงาน

ความหมายของท่าฟ้อน เป็นท่าฟ้อนที่เลียนแบบวิถีชีวิตของชาวชนบทด้วยการเกี่ยวข้าวในนา ซึ่งส่วนมากชาวชนบทมีอาชีพในการทำนา

ท่าฟ้อนแหลวเซินบินหาแนวกิน

การวางขา ก้าวด้วยเท้าขวาสลับกันไปข้างหน้าประมาณ 3 - 4 ก้าว เข้ากับจังหวะแคน น้ำหนักอยู่ที่เท้าก้าว

การตั้งวง ไม่มีการตั้งวง แขนทั้งสองเหยียดตรงไปด้านข้างคว่ำมือ ปลายมือทั้งสองโบกขึ้น – ลง เอียงซ้าย – ขวาสลับกันไป

การแปรขบวน ไม่มีการแปรขบวน ก้าวเดินไปข้างหน้าแล้วถอยหลังประมาณ 3 - 4 ก้าว แล้วถอยหลังกลับเข้าที่เดิม สายตามองจ้องพื้นหาอาหาร

การแสดงออกทางสีหน้าและอารมณ์ สีหน้าแสดงออกถึงใจจดจ่ออยู่กับการหาอาหาร

ความหมายของท่าฟ้อน เป็นท่าฟ้อนเลียนแบบการบินของเหยี่ยว ในการบินเสาะแสวงหาอาหาร ด้วยความเร็วพอปานกลาง

ท่าฟ้อนนกกระเจ่าบินวน

การวางขา ชายยืนซ้อนหลัง ก้าวด้วยเท้าขวาสลับกันไปศีรษะเอียงด้านขวา ก้มหน้านิดหน่อย น้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าก้าว ทำเหมือนกันทั้งชายและหญิง

การตั้งวง ตั้งวงกลางกวักมือขึ้น – ลง ทำเหมือนกันทั้งชายและหญิง

การแปรขบวน ก้าวเดินพร้อมกับเคลื่อนไหวมือบินเหมือนนก ให้เข้ากับจังหวะแคน ไปข้างหน้าประมาณ 3 - 4 ก้าว แล้วถอยหลังกลับที่เดิม หรือทำเป็นวงกลมก็ได้

การแสดงออกทางสีหน้าและอารมณ์ สีหน้าแสดงออกด้วยสีหน้าและอารมณ์ปกติ

ความหมายของท่าฟ้อน เป็นท่าฟ้อนเลียนแบบการบินของนกกระเจ่าบินวนเวียนไป - มา

 ขอบคุณผู้ให้ข้อมูล : หมอลำทองศรี ศรีรักษ์

redline

backled1

 

art local people

ศิลปินพื้นบ้าน ปราชญ์พื้นบ้าน คือ ผู้สร้างสรรค์ผลงานอันหลากหลาย เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของพวกเราชาวอีสาน จึงขอประกาศเชิดชูคุณูปการของท่านเหล่านั้นให้ลูกหลานได้รู้จัก เพื่อเป็นแบบอย่างแก่อนุชนรุ่นหลัง ผู้จัดทำเว็บไซต์ไม่อาจทำความรู้จักกับศิลปินพื้นบ้านทุกท่านได้ ก็ได้แต่หวังว่าจะได้รับคำแนะนำจากท่านผู้รู้ในท้องถิ่นต่างๆ ได้ช่วยชี้แนะกันมา ยินดีรับข้อมูลและภาพประกอบของศิลปินชาวอีสานทุกท่านนำมาเสนอ ณ ที่นี้ ติดต่อได้ที่ webmaster (@t) isangate.com ขอบพระคุณทุกๆ ท่านครับ

kamma sm

ศิลปีนแห่งชาติ ประจำปี 2529
สาขา ทัศนศิลป๋ (การปั้นแกะสลัก)

pluang 1

ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2529
สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้าน)

thongmark1

ศิลปินแห่งชาติ ประจำ ปี 2529
สาขาศิลปะการแสดง (หมอลำ)

ken1

ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี  2534
สาขาศิลปะการแสดง (หมอลำ)

chaweewan1

ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี  2536
สาขาศิลปะการแสดง (หมอลำ)

boonpeng sm

ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2540
สาขาศิลปการแสดง (หมอลำ)

por chalardnoi

ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี  2549
สาขาศิลปะการแสดง (หมอลำ)

banyen sm

ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี  2556
สาขาศิลปะการแสดง (หมอลำ)

pongsak 01

ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2557
สาขาศิลปะการแสดง (ประพันธ์เพลงลูกทุ่ง)

preecha 03

ดร.ปรีชา พิณทอง

นักปราชญ์ผู้รอบรู้วิถีชีวิตคนอีสาน
เป็นผู้ทรงคุณวุฒิเรียบเรียง
ตำราทั้งคดีโลกและคดีธรรม
sawing boonjerm sm

ปราชญ์ชาวบ้าน ครูภูมิปัญญาไทย
ด้านปรัชญาศาสนา  และประเพณี
ได้รับยกย่องให้เป็น "ปรัชญาเมธีอีสาน"

bampen na ubon sm

ปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะวัฒนธรรม
จารีตประเพณีอีสาน
ได้รับการยกย่องเป็น "เจ้าโคตรเมืองอุบล"

sura oonnawong sm

ปราชญ์ชาวบ้าน  มีความรู้ด้านศาสนพิธี พุทธปรัชญา การปฏิบัติสมาธิ
และการจ่ายผญา

Chollapat sm

ผู้เชี่ยวชาญด้านบรรณารักษ์ สารสนเทศ
และศิลปะการฟ้อนภาคอีสาน

thongkam pengdee sm

พระเอกหมอลำคณะรังสิมันต์
ต้นฉบับหมอลำกลอนทำนองอุบล

angkanang

ศิลปินนักร้อง/หมอลำ
ยุคเดียวกับบานเย็น รากแก่น

saman 1

หมอลำโกอินเตอร์กว่า 20 ประเทศ

sombat simlaa

เทพแห่งแคน ผู้ไร้ดวงตาแต่หัวใจมีเพลง
หมอแคนมากความสามารถของไทย

nopadol 6

ผู้ก่อตั้งวงดนตรีลูกทุ่งพูดจาภาษาอีสาน
วงดนตรีเพชรพิณทอง

tongsai 11

นายทองใส ทับถนน

ศิลปินครูพิณเมืองอุบลฯ เป็นตำนาน
ในวงดนตรีลูกทุ่ง เพชรพิณทอง

sa nguan 01

ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ผู้สืบสานพิณอีสาน
แห่งจังหวัดอำนาจเจริญ

usa janvijit sm

นายอุส่าห์ จันทรวิจิตร

นายช่างประติมากรรมศิลปะอีสาน
และต้นเทียนพรรษาอุบลราชธานี

boonleng sm

ปราชญ์พื้นบ้าน เกษตรกรแบบพอเพียง
แห่งจังหวัดอุบลราชธานี

kampan sm

ศิลปินพื้นบ้าน เพลงโคราช
แห่งจังหวัดนครราชสีมา

surin paksiri sm

นักแต่งเพลงลูกทุ่ง
แห่งจังหวัดอำนาจเจริญ

doi intanont sm

นักแต่งเพลงลูกทุ่ง/หมอลำ
แห่งจังหวัดสุรินทร์

kamkerng sm

นักแต่งเพลงลูกทุ่ง/หมอลำ
แห่งจังหวัดอุบลราชธานี

koon tawonpong sm

หมอลำกลอนเพอะ (สองแง่สองง่าม)
ฉายา "หมอลำคูณหี" เมืองอุบลฯ

ratree sriwilai sm

หมอลำ ดีกรีปริญญาเอกคนแรก
ผู้แต่งกลอนลำเป็นต้นตำรับลำซิ่ง

jomsri sm 

หมอลำหญิงเสียงดีของเมืองอุบลราชธานี
บันทึกแผ่นเสียงลำคู่กันกับหมอลำคูณ

kampoon sm

หมอลำอาวุโสที่มีชื่อเสียงในอดีต
อยู่ในหมอลำคณะ สุนทราภิรมย์

noom sm

ปราชญ์ชาวบ้านผู้ประพันธ์กลอนลำ
ชีวิตชาวนา
ให้ หมอลำฉวีวรรณ ดำเนิน

duang wang sa loon sm

ปราชญ์ชาวบ้านผู้ประพันธ์กลอนลำ
ให้ ศิลปินหมอลำอีสานมากมาย

kru kamman sm

นักคิด นักเขียน นักวิชาการการศึกษา
ผู้ประพันธ์นวนิยาย ครูบ้านนอก

kampoon boontawee sm 

นักเขียนรางวัลซีไรต์คนแรกของไทย
ผู้ประพันธ์นวนิยาย ลูกอีสาน, นายฮ้อยทมิฬ

sorapetch sm

นักประพันธ์/นักร้องเพลงลูกทุ่งดัง
เจ้าของเพลง หนุ่มนาข้าว สาวนาเกลือ

 

3 local artistศิลปินพื้นบ้านภาคอีสาน จากตำนานสู่ปัจจุบันนั้น มีมากมายหลายท่าน ที่ยังได้รับการกล่าวขานถึงด้วยความสามารถอย่างแท้จริง อย่างคุณแม่หมอลำฉวีวรรณ ดำเนิน (พันธุ) โคจรมาพบกับหมอแคนระดับเทพอย่าง หมอแคนสมบัติ สิมหล้า และราชาพิณอีสาน ทองใส ทับถนน ในงานมหกรรมศิลปะพื้นบ้านภาคอีสาน

ท่านใดมีประวัติส่วนตัวของศิลปินอื่นๆ ที่ยังไม่ปรากฏในเนื้อหาหน้านี้ อยากจะนำมาเผยแพร่ เพื่อยกย่องเกียรติคุณของท่านเหล่านั้น ให้ลูกหลานได้รู้จัก โปรดได้แจ้งมายัง กระผมผู้จัดทำเว็บไซต์นี้ได้ทันทีครับ ทางโทรศัพท์หมายเลข 08-1878-3521 หรือทางอีเมล์ที่ปรากฏในเว็บนี้ได้ครับ ขอขอบพระคุณทุกท่าน

สำหรับข้อมูลจะส่งให้ในรูแเอกสารเวิร์ด ภาพประกอบต่างๆ ที่ท่านได้เรียบเรียงมาดีแล้ว หรือจะแนะนำส่งลิงก์ที่เกี่ยวข้องมาให้ทางทีมงานเราได้รวบรวม เรียบเรียงให้เหมาะสมก็ได้ครับ ยินดีให้เครดิตแก่ท่านในการนำเสนอเรื่องราวเหล่านั้น คงไม่มีค่าตอบแทนสำหรับท่านนะครับ นอกจากความเคารพรักในน้ำใจ เพราะผมอาจจะมีรายได้จากแบนเนอร์โฆษณาบ้างเล็กน้อย ก็ยังไม่เพียงพอต่อรายจ่ายค่าโดเมน/ค่าเช่าเซิร์ฟเวอร์ ต้องอาศัยจากเงินเดือนข้าราชการบำนาญของผมเองเข้าช่วยบ้าง จึงพออยู่รอดครับ

 

 

mp3

เพลงลูกทุ่งและหมอลำ

เพลงลูกทุ่งและหมอลำ นับเป็นความบันเทิงที่คู่กันกับชีวิตของฅนอีสานอย่างแท้จริง มีศิลปินตัวจริงของชาวอีสานมากหน้าหลายตา ที่เข้าไปครองใจคนฟังทั้งประเทศ ด้วยท่วงทำนองที่ไพเราะ ครึกครื้น เนื้อหากินใจ ตรงใจของหลายๆ คน เพราะการพูดอย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม สะท้อนการดำเนินชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน

พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้ขายรูปร่างหน้าตา ความหล่อเหลา การเป็นดารา หรือปริญญาชั้นสูง แต่พวกเขาขายน้ำเสียงที่ไพเราะ เนื้อหาของเพลงที่ตรงใจใครต่อใครหลายคนนั่นต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นแหบเสน่ห์อย่างหมอลำสาวศิริพร อำไพพงษ์ หรือสาวสะออนจินตหรา พูนลาภ จะมีสาวสวยบ้างอย่าง น้องฝน ธนสุนทร ต่าย อรทัย และคนอื่นๆ คนผู้ฮ้ายแท้ๆ หนุ่มบ้านนาอย่างบักเถิงมนต์สิทธิ์ คำสร้อย หรือหนุ่มอุดรตัวดำชื่อฝรั่งอย่างไมค์ ภิรมย์พร พวกเขาเหล่านี้เป็นขวัญใจของฅนอีสานอย่างแท้จริง ท่ามกลางความชื่นชมของคนไทยทั่วประเทศ

ความหมายของเพลงลูกทุ่ง

สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ให้คำจำกัดความถึง เพลงลูกทุ่ง ว่า หมายถึง เพลงที่สะท้อนวิถีชีวิต สภาพสังคม อุดมคติ และวัฒนธรรมไทย โดยมีท่วงทำนอง คำร้อง สำเนียง และลีลาการร้องการบรรเลงที่เป็นแบบแผน มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งให้บรรยากาศของความเป็นลูกทุ่ง

looktoong

เพลงลูกทุ่งไทยใช้ภาษาง่ายๆ ตรงไปตรงมา ในลักษณะเดียวกันกับเพลงพื้นบ้าน เป็นที่นิยมของประชาชนทั่วไป และแพร่ขยายกว้างไกลถึงชนบททุกแห่ง เพลงลูกทุ่งหลายเพลงสะท้อนถึงสภาพสังคม ความเป็นอยู่และวัฒนธรรมไทย หลายเพลงมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของคนไทย บางเพลงเป็นหลักฐานข้อมูลทางประวัติศาสตร์สังคมของประเทศ บางเพลงเป็นที่รวมของภูมิปัญญา และทรัพย์สินทางปัญญาของชาวบ้าน เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติที่มีค่าเป็นอย่างยิ่ง

พอจะสืบสาวได้ว่าเพลงที่มีแนวเป็นเพลงลูกทุ่งและบันทึกไว้เป็นหลักฐานเป็นเพลงแรก คือเพลง "โอ้เจ้าสาวชาวไร่" ผลงานประพันธ์ทำนองและคำร้องของ ครูเหม เวชกร เมื่อ พ.ศ. 2481 ขับร้องโดย คำรณ สัมบุญณานนท์ เป็นเพลงประกอบละครวิทยุเรื่อง "สาวชาวไร่"

ส่วนคำว่า "เพลงลูกทุ่ง" อาจารย์จำนง รังสิกุล คิดประดิษฐ์ขึ้นใช้เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2507 ปลายปีเดียวกัน ประกอบ ไชยพิพัฒน์ จัดรายการเพลงทางสถานีไทยโทรทัศน์ ตั้งชื่อรายการว่า "เพลงลูกทุ่ง" ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2509 มีการจัดงานแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน ครั้งที่ 2 สมยศ ทัศนพันธ์ ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานในฐานะ "นักร้องลูกทุ่งชาย" ยอดเยี่ยม โดยที่ในการจัดงานครั้งแรกเมื่อพฤษภาคม 2507 นั้น ยังไม่มีเพลงลูกทุ่งเข้าประกวด

นักร้องลูกทุ่งอีสานบ้านเฮา

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวประวัติ และเรื่องราวของบรรดาศิลปินลูกทุ่งอีสาน อาจจะยังไม่ครบถ้วน เพราะมีเกิดใหม่ประดับวงการมากมายทุกวัน ใครมีข้อมูล/ภาพประกอบของศิลปินในดวงใจ อยากจะเผยแพร่บันทึกไว้ก็ส่งกันมาได้ หรือต้องการจะทราบประวัติและผลงานของนักร้องลูกทุ่งอีสานคนใด ก็บอกกันมาได้ครับ (หมายเหตุ : ไม่ได้เรียงลำดับตามความดังของศิลปิน ความอาวุโส แต่อย่างใด คนไหนมีข้อมูลมาก่อนก็จัดเข้าในเนื้อหาก่อนเท่านั้นเองครับ)

mike sm
ไมค์ ภิรมย์พร
sala sm
สลา คุณวุฒิ
banyen sm
บานเย็น  รากแก่น
siripon sm
ศิริพร อำไพพงษ์
Daeng sm
แดง จิตรกร
monsit sm
มนต์สิทธิ์ คำสร้อย
jiew sm
จิ๋ว อมรรัตน์
jintara sm
จินตหรา พูนลาภ
akarat sm
เอกราช สุวรรณภูมิ
dao bandon sm
ดาว บ้านดอน
dok or sm
ดอกอ้อ ทุ่งทอง
kantong sm
ก้านตอง ทุ่งเงิน
pai sm
ไผ่ พงศธร
teppon sm
เทพพร เพชรอุบล
boonta sm
บุญตา เมืองใหม่
dao mayuree sm
ดาว มยุรี
chalermpol sm
เฉลิมพล มาลาคำ
akapol sm
เอกพล มนต์ตระการ
prisana wong sm
ปริศนา วงศ์ศิริ
Fon Tanasuntorn sm
ฝน ธนสุนทร
maithai sm
ไหมไทย ใจตะวัน
monkan sm
มนต์แคน แก่นคูณ
pimpa sm
พิมพา พรศิริ
tai sm
ต่าย อรทัย
pong preeda sm
ปอง ปรีดา
benjamin sm
ครูเบญจมินทร์
saksri sriakson sm
ศักดิ์ศรี ศรีอักษร
angkanang
อังคนางค์ คุณไชย
ponsak songsaeng sm
พรศักดิ์ ส่องแสง
sonti sommart sm
สนธิ สมมาตร
sunaree sm
สุนารี ราชสีมา
kaotip sm
ข้าวทิพย์ ธิดาดิน
petch phanom roong sm
เพชร พนมรุ้ง
ying yong sm
ยิ่งยง ยอดบัวงาม
pimjai sm
พิมพ์ใจ เพชรพลาญชัย
on uma sing siri sm
อรอุมา สิงห์ศิริ
kaifah daduang sm
ไก่ฟ้า ดาดวง
man maneewan sm
แมน มณีวรรณ
noknoi sm
นกน้อย อุไรพร
jakajan sm
จั๊กจั่น วันวิสา
roong fah sm
รุ่งฟ้า กุลาชัย
sak siam sm
ศักดิ์สยาม เพชรชมพู
nongnuch sm
น้องนุช ดวงชีวัน
earn kwan sm
เอิ้นขวัญ วรัญญา

 

isan tradition

line
รู้จักกับภาคอีสาน | ภูมิปัญญาท้องถิ่น | อัตลักษณ์ท้องถิ่นอีสาน | ขนบธรรมเนียมประเพณี | ฮีตสิบสองคองสิบสี่

ระเพณีและความเชื่อของชาวอีสานนั้น นับว่ามีส่วนช่วยทำให้การดำรงชีวิตของสังคม มีความสงบร่มเย็น ความเชื่อในเรื่อง ภูตผี เทพาอารักษ์ ถูกกำหนดขึ้นด้วยจุดประสงค์แฝงเร้นให้เกิด การอนุรักษ์ทรัพยากรพื้นถิ่น สร้างแหล่งอาหาร พืชพันธุ์อันอุดมสมบูรณ์ และช่วยรักษาป่าไม้ให้กับชุมชน หลายๆ ประเพณีจึงมีขึ้นเพื่อรวมใจของคนในชุมชน สร้างขวัญกำลังใจในการประกอบสัมมาอาชีพ ล้วนแล้วแต่เป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่นอันทรงคุณค่า เมื่อท่านไปเยือนถิ่นอีสาน นอกจากจะได้ชื่นชมกับขนบธรรมเนียมประเพณี การแสดงออกทางด้านศิลปวัฒนธรรมแล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดมิได้เลยคือ อาหารการกิน ที่รสแซบถูกปาก

 

isan province

bulletรู้จักกับภาคอีสาน 

 

isan poom pan ya

bulletภูมิปัญญาท้องถิ่น

bulletอัตลักษณ์ท้องถิ่นอีสาน

 

isan pra pe nee

bulletขนบธรรมเนียมประเพณี

 

 

isan heet kong

bulletฮีตสิบสองคองสิบสี่

 

line
รู้จักกับภาคอีสาน | ภูมิปัญญาท้องถิ่น | อัตลักษณ์ท้องถิ่นอีสาน | ขนบธรรมเนียมประเพณี | ฮีตสิบสองคองสิบสี่

 

dance header

เรียบเรียงจาก : ศิลปะการฟ้อนภาคอีสาน
โดย : ชัชวาลย์ วงษ์ประเสริฐ

font ram 00าคอีสาน เป็นดินแดนที่ร่ำรวยทางอารยธรรมและประวัติศาสตร์ หนึ่งในวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่นั้นคือ นาฏศิลป์และการร่ายรำ เป็นเอกลักษณ์ที่แสดงความโดดเด่นเป็นคนอีสานอย่างแท้จริง ไม่ต้องมีคำอธิบายก็เป็นที่เข้าใจกันได้ว่า นี่คือการแสดงของชาวอีสานซึ่งเราภาคภูมิใจ

isan fon ram 01

ข้อมูลที่นำเสนอทั้งหมดนี้เรียบเรียง/ดัดแปลงให้เหมาะกับการแสดงผลบนบราวเซอร์ มาจากหนังสือ :
ศิลปะการฟ้อนภาคอีสาน โดย ชัชวาลย์ วงษ์ประเสริฐ   
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม (2532)   
isan fon ram 02

serng kala 01

หมวดหมู่รอง

การแสดง การละเล่นพื้นเมือง

รวมศิลปินฅนอีสาน

การฟ้อนรำ การเซิ้ง การแสดงในภาคอีสาน

หมวดงานประเพณีพื้นบ้าน

ความรู้ของคนไทยอีสาน

บายศรีสู่ขวัญ

อาหารการกินฅนอีสาน

พิธีกรรมเกี่ยวกับชีวิต ตั้งแต่เกิดจนตาย

สนับสนุนให้ IsanGate อยู่รับใช้ท่านตลอดไป ด้วยการคลิกแบนเนอร์ไปเยี่ยมผู้สนับสนุนของเราด้วยครับ

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1