foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
จ่มแล้งบ่ทันข้ามเดือน "น้ำท่วมบ้านทิดหมู" แล้ว งึดแฮงหลายพายุมา 2 ลูกต่อกัน "โพดุล" กับ "คาจิกิ" ทางเหนือน้ำมูลขึ้นไปทางลำชี กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร ตอนนี้พากันน้ำลดลง ส่วนบ้านทิดหมูน้ำกำลังขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นปลายน้ำ ไหลมาโฮมกันลงแม่น้ำโขง คือสิรอนานเป็นเดือนอยู่คันพายุบ่มาซ้ำอีก นาข้าวเหลืองตายแล้งพ้อน้ำมากะเลยเน่าตายไปเลย พี่น้องเอย คือมาทุกข์ซ้ำกรรมซัดแท้น้อบาดนี้ ขอเป็นกำลังใจให้สู้ผู้สู่คนเด้อพี่น้องเอย ข้าน้อยขอไปใส่มองก่อน...

Our Sponsor

adv200x300 2

Facebook Likebox

IsanGate Radio Online

radio online banner

Administrator

mail webmaster

My Web Site

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75
paya header

ju ju  เชื้อชาติแฮ้ง เหม็นสาบกันเอง ปูสอนปูให้ย่างตรง ห่อนฤสิทำได้

     ## ตัวอย่างที่เลวหรือจะทำให้ผู้อื่นทำดีได้   ##

klon header

คนอีสานโบราณนั้นนับว่าเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนอยู่พอสมควร จะเห็นได้จากนิทาน หรือวรรณกรรมพื้นบ้านหลายต่อหลายเรื่อง จะเล่าในลักษณะเป็นคำกลอน อย่าง พญาคำกอง (สอนไพร่) หรือ ท้าวก่ำกาดำ หรือขูลูนางอั้ว ดังนั้นคำสอนของผู้เฒ่าผู้แก่ ปู่ย่าตายาย ก็มักจะออกมาในรูปคำกลอน

หมายเหตุ : การอ่านกลอนต่อไปนี้ต้องออกเป็นสำเนียงอีสาน งจะคล้องจองสัมผัสกันได้ดี คำทุกคำที่เขียนพยายามจะให้ใกล้เคียงกับการออกเสียงมากที่สุด กรุณาออกเสียงตามที่เขียนดูนะครับ

  • อย่าได้เสียแฮงได้เป็นคนนำเพิ่น คนให้คนฮอดก้นเหนียวตุ้ยจั่งแม่นคน (ย่า)
  • อย่าได้หวังสุขย้อนบุยเขามาเพิ่ง สุขกะสุขเพิ่นพุ้นบ่มากุ้มฮอดเฮา (ย่า)
  • อย่าได้ติดตามก้นของคนท้องยิ่ง มันสิตดใส่เจ้าให้ดังเว้อปึ่งเหม็น (ย่า)
  • อย่าฟ้าวฮ้อนให้ฮีบกล่อมเอาเย็น ให้ค่อยบำเพ็ญเพียรสืบแปลงคราวแค้น (ย่า)
  • อย่าได้เว้าฟู้ฟู้ขวัญเพิ่นเป็นกระดัด อย่าได้มีโทโสใส่เขาขมฮ้าย อย่าได้เมามัวต้านเตียนขวัญผู้อื่น โทษเขามีท่อก้อยอย่าเตียนเว้าท่อโป้มือ อย่าได้ถือเขาพุ้นเป็นใจมันบ่แม่น โทษเขามีท่อฟ้าอย่าจาต้านให้ป่วยการ เขาบ่แถมพรให้ทุนฮอนเบี้ยบาท มีแต่แถมโทษให้ยามเขาฮู้เมื่อลุน (ย่า)
  • อย่าได้คิดโลภเลี้ยวเป็นเกี่ยวหลายคม ให้มันเป็นคมเดียวต่อสันกับด้าม อย่าได้เห็นแก่ได้ของเพิ่นมาถือ มันบ่พอทำทุนอุ่นถงพอมื้อ (ย่า)
  • อย่าได้กดเขาย้องยอโตผิดฮีต อย่าได้หวีดหวีดเว้าประสงค์ขึ้นข่มเขา (ย่า)
  • อย่าได้มัวเมาเหล้นการพนันเบี้ยโบก ลางเทื่อโชคบ่ให้ถงเป้งสิขาดกลาง (ย่า)
  • อย่าได้ติโทษท้วงปวงหมู่หมูหมา มันบ่เห็นแนวกินบ่แล่นวนเวียนอ้อม ติแต่แมงวันฮ้ายตอมโตอยู่โผ้โผ่ โตหากเหม็นอู่อู้สิติได้ฮ่อมใด ติแต่ควายบักเลฮ้ายปักตูสวนบ่อัดหี่ ติแต่แมงมี่ฮ้ายตีนซิ่นบ่ล่ำเพอ ติแต่เป็ดไก่ดื้อเต้นตอดตามขา มันหากเห็นแนวกินจั่งแล่นวนนำก้น ติแต่งัวควายหมันเฮียวหนามฮั้วไฮ่ มันหากเห็นบ่อนได้จึงเทียวหม้นอยู่ดน ติแต่คนเขาพุ้นภายโตบ่เตื้องต่อ ติแต่คออึ่งเพ้าคอเจ้าผัดแฮ่งจน (ย่า)
  • อย่าได้ทำเพศเพี้ยงหัวเพียงเพศอึ่ง มันหากเหลือแต่ฮ้องความเว้าฆ่าโต (ย่า)
  • อย่าได้วาจาเพี้ยงเขาฮอขมขื่น คำปากอย่าได้ตื้นคือหม้อปากแบน อย่าได้แสนแพนหน้าวาจาเว้าอ่ง ฝูงพี่น้องพงษ์เชื้อสิบ่มี (ย่า)
  • อย่าได้เห็นของฮ้ายเป็นดีมีค่า อย่าได้เห็นด่านด้าวแดนกว้างว่าแปน (ย่า)
  • อย่าได้คึดกอบเกื้อกรรมบาปหนาหนัก ให้เอาบุญเป็นสหายฮ่วมเฮือนเฮียงซ้อน (ย่า)
  • อัศจรรย์ใจเด้ อกสิเพแตกแหล่ง ยามเมื้อเช้ามื้อแลงมีแต่คึดฮอดน้องเหงาง้วงอยู่บ่เซา (บ.)
  • อันว่าโลกีย์นี้บ่มีแนวตั้งเที่ยง มีแต่ตายแตกม้างทะลายล้มเกลื่อนหาย อันว่าความตายม้างไกลกันเจียระจาก คันบ่ม้มโอฆกว้างสิเทียวพ้ออยู่เลิง (ย่า)

 

อย่าได้พากันไห้นำผีตายตกป่า ไห้นำหม้อกระเบื้องยังสิได้อุ่นแกง (ย่า)
  • อย่าได้พากันไห้นำคนตายตกป่า ไห้ต่อยายย่าเถ้ายังสิได้เพิ่งบุญ (ย่า)
  • อันว่าความตายนี้เปิงเป็นทังโลก คันมันมาฮอดแล้วหนีได้กะบ่กลายได้แล้ว (ย่า)
  • อย่าได้โสดาดิ้นนำงาช้างเพิ่น ไห้ต่อเขาโล้งโค้งควายเถ้าแฮ่งเฮา (บ.)
  • อย่าได้คึดต่อเข้าในนาของผู้อื่น คึดต่อนาขี้กระต่ายน้อยนาหม้องแห่งเฮา (บ.)
  • อย่าได้วาจาต้านสอนหมาให้หอนเห่า สอนเต่ามุดน้ำคำนั้นบ่ควร สอนกระบวนความฮู้ครูบามันผิดฮีต สอนความฮู้ผู้เถ้าใผสิเว้าว่าดี สอนให้หมีกินเผิ้งอายหมีมันสิว่า สอนให้ปลามุดน้ำมันสิเย้ยเสียดสี สอนให้กุมภีแข้ลงหนองมันบ่ค่อง สอนให้แข้ล่องน้ำคำนั้นบ่ควร (บ.)
  • อย่าสิหวนหาเชื้อคนพาลเว้าบ่แม่น ลิ้นบ่มีฮั้วล้อมมันสิเว้าด่าเขา ใผผู้ความคึดสั้นผญาเบาใจม่อ ตัณหาจับแก่ทื้นลงหม้อแผ่นแดง ตัณหาแฮงทำให้มโนในแสนแสบ คือดั่งเข็มหมื่นเหล้มแทงดั้นแดกขมอง (ย่า)
  • อย่าได้หึงหวงห้ามไปมาให้มีหมู่ มีพี่น้องนำก้นกะอุ่นใจ ไปกับอ้ายนำทางสิได้ม่วน ฮอดฮ่มไม้ยังสิได้หยอกกัน ลางเทื่อมีโพงเป้ามาหาอ้ายสิไล่ ลางเทื่อเสือโคร่งเขี้ยวมาใกล้สิไล่ตี (ย่า)
  • เอาคนกล้าครองเมืองมันจั่งฮุ่ง เอาคนขี้ย้านครองบ้านบ่ฮุ่งเฮือง (บ.)
  • อดสงสารบักเลเถ้าควายเฮาไว้แด่ คันบ่หลกหญ้าควาย คันบ่บายหญ้าป้อนบักเลเถ้าส่วนสิตาย แท้แล้ว (ป.)
  • อดเจ้ากูร์ณาเลี้ยงควายบักเลไว้ถ้าห่า บาดห่ามาฮอดแล้วจึงไลถิ้มให้ห่ากิน (ป.)
  • เอ้งเอ้งฮ้องอย่าฟ้าวว่าเสียงกบ ลางเทื่องูเพาพิษตอดตนตายเมี้ยน (ป.)
  • อย่าสิเด็ดดอกหว้านบ้านเพิ่นมาบาน ให้เจ้างอยซานเก็บดอกกระเจียวแคมฮั้ว (ป.)
  • อันว่าเชื้อเห่าห้อมโตใหญ่สารพิษ ใผจักทำเพียรสอนสั่งมันบ่มีได้ (ป.)
  • อย่าได้หย้อหัวตอลงต่ำ (ป.)
  • อุ่มทุ่มเจ้าผู้เข้านาทาม ปีบ่ท่วมหมายสิเอาล้อแก่ ถืกปีน้ำท่วมหัวล้านกะบ่ปาน (บ.)

 isan people 6

อันว่านอนิลแก้วพิฑูรย์มีค่า เอาให้คนผีบ้าไปใช้บ่ควร (บ.)
  • แฮ่งผู้ฮ้ายแฮ่งตื่มตดเหม็น แฮ่งดำแฮ่งติดตื่มลายทังแหล้ แฮ่งอึดแฮ่งอยากทังยากทังจน แฮ่งวนแฮ่งเวียนบ่มีทางไว้ (บ.)
  • เฮือคาแก้งเกวียนเห็นให้เกวียนแก่ บาดว่าไปฮอดน้ำเฮือสิได้แก่เกวียน (บ.)
  • เฮาว่าเฮาดีแล้วยามเฮาเป็นหนุ่ม แยงแว่นหัวยุ้มยุ้มแยงแล้วเปิดบ่เป็น เถิงเมื่อยามเฮาเถ้าแยงเงาเป็นตาหน่าย เป็นพุ้ยยุ้ยพ้ายย้ายมีหม้องทั่วโต เหลียวเบิ่งสองฝ่ายแก้มหัวแย้มแฮ่งคือ (ย่า)
  • เฮียมนี้เป็นคนน้อยสติลอยมันบ่เคี่ยม เจียมปากเจียมวาดไว้ยามสลั้งก้หากมี ลางเทื่อโมโหหุ้มโมหังบังเบียด ปากบ่สมวาดเว้าคำนั้นอย่าซะถือ (บ.)

 


 

redline

backled1

 

klon header

คนอีสานโบราณนั้นนับว่าเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนอยู่พอสมควร จะเห็นได้จากนิทาน หรือวรรณกรรมพื้นบ้านหลายต่อหลายเรื่อง จะเล่าในลักษณะเป็นคำกลอน อย่าง พญาคำกอง (สอนไพร่) หรือ ท้าวก่ำกาดำ หรือขูลูนางอั้ว ดังนั้นคำสอนของผู้เฒ่าผู้แก่ ปู่ย่าตายาย ก็มักจะออกมาในรูปคำกลอน

หมายเหตุ : การอ่านกลอนต่อไปนี้ต้องออกเป็นสำเนียงอีสานจึงจะคล้องจองสัมผัสกันได้ดี คำทุกคำที่เขียนพยายามจะให้ใกล้เคียงกับการออกเสียงมากที่สุด กรุณาออกเสียงตามที่เขียนดูนะครับ

  • บุญหัวบ่เคยได้สังวาลย์คำพระยานาค ขี้ดินดากติดหัวแต่น้อยหลงเอิ้นว่าหอน (ป.)
  • บ้านเมืองข้อนขุนกวาดยาดไพร่ เมืองขวาได้ไก่โจ้น เมืองซ้ายได้ไก่ยอง เมืองซองได้ไก่แจ้ คราวนี้แพ้ไพร่เมือง (บ.)
  • ป๋าสวนอ้มหนีไปชมหม้อปลาแดก ป๋าเล้าเข้าไว้หนีไปซ้นป่ากลอย (บ.)
  • ปลาอยู่น้ำบ่ห่อนขึ้นเทิงบก มันหากอาศัยเนาอยู่นอนในน้ำ (บ.)
  • ปลาบ่ยินดีด้วยชลธาร์เขินขาด หงษ์หากชมชื่นเต้าสะพังด้วยดอกบัว (บ.)
  • เป็นชายก็ให้เป็นชายแท้อย่าแกมหีนแฮ่ ทรายก็ทรายแท้แท้ตมนั้นอย่ามี (ย่า)
  • ญิงกะเป็นญิงแท้อย่าเป็นญิงมักง่าย ยิงกะยิงแท้แท้แนแล้วจั่งยิง อย่าได้ยิงเสียถิ้มยิงเสียดายเปล่า ให้หาหน้องแต้มเสียแล้ว
    จั่งค่อยยิง (ย่า)
  • ปุนปันให้พอดีก้ำเกิ่ง อย่าได้หนักเพิ่นพุ้นเบาพี้บาปสิกิน (ย่า)
  • แปลงขัวข้ามสะเภาทองเทียวท่อง หมายจักเป็นพี่น้องเทียวยื้อย่องยาม (บ.)
  • เป็นวังขอให้เป็นวังแท้ อย่าได้มีขอนขว้างขวางวังตันฮ่อง (ย่า)
  • เป็ดไก่ยังฮู้หาเหยื่อป้อนเลี้ยงคาบชิวังโต ส่วนว่าเฮาเป็นคนอย่าสิดูดายดู้ (ย่า)
  • เป็นญิงนี้เอาผัวหาง่ายจริงรือ เอาบ่ดีสิเป็นเคราะห์ฮ้ายเข็ญเข้าฮ่วมเฮือน (ย่า)
  • เป็นน่าอิดูเด่สงสารกลับก่าย ความตายกลับต่าวปิ้นเลิงพ้อโลกเป็น (ย่า)
  • ปลาดุกปิ้งเต็มไฟบ่อยาก สังมากะดั่นดิ้นกินเข้าบ่ายเกลือ (บ.)
  • เป็นญิงนี้ทำตนให้มันค่อง ตีนผมให้ล่ำเกลี้ยงตีนสิ้นให้ล่ำเพียง ตั้งแต่นางเมืองฟ้าเทวดาผู้ประเสริฐ เพิ่นกะยังนุ่งซิ่นบ่แปรปลิ้นดั่งเฮา นั่นเด (บ.)
  • ให้ผู้พาโลล้นโลภามักมาก โลภลื่นล้นเมือหน้าบ่ดี (บ.)
  • ใผอย่าขันอาสาเลี้ยงแนวชะนีฮูปฮ่าง มันหากเคียวบ่เศร้าผองเท้ากระดูกกองหั้นแล้ว (บ.)
  • ใผสิหลิงเห็นไส้หัวใจคนใหญ่ ลางเทื่อฝังเกี่ยวไว้ในหั้นหมื่นดวง บ่ฮู้ (บ.)
  • ใผสิเหลียวเห็นไส้ตับไตนกขี้ถี่ มันหากฮ้องพีบพี้งใจเลี้ยวใส่กะปู บ่ฮู้ (บ.)
  • ผีสางฮ้ายผกจอบกินหวาน บ่ท่อคนเฮาหลอนหลอกกินกันแท้ (บ.)
  • ผัวเมียนี้คนเดียวโดยฮีต สุขทุกข์ยังฮ่วมย้าวถนอมตุ้มต่อมกัน (บ.)
  • ผู้เผิ่นหนีไปค้าทางไกลยังฮู้ข่าว คันบ่กลับต่าวบ้านยังได้ข่าวสาร อันว่าการตายนี้บ่มีทางสิเห็นไง่ จักว่าตกเขตก้ำเหนือใต้ฝ่ายใด จักว่าไปดีฮ้ายทางใดบ่เห็นกลิ่น ฝูงหมู่ญาติพี่น้องเฮไห้ฮ่ำหา (ย่า)
  • ใผหากคองคอยถ้าคนตายว่าสิต่าว คือดั่งดาวอยู่ฟ้าคอยได้กะบ่มา (บ.)
  • ใผหากคองคอยถ้าคนตายว่าสิเกิด มีแต่ตายแล้วจ้อยตายแล้วบ่ห่อนคืนได้แล้ว (บ.)
  • ผู้ใหญ่เจ็บในเนื้อตนโดตกะพออยู่ เด็กน้อยปวดท้องขี้หูชี้แล่นทั่วเฮือน (บ.)
  • ผักหมเหี้ยนฮิมทางอย่าฟ้าวเหยียบย่ำ บาดมันถอดยอดตั้วยังสิได้ก่ายเกิน (บ.)
  • ผู้สาวได้ผัวเถ้าบุญเลาสร้างแต่เก่า ผู้บ่าวได้แม่ฮ้างบุญสร้างแต่หลัง (บ.)
  • ฝนตกห้งไหลโฮมแต่นาขุ่ม บาดนาโตใกล้ฟ้าฝนเท้งผัดแล่นกลาย (บ.)
  • ฝนตกทังไหลโฮมโคกเท้อเล้อ บ่อนใดสูงเจ้อเก้อโฮมห้งน่าหน่ายฝน (บ.)
  • พรที่พระอำนวยให้เทียระฆาเท้าชั่ว ควรที่นบนอบน้อมถนอมไหว้ซู่วัน (บ.)

 

แม่นสิบินเทิงฟ้าเวหากะตามช่าง แม่นสิหออยู่ฟ้ากะลงม้วนแผ่นดิน (บ.)
  • พระเวสเจ้าน้อยนาฏมทีนาง ยังได้หนีพาราจากนครคราวเยิ้น ไปอยู่ดงแดนด้าวไพรสณฑ์แถวเถื่อน มีแต่ทุกข์ยากเยื้อนบ่เคยพ้อพบเห็น (ย่า)
  • พงษ์พันธุ์เชื้อตายายพ่อแม่ ควรที่นบนอบไหว้ยอไว้ที่สูง ผลาบุญมาค้ำแนมนำยู้ส่ง ปรารถนาอันใดคงสิลุลาภได้โดยด้ามดั่งประสงค์ (ย่า)
  • ฟังความส้มสิเสียเกลือมื้อห้าห่อ ฟังความสับส่อเว้าสิเสียเจ้าผู้ฮักแพง (ป.)
  • ไฟบ่ไหม้เฮือนใผกะพออยู่ (บ.)
  • มณีโชติแก้วมหานิลดวงประเสริฐ บ่มีคำห่อหุ้มมณีแก้วก็เล่าจาง (ย่า)
  • มันหากเหลือแฮงแล้วปลาบืนยามเดือนสี่ เงี่ยงกะหลุ้ยคุยกะล้ม ปานนั้นว่าบ่บืน (ย่า)
  • มือห้านิ้วยาวสั้นต่างกัน (ป.)
  • มีไหมบ่มีครั่งย้อมเป็นป่านชาวกะเลิง ดำบ่แดงพอกะเทินส่วนสิเสียเซิงผ้า (ย่า)
  • มีไหมบ่มีครั่งย้อมมันบ่ห่อนแดงเอง คันบ่หาฟืมฟัดต่ำทอบ่มีแล้ว (ย่า)
  • มีไหมบ่มีเข็มฮ้อยสิเอาหยังหยิบแล่ว มีเข็มคันไหมบ่ฮ้อยก้นสิสนได้ฮ่อมใด (ย่า)
  • มีปลาบ่มีหม้อสิเอาหยังมาต้มอ่อม หม้อนั้นคันช่างเขาบ่ปั้นบ่มีได้อ่อมแกง (ย่า)
  • มีจองบ่มีด้ามสิเป็นบ่วงตักแกง บุงบ่มีสายสิเป็นทอยาฮ้าง เหล็กไนบ่มีหลาแล้วสิกลายเป็นเหล็กสว่าน มีผัวบ่มีลูกเต้าเขาสิเอิ้นแม่หมัน มีครรภ์บ่มีผัวซ้อนมานทางเขาสิว่า มีลูกมีย้อนชู้เขาสิเฮื้องใส่ทาง (ย่า)
  • มีผมบ่มีหวีป้องสิเป็นฮังนกเป็ดป่อง มีปากบ่มีแข้วพร้อมคางสิเจ้ยเจิดดัง (ย่า)
  • มีวังบ่มีขอนขว้างพรานแหเขาสิหว่าน มีเฮือนบ่มีพ่อย้าวโจรสิเข้าลักของ มีกลองบ่มีหนังหุ้มสิเป็นฮางผักบั่ว มีหัวผมบ่พร้อมเขาสิเอิ้นเดิ่นเหา มีเกวียนบ่มีงัวพร้อมสิเอาหยังมาแก่เกวียนนอ คันบ่มีไม้ค้ำหัวสิจ้ำใส่ดิน (ย่า)
  • มีหมาขาห้านมีแมวขาเด่ มีหมูปากเว้อมีม้าปากเหวอ มีควายเขาง้องมีงัวเขาแง่ม (ย่า)
  • มีเฮือนบ่มีค้าวสิเอากอนไฟพาดใสนอ มีค้าวบ่มีตอกมัดไว้สิไปหมั้นบ่อนใด มีเฮือนบ่มีฝาแอ้มลมมาสิหนาวหน่วง ยามหนาวบ่มีผ้าตุ้มสิไปเอ้าอุ่นบ่อนใด มีเฮือนบ่มุงหญ้าฝนตกมามันสิฮั่ว มุงหญ้าคันบ่มีตอกกิ้วสิไปหมั้นบ่อนใด (ย่า)
  • โมโหโทโสนี้พาโตตกต่ำ ให้ค่อยคึดปากต้านคำค้อยให้ม่วนหู (บ.)
  • มีเงินบ่มีคำห้อยแสนสิออยกะบ่อยู่ มีคำคันบ่มีอิ่งอ้อยออยโอ้กะบ่ฟัง (บ.)
  • ยูงยางไม้ลมตีหักถ่อง บาดว่าเครือหญ้าป้องลมต้องบ่เพ (บ.)
  • ยามยังน้อยให้เจ้าหมั่นเฮียนคุณ บุญเฮามีสิยศสูงเพียงฟ้า ไปภายหน้าหาเงินได้ล้านหมื่น ใผผู้ความฮู้ตื้นเงินเบี้ยบ่แกว่นถง (บ.)
  • ยามเมื่อกลับจากไฮ่แม่กะเอิ้นขวัญมา ยามเมื่อกลับจากนาแม่กะเอิ้นขวัญเต้า เอิ้นเอาขวัญบุตตาเจ้าให้มาเนาเทียมพ่าง เอิ้นเอาขวัญลูกเต้ามาเข้าสู่คีง (ย่า)
  • ยำกกให้ยำเหง้า ยำเงาให้ยำง่า (บ.)
  • ลางเทื่อได้หน่วยแก้วอย่าฟ้าวเปิบใจหัว ลางเทื่อฮงฮงใสหน่วยขวางใผสิฮู้ (ย่า)
  • โลกนี้หากปั่นปิ้นแสนช่องสารพัด กัดแข้วขันต่อตีชาติชายใจป้ำ คันบ่ลุลาภได้มีสิ่งขัดขวาง เอาให้คอขาดคาดั่งปลวกกุมกินช้าง (ย่า)
  • โลกนี้มันหากวนเวียนเกี้ยวสงสารกลับเกิด ใผสิว่าใผเลิศล้ำคำนั้นบ่ควร ลางเทื่อเฮาดีแล้วภายหลังกลับชั่ว ลางเทื่อได้ชั่วแล้วไปหน้าผัดเล่าดี (ย่า)
  • ลางเทื่อไปทางท่งถืกแดดขวัญนอน ลางเทื่อไปทางดอนถืกลมขวัญล้ม ลางเทื่อเห็นหมู่นกขวัญลูกตกใจ ลางเทื่อเห็นหมู่กาขวัญนางตกสะท้าน ลางเทื่อเห็นหมู่ม้าขวัญลูกเกรงกลัว ลางเทื่อเห็นหมู่งัวขวัญนางยำย้าน ลางเทื่อเห็นงูงอดขวัญลูกหนีคีง ลางเทื่อเห็นงูปลิงขวัญนางหนีเนื้อ ลางเทื่อเข้าป่าแฝกขวัญตื่นงูสา ลางเทื่อเข้าป่าคาขวัญตื่นงูเห่า ลางเทื่อยามเข้าเหล่าขวัญเจ้าหลงทาง ลางเทื่อยามเข้าดงขวัญเจ้าหลงบ้าน ลางเทื่อตำสดุดต้องขวัญหัวสมิ้งเมื่อย ลางเทื่อตกบวกน้ำขวัญเจ้าหง่วมเหงา แม่ก็ฮ้องเฮียกเอิ้นขวัญแค่งคืนมา แม่ก็ฮ้องเฮียกเอิ้นขวัญขามาสู่ ให้คืนมาสู่เนื้อเสมอด้ามดั่งเดิม (ย่า)
  • วังบ่มีขอนขว้าง พรานแหบ่มีหย่อนมือแล้ว น้ำบ่มีเงือกแข้คนใบ้บ่กลัว (บ.)
  • เวียงจันทน์เศร้าสาวเอยอย่าฟ้าวว่า มันสิโป้บาดหล้าแตงช้างหน่วยปลาย (บ.)
  • ศิลป์ชัยท้าวตกไกลแสนยาก ยังได้กลับต่าวขึ้นเป็นเจ้านั่งเมือง (บ.)
  • สงสารช้างวงเวียนผัดเปลี่ยน มันหากเวียนล้องค้องคือล้อรถยนต์ บ่ห่อนหนีไปพ้นเกิดแก่เจ็บตาย มีแต่วนเวียนติดต่อกันบ่มีแล้ว (ย่า)
  • สงสารนี้เวียนตายเวียนเกิด คือมดแดงไต่ขอบดังเวียนแล้วคอบเลิง (ย่า)
  • แสนสิมีความฮุ้เต็มพุงเพียงปาก โตสอนโตบ่ได้ใผสิย้องว่าดี (บ.)
  • เสื่องเงื่อนไว้เห็นส้นค่าวา (บ.)
  • สาวเอยสาว แต่เจ้าเป็นสาวกกขาขาวคือปลีกล้วยถอก บาดว่าออกลูกแล้วกกขาก่ำคือหำลิงโทน (บ.)
  • ไส้อยู่ท้องกลับเกิดเป็นหนอน (บ.)

 

หีนบ่ฮองฮะให้   แนวพร้าบ่ห่อนคม (บ.)

 

  • สิบแหนงไม้ซาวแหนงไม้บ่ปานแหนงไม้ดู่ สิบแก่นคู้ซาวแก่นคู้บ่ปานไม้แก่นจันทน์ (ป.)
  • ให้ค่อยตักค่อยต้อนสิเห็นต่อนแกงปลา ให้ค่อยวิดค่อยสาอย่าเซาวางไว้ คันหากเป็นตาหย้ำให้ทำกินฟ้าวฟั่ง อย่าได้นั่งเค้าเม้ามัวเว้าบ่ดี (ย่า)
  • ให้ค่อยคึดค่อยแก้ค่อยแก่ค่อยดึง ให้ค่อยขุดค่อยขนค่อยคนค่อยค้ำ ให้ค่อยทำค่อยสร้างอย่าวางใจให้ค่อยแล่น ให้ค่อยยอค่อยแง้นมันสิได้ต่อนคำ (ย่า)
  • เห็นว่าเปอเคอตั้งกลางพาอย่าฟ้าวอยาก ย้านมันเป็นต่อนง้วนกินแล้วสิบ่ยืน (ย่า)
  • เห็นว่ายาวเฮือกเฮื้อยอย่าฟ้าวว่าปลาไหล ลางเทื่อเป็นแนวงูสิตอดตายบ่ทันฮู้ (ย่า)
  • เห็นว่าเบเบฮ้องงัวเฮาอย่าฟ้าวว่า ลางเทื่อเป็นชาติเชื้อเสือฮ้ายสิคาบคอ (ย่า)
  • เห็นว่ากองฝอยน้อยอย่ากลอยใจฟ้าวนั่ง ลางเทื่องูอยู่ลี้ในหั้นสิตอดตาย (ย่า)
  • เห็นว่าขอนลอยน้ำอย่าคองดายว่าขอนดอก ลางเทื่อลงแช่น้ำหลายมื้อสิป่งใบ (ย่า)
  • เห็นว่าเหวกเหวกฮ้องอย่าฟ้าวว่าเสียงกบ ลางเทื่อเป็นทำทานสิตอดตายบ่มีฮู้ (ย่า)
  • เห็นว่าเงินคำล้นเต็มถงอย่าฟ้าวอ่ง ลางเทื่อถงขาดก้นสิจนฮ้ายเมื่อลุน (ย่า)
  • เห็นว่าอีอีฮ้องอย่าวางใจว่าจักจั่น ลางเทื่อเสียงเห่าห้อมเขียวเกี้ยวก็หากมี (ย่า)
  • เห็นว่ามีสุขแล้วผักตำนินบ่อยากเบิ่ง คันได้กินต่อนชิ้นปลากั้งบ่อยากเหลียว (ย่า)
  • เห็นว่ามีสุขแล้วบ่เหลียวแลพวกเพื่อน คันหากสุขบ่ล้วนสิเหลียวหน้าเบิ่งใผ ในโลกนี้บ่ห่อนอยู่เดียวเป็น มีแต่ตนเดียวดายบ่เป็นเมืองบ้าน คันว่ามีผืนผ้าบ่หาแพรพาดบ่าสินุ่งแต่ผ้าไปได้ดั่งใด (ย่า)
  • เห็นว่าปลาทอต้อนหมายสิตำปลาแดก บาดห่าต้อนเจ้าหลูคูเจ้าฮ้งสิพายข้องปึ่งดัง (ป.)
  • หมากบ่เคี้ยวปากเปล่าบ่มีแดง แม่นสิมีเต็มพาบ่ห่อนแดงเองได้ (ย่า)
  • ให้เจ้าเอาความฮู้หากินทางชอบ ความฮู้มีอยู่แล้วสิกินได้ชั่วชีวัง (ย่า)
  • หนีจากฮ้อนมาพี้เพิ่งเย็น หนีเหม็นพุ้นหวังมาชมดวงดอก หนีจากน้ำขุ่นเขี้ยวมาพี้เพิ่งเย็น (ประวัติ)
  • เห็นว่าดำขี้หลี้อย่าฟ้าวขี่เฮือกลาย เห็นว่าดำขอยลอยอย่าฟ้าวพายเฮือเว้น บาดห่าเฮือคาแก้งดำขอยลอยสิได้ช่อย คันบ่ได้ช่อยน้อยยังสิได้ช่อยหลาย (ป.)
  • เหลียวเห็นหน้าแซมแลมย้านแต่แก่ม ความกินบ่แจ่มเจ้า ความเว้าแก่มซู่คน (ป.)
  • หนูซิงน้อยเลียเล็มคมดาบ เปื้องป่ายแผ้วศรค้ำมิ่งมรณ์ (ส.)

 


 

redline

backled1

 

klon header

คนอีสานโบราณนั้นนับว่าเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนอยู่พอสมควร จะเห็นได้จากนิทาน หรือวรรณกรรมพื้นบ้านหลายต่อหลายเรื่อง จะเล่าในลักษณะเป็นคำกลอน อย่าง พญาคำกอง (สอนไพร่) หรือ ท้าวก่ำกาดำ หรือขูลูนางอั้ว ดังนั้นคำสอนของผู้เฒ่าผู้แก่ ปู่ย่าตายาย ก็มักจะออกมาในรูปคำกลอน

หมายเหตุ : การอ่านกลอนต่อไปนี้ต้องออกเป็นสำเนียงอีสานจึงจะคล้องจองสัมผัสกันได้ดี คำทุกคำที่เขียนพยายามจะให้ใกล้เคียงกับการออกเสียงมากที่สุด กรุณาออกเสียงตามที่เขียนดูนะครับ

  • จอมปลวกอ้นขุดก่นเป็นโพน แม่นสิเป็นโพนสูงชั่วไกลเห็นแจ้ง คันบ่มีสาขาไม้ใบเขียวปกห่อ ก็บ่ดูอาจแท้โพนนั้นเปล่าแปน (ป.)
  • ใจบ่ใสต่อน้ำแยงเงากะบ่ส่อง กบบ่เตื้องต่อเทื้อมเห็นถ้ำกะว่าโพน (ป.)
  • ชาตาคาดแห้งฝนตกรินกะบ่ชุ่ม ชาตาคาดแล้งแสนสิถ้วมกะไหง่ผง (ป.)
  • ชิ้นบ่เป็นต่อนย่างอย่าได้อ่าวจาแกง อย่าได้กุมเอาเกลือเอือบลงดูฮ้าย (ป.)
  • ชาติที่มาลานี้ดวงหอมฮสห่วง ใผผู้เข้าชมได้ดมแล้วบ่อยากหนี (บ.)
  • ชาติที่หมาเห็นเข้าในมือชิงสวบ ยามเมื่อกินอิ่มแล้วแสนสิเอิ้นกะแล่นหนี (บ.)
  • ชาติที่แนวนามบ้งแปนตัวกาสิตอดกินแล้ว เฮ็ดให้เป็นสิ่งม้อนใยหุ้มห่อตัวหั้นถ้อน (บ.)
  • ชาติที่ดวงหอมนี้บานดายแล้วเปล่าเป็นรือ ความคึดแมงภู่มีท่อฟ้าสิหมายเมี้ยนกระดูกดอม (บ.)
  • ชาติที่ยามหนาวนี้ผิงไฟหากสิอุ่นทรวงแล้ว เถิงฤดูฮ้อนมาฮอดแล้วกลายใกล้ก็เล่าควัน (บ.)
  • ชื่อว่าสงสารซังกงเกวียนกำฮอบ เวรหากมาคอบแล้ววอนไหว้ก็บ่ฟัง (บ.)
  • ชื่อว่าโลกีย์กว้างเมืองคนมันบ่เที่ยง มันหากเงี่ยงซ้อยง้อยคือค้อยตลิ่งของ ลางเทื่อศิษย์กลับได้เป็นครูสอนสั่งก็มี ลางเทื่อลูกไพร่บ้านสอนท้าวบ่าวพระยาก็มี (บ.)
  • ชื่อว่ากรรมเถิงแล้วจำใจจำจาก บ่มีใผแก่ทื้นคืนได้โลกเฮา (บ.)
  • ชื่อว่าความตายนี้แขวนคอทุกบาดอย่าง ใผกะแขวนอ้อนต้อนเสมอด้ามดั่งเดียว (บ.)
  • ชื่อว่าแนวกำพร้าหมูหมามันกะหน่าย กลายหน้าใกล้ชาวบ้านถ่มน้ำลาย (บ.)
  • ชื่อว่าแนวความฮู้ในเฮือนหายาก คันบ่ออกจากบ้านบ่มีได้ท่อใย (บ.)
  • ชื่อว่าเปิงเป็นแล้วจำใจจำจาก คันบ่พรากจากบ้านความฮู้บ่เฮือง (บ.)
  • ชื่อว่าแนวความฮู้ศีลธรรมพระเจ้าใหญ่ คันแม่นเฮียนได้แล้วเป็นแก้วแก่นมโน (บ.)
  • ชื่อว้าจันทร์เพ็งแจ้งบปานแสงสุริเยศ แสงกระบองหมื่นเหล้มบ่ปานแจ้งแห่งเดือน คือดั่งแนวหลานหล้อนบ่ปูนปานเจ้าย่า เด็กน้อยฮู้ตั้งล้านบ่ปานเถ้าผู้เดียว (บ.)
  • ชื่อว่าแนวเด็กน้อยตากอความคึดม่อ ได้กอขอข้อหล้อความเว้าผั้นอยู่ดาว (บ.)
  • ชื่อว่าคลองคูณค้ำใผทำเป็นประโยชน์ เถ้าแก่เด็กหนุ่มน้อยทำได้ก็ฮุ่งเฮือง (บ.)
  • ชื่อว่าการยอย้องนินทาประจำโลก มีแต่ปู๋แต่ปู้สิหนีได้ฮ่อมใด (บ.)
  • ชื่อว่าแนวความเว้าของคนมันเกินง่าย ได้เทิงหงายแลข้วมความเว้าบ่อยู่ความ เขาฮักเขากะย้องเขาซังเขากะว่า คือดั่งบักเค้าเม้าหมาเถ้าเห่าแต่เขา คันเฮาทำดีแล้วเขาซังก็ตามช่าง คันเฮาเฮ็ดแม่นแล้วเขาย้องกะช่างเขา เขาสิพากันท้วงทังเมืองบ่มีเงี่ยง เขาสิติตั้งค้ายขายหน้ากะบ่อาย (บ.)
  • ชาติที่ยอเงิงไง้ขอนเห็นดูหลาก คันบ่เข็บกะงอดเงี้ยวงูฮ้ายหากมี (บ.)
  • ชาติที่เกวียนแปลงแล้วดูงามทุกสิ่ง จริงแล้ว งัวหม่อมพระนางบ่แก่ให้สะเทินค้างอยู่เอง ดอกนา (บ.)
  • ชาติที่ตัณหานี้พาโตตกต่ำมีดาย ลางเทื่อดับชาติซ้ำวายย้าวคอบญิงแท้ดาย (บ.)

 

ชาติที่กาดำปี้ลงนทีล้างอาบ แม่นสินอนแช่น้ำสามมื้อกะบ่ขาว (บ.)
  • เชื้อหมากต้องบ่ห่อนหล่นไกลกก แนวผมดกบ่ห่อนเป็นหัวล้าน (บ.)
  • เชื้อชาติอ้อยบ่ห่อนเกิดเป็นเลา แซงตาเปาบ่ห่อนเป็นกอได้ (บ.)
  • เชื้อชาติจ้องคันก่องกะยังหุบ บาดห่าชาตาหลุบหลูบลงคือจ้อง ยามเมื่อชาตาขึ้นขวางคือขอนกะเลยล่อง บาดสิล้มหยุมหญ้าบ่ฟัง (บ.)
  • เชื้อชาติช้างหางยาวสนุกแกว่ง เชื้อไก่กุ้มหางก้อมแกว่งบ่คือ (บ.)
  • ชายใดมีเมียแก้วการเฮือนเฮียงฮาบ ขุนใดอำนาจกล้าเมืองบ้านฮุ่งเฮือง (บ.)
  • ญิงใดสมบูรณ์ด้วยเฮือนสามน้ำสี่ เป็นญิงดีเลิศล้ำสมควรแท้แม่เฮือน (บ.)
  • ญิงบ่มีชายซ้อนญิงเกกางกาด เป็นดั่งฝากะตาดฮ้างกลางบ้านเกือกขี้ตม (บ.)
  • เชื้อชาติแฮ้งกุยสาบกันเอง ปูสอนปูให้เดินตรงห่อนรือสิทำได้ (บ.)
  • ญิงใดปากกล่าวต้านหัวก่อนบุญมี บาคราญพบฮีบเอามาซ้อน (คำสอน)
  • ญิงใดได้ผัวชมใจถ่อย เป็นแต่กรรมก่อนพุ้นโตสร้างตั้งแต่หลัง (คำสอน)
  • ญิงใดสูงก่ำเกลี้ยงท้ายล่ามอกเหวอ ญิงนั้นงามพอควรให้ฮีบจาจงต้าน (คำสอน)
  • ญิงใดได้ผัวขวัญผู้ประเสริฐ เป็นเพราะกำเนิดเบื้องบูฮานสร้างตั้งแต่หลัง (คำสอน)
  • ญิงใดทำกินพร้อมพอเกลือทังปลาแดก เป็นข้าเพิ่นฮ้อยชั้นก็ควรให้ไถ่เอา (คำสอน)
  • ญิงใดเอเลท้องปูมหลวงอุ้มบาตร ฮูปฮ่างอ้ายบุญเจ้าหากมี (คำสอน)
  • ญิงใดคอกลมป้องหางตาแดงสักหน่อย ญิงนั้นสุขลื่นล้นความฮ้ายบ่มี (คำสอน)
  • ญิงใดยกย่างย้ายเสียงบาดตีนหนัก อย่าได้เอาเป็นเมียถ่อยคนควรเว้น (คำสอน)
  • ญิงใดหน้าผากจ้อมผัวฮักแวนสนัด การเฮือนชานหากยังเฟือนฟ้าว (คำสอน)
  • ญิงใดปากกล่าวต้านเสมอดั่งเสียงชาย บาคราญเอยอย่าเอามาซ้อน (คำสอน)
  • ญิงใดเกษาเกลี้ยงดกดำเลิงแลบ ผิวบ่เศร้างามล้วนอยู่เลิง ชายใดได้อยู่ช้อนเฮียงฮ่วมเป็นเมีย ยูท่างธรงความสุขนั่งปองเป็นเจ้า (คำสอน)
  • ญิงใดย่างบาดกว้างตีนป่วงธรณี ตัณหาในสงสารบ่อาจทันเทียมใด (คำสอน)
  • ญิงใดขนตาส้วยแหลมปลายยาวยิ่ง ญิงนั้นฮู้ขี้คร้านเข็นฝ้ายมักนอน (คำสอน)
  • ญิงใดผมเป็นส้อยยอยหูเป็นปีก ญิงนั้นทุกข์แต่น้อยเถิงเถ้าอยู่เลิง (คำสอน)
  • ญิงใดเป็นปานก้ำกกขาดูหลาก ญิงนั้นใผกล่าวต้านโอมได้โชคมัน (คำสอน)
  • ญิงใดจินจิกเกล้าผมแดงหน้าผาก ญิงฮูปนั้นแฮงม้างศาสนา (คำสอน)
  • ญิงใดโขโมหน้าคือชายสักสาด ญิงนั้นใจโลภเลี้ยวมีชู้จากผัว (คำสอน)
ญิงใดนมตุ่มตั้งขี้แมงวันจับอยู่ เป็นข้อยเพิ่นฮ้อยชั้นควรให้ไถ่เอา (คำสอน)
  • ญิงใดปลายมือดั้วดกดำซ้ำใหญ่ ญิงนั้นทุกข์บ่มั้วบาท้าวอย่าเอา (คำสอน)
  • ญิงใดป้งแค่งส้วยคิ้วก่องกวมตา หัวนมมีปานดำแม่นญิงมีบุญแท้ ชายใดโอมเอาได้เป็นเมียโชคใหญ่ ดีประเสริฐแท้เมือหน้าฮุ่งเฮือง (คำสอน)
  • ญิงใดไปมาก้มคุมมุมลงต่ำ อายุน้อยบาท้าวอย่าเอา (คำสอน)
  • ญิงใดผมเขินเหี้ยนแปนหูเสียเปล่า แม่นหากงามยิ่งย้อยมันนั้นบ่ดี (คำสอน)
  • ญิงใดเล็บมือส้วยแดงงามผิวอ่อน เป็นข้อยเพิ่นฮ้อยชั้นควรให้ไถ่เอา (คำสอน)
  • ญิงใดฝาตีนกว้างกกขาทึมป้งแค่งใหญ่ ญิงนั้นแม่นว่าเป็นข้อยข้าสอนได้กะบ่ฟัง (คำสอน)
  • ญิงใดบาทาเท้าหลังตีนคือหลังเต่า ญิงนั้นใจซื่อแท้ประสงค์ตั้งต่อผัว (คำสอน)
  • ญิงใดผมถอยขึ้นเมือเทิงล้านแง่ ญิงนั้นทุกข์เท้าเถ้าควรเว้นหลีกไกล (คำสอน)
  • ญิงใดตาเบือนซ้ายหัวแผดเสียงดัง บาคราญเอยอย่าเอามาซ้อน (คำสอน)
  • ญิงใดหน้าผากกว้างดังใหญ่โมโข ญิงนั้นเป็นคนขวางอย่าเอามาซ้อน (คำสอน)
  • ญิงใดนมย้านเท้าลงเถิงท้องหย่อน ญิงนั้นบุญมากล้นควรให้ไถ่เอา (คำสอน)
  • ญิงใดนมสี่เต้าเชื้อชาตินามหมา มันนั้นพาลพาโลอย่าเอามาซ้อน (คำสอน)
  • ญิงใดเบียเยียหน้าสมสถานเว้าบ่ม่วน มันหากใจถ่อยฮ้ยเสมอด้ามดั่งหมา (คำสอน)
  • ญิงใดปากกล่าวต้านขังอยู่ในคอ อย่าได้เอาเป็นเมียบ่ดีพาฮ้าย (คำสอน)
  • ญิงใดโยนีส้วยคือปลีกล้วยอ่อน ญิงนั้นสุขลื่นล้นบุญเจ้าหากมี (คำสอน)
  • ญิงใดสบเบื้องซ้ายขี้แมงวันจับอยู่ สมบัติมีมากล้นคูณค้ำต่อผัว (คำสอน)
  • ญิงใดแขนกลมส้วยขาวเหลืองผิวผ่อง ชายใดได้อยู่ช้อนปานกั้งฮ่มแดง (คำสอน)
  • ญิงใดมือปุ้มข้อแขนขากกกิ่ว ญิงนั้นทุกข์เท้าเถ้าถือกระเบื้องคั่วขอ (คำสอน)
  • ญิงใดคอกลมป้องเอิ้กหวาคิ้วก่อง ญิงนั้นเลี้ยงลูกเต้าหลายล้นเอนกนอง (คำสอน)
  • ญิงใดปากกล่าวต้านแกมหัวเสียงม่วน ญิงนั้นลุลาภล้นความฮ้ายบ่มี (คำสอน)
  • ญิงใดจารจาต้านเว้าม่วนหวานหู ตาหลิงแลเหลือกดูขวาซ้าย คอกลมปล้องคีงบางคิ้วก่อง ญิงนั้นควรค่าล้านคำฮ้อยให้ไถ่เอา (คำสอน)
  • ญิงใดตีนมือส้วยขาวเหลือดำเกิ่ง ญิงนั้นฮู้แต่งตั้งการย้าวแม่เฮือน (คำสอน)
  • ญิงใดใบหูเหี้ยนหน้ามนสักสน่อย แม่นว่าเป็นแม่ค้าพอได้สืบทึน (คำสอน)
  • ญิงใดผมดำเหลื้อมเสมอดั่งหางยูง ใผผู้ได้อยู่ซ้อนเป็นเจ้าเศรษฐี (คำสอน)
  • ญิงใดมุดหลุดส้วยเอิ๊กหวาตะโพกใหญ่ ญิงนั้นทุกข์เท่าเถ้าความไฮ้แล่นเถิง (คำสอน)

กลอนสอนหญิง

  • ญิงใดทำกินพร้อมพาเกลือพอปลาแดก ญิงนั้นเป็นข่อยท่านฮ้อยซั้นกะควรให้ไถ่เอา
  • ญิงใดเอเลท้อง พุงหลวงอุ้มบาตร ญิงนั้นแม่นว่าโฮมฮูปฮ้ายบุญเจ้าหากมี ชายใดได้อยู่ซ้อนนอนฮ่วมเฮียงสอง สมบัติมีพ่ำเพ็งเต็มย้าว
  • ญิงใดคอกลมป้อง หางตาแดงสักกะหน่อย ญิงนั้นสุขลื่นล้นคำฮ้ายบ่มี
  • นางใดยกย่างย้ายเสียงบาดตีนหนัก ญิงนั้นอย่าเอามาเทียมถ่อยคนควรเว้น
  • ญิงใดปากกล่าวต้านเสมอดั่งเสียงชาย นั้นหนา บาคานเอยอย่าเอามาซ้อน
  • ญิงใดเกศาล้วนดกดำเลิงแลบ มีทั้งผิวบ่เศร้างามแย้มอยู่เลิง ยามเมื่อยกย่างย้ายไปเคี่ยมมาเสมอ ตาแลนดูแต่พอวาด้าม ชายใดได้อยูฮ่วมซ้อนเฮียงฮ่วมเป็นเมีย กะดี อยู่ท่างทงความสุขนั่งปองเป็นเจ้า
  • ญิงใดย่างบาดกว้างตีนขาวงธรณี ตัณหาในสงสารบ่ออาจมีไผเพี้ยง

 


 

redline

backled1

 

klon header

คนอีสานโบราณนั้นนับว่าเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนอยู่พอสมควร จะเห็นได้จากนิทาน หรือวรรณกรรมพื้นบ้านหลายต่อหลายเรื่อง จะเล่าในลักษณะเป็นคำกลอน อย่าง พญาคำกอง (สอนไพร่) หรือ ท้าวก่ำกาดำ หรือขูลูนางอั้ว ดังนั้นคำสอนของผู้เฒ่าผู้แก่ ปู่ย่าตายาย ก็มักจะออกมาในรูปคำกลอน

หมายเหตุ : การอ่านกลอนต่อไปนี้ต้องออกเป็นสำเนียงอีสานจึงจะคล้องจองสัมผัสกันได้ดี คำทุกคำที่เขียนพยายามจะให้ใกล้เคียงกับการออกเสียงมากที่สุด กรุณาออกเสียงตามที่เขียนดูนะครับ

  • ญิงใดทันตาแข้วขาวเจิงพ้นออก แม่นว่าเลี้ยงลูกเต้ามีได้ใหญ่สูง (คำสอน)
  • ญิงใดขัวมัวหน้าไกวแขนกับเกี่ยว ญิงนั้นทุกข์เท่าเถ้าถือกระเบื้องคั่วขอ (คำสอน)
  • ญิงใดสบดำปี้ดั่งหมากมอนสุก ญิงนั้นตัณหาในสงสารบ่อาจทันเทียมได้ (คำสอน)
  • ญิงใดคีงกลมส้วยดำแดงแอวกิ่ว ญิงฮูปนั้นงานบ้านบ่ทำ (คำสอน)
  • ญิงใดก้นแอ้งแถ้งแงนเบิดคืนหลัง ดังโขโมคือยักษ์ย่างแพนแงนก้น ญิงนั้นจนเถิงเถ้าใจเบาเคียดง่าย อย่าได้หมายอยู่ซ้อนเมือหน้าบ่ดี (คำสอน)
  • ญิงใดปากกล่าวต้านเว้าแผดเสียงแข็ง เจ้าเอาเป็นเมียบ่ดีพาฮ้าย (คำสอน)
  • ดงหลวงนี้พึงคณาเนื้อแกว่น นกหากชมชื่นด้วยลำไม้ฮ่มงาม (บ.)
  • เดินเดียวดั้นประสงค์หาน้องอุ่น คันมาพบนาฎน้องใจสลั้งวั่งเว (ป.)
  • เด็กน้อยมีความฮู้สองสามความมันกะอ่ง ผู้ใหญ่ฮู้ตั้งล้านกะอำไว้บ่ไข (บ.)
  • เด็กน้อยมีเงินเฟื้องสองไพก็อยากอวด ผู้ใหญ่มีตั้งตื้อกะถือไว้บ่อวดใผ (บ.)
  • เด็กน้อยได้ยินเสียงแมวฮ้องกลางเฮือนกะตับสั่น เสือโคร่งมีหมื่นชั้นคนเถ้ากะบ่กลัว (บ.)
  • ได้เมียผู้ดีปานได้แก้วคูณล่าง ได้เมียผู้ช่างปานได้แก้วคูณเฮือน ได้เมียผู้บิดเบียนปานกุมหมูในคอก ได้เมียผู้ผอกปานได้แก่ไม้ทางปลาย (กาพย์ปู่)
  • ได้เมียผู้ดีปานสบไถขาง เมียเป็นนางผัวนุ่งผ้าใหม่ นาแฮ่งใหญ่กล้าซ้ำแฮ่งเหลือ (กาพย์ปู่)
  • ดงหลวงบ่ห่อนขาดเผิ้ง ดงเสอเพอบ่ห่อนขาดหมากแน่ง ดงแสนกวางบ่ห่อนขาดอีเก้ง หมีเหม้นบ่างชะนี (ผาแดง)
  • ตมติดเอาตมล้างแกมกันให้มันค่อง น้ำติดเอาน้ำล้างแถมซ้ำตื่มผู้ดี (บ.)
  • ตัณหาฮักลูกเป็นดั่งเชือกผูกคอ ตัณหาฮักเมียเป็นดั่งปอผูกศอก ตัณหาฮักเข้าของเป็นดั่งปอกสุบตีน ตัณหาทั้งสามอันนี้มาขีนให้เป็นเชือก ให้กลิ้งเกลือกอยู่ในวัฏฏสงสาร (มัทรี)
  • ไถนาแล้วอย่าลืมควายกับแอก บาดห่าเข้าบาทพ้อมยังสิโอ่อ่าวเถิง (บ.)
  • เถิงระดูเดือนห้าเมษาฮ้อนเฮ่ง บ่มีหนาวมีแต่ฮ้อนไฟไหม้ลวกลน (บ.)
  • ถากให้เกลี้ยงเหลาตื่มเติมดู แล้วจิ่งลงลายสลักตื่มเติมงามย้อง (บ.)
  • ถากไม้บ่มีเหลี่ยมเค้า แสนสิเกลี้ยงกะบ่งาม (บ.)
  • เถิงยามค่ำอย่านั่งหนทาง ยามกลางคืนอย่าเข้าเที่ยวบ้าน เข้าเถื่อนกว้างเลี้ยงหมู่หมูหมา (บ.)
  • ทุกข์ยากฮ้ายเขาะขอดแลงงาย อย่าได้ลืมความสัตย์เที่ยงจริงจำหมั้น (บ.)
  • ทำการสร้างอันใดให้ฮิ่นตรองถ้อน อย่าได้เห็นแก่ใกล้กินกล้วยโหม่มเสีย (บ.)
  • ทางหลายเส้นตามใจสิเลือกไต่ มักเส้นโค้งโงเงี้ยวก็หากมี (บ.)
  • เทียวทางพ้อพอใจจอดแว่ คือสิหายโศกฮ้อนสบายบ้างแบ่งเบา (บ.)

 

ไทไกลนี้เจงเลงน้ำแจ่วข่า บ่ท่อใสติ้งหลิ้งไทใกล้น้ำแจ่วขิง (บ.)
  • ทานบ่มีใจตั้งสิหวังปองเป็นประโยชน์ใดเด หวังประโยชน์แต่บ่ทานทอดให้บุญสิได้ย่อมใด (บ.)
  • ทำทานบ่มีศีลพร้อมผลบุญบ่เฮืองฮุ่ง มีศีลคันบ่คิดละเว้นสิเป็นได้ดั่งใด (บ.)
  • ทำทานผัวเมียบ่พร้อมผลบุญเต็มส่วน บุญคันบ่เพียรก่อสร้างสิหมายได้ดั่งใด (บ.)
  • ทำทานบ่ปรารถนาตั้งสิเอาหยังเป็นที่เพิ่ง มีแต่ปรารถนาบุญบ่ได้สร้างไว้สิไปได้ฮ่อมใด (บ.)
  • ทำตนให้คือสักกุณานกเจ่า บาดห่าบินผ่านฟ้าขาวแจ้งจั่งเห็น (บ.)
  • ทางหลวงกว้างสังมาเทียวตั้งแต่ขอก หมกปลาแดกตั้งโจ้โก้สังมาจ้ำแต่ตอง (บ.)
  • เทียวทางท่งแดดวอน เทียวทางดอนแดดไหม้ ถกขาไวไวให้ฮีบฟ้าวหาฮ่ม (บ.)
  • เทียวทางเวิ้งเหิงหลายมันสิค่ำ มัวแต่กินหมากหว้ามันสิช้าค่ำทาง (บ.)
  • เทียวทางบ่สุดเส้นอย่าถอยหลังให้เขาเหยียบ ตายขอให้ตายหน้าพุ้นเขาจั่งย้องว่าหาญ (ป.)
  • เทียวทางไกลเหลียวหลังเหลียวหน้า ฟ้าแฮ่งฮ้องน้องแฮ่งคาแอว (ป.)
  • แนวนามช้างพลายสารเผือกผ่อง มันหากเกิดอยู่ห้องดงด้าวด่านไพร (บ.)
  • แนวเสือเถ้าจำศีลอย่าฟ้าวเชื่อ ลางเทื่อเห็นหมู่เนื้อศีลสิม้างแตกกระเด็น (บ.)
  • แนวนามเชื้อหนูชิงชาติชั่ว เชื้อชาติส้มชมได้กลิ่นบ่หอม (บ.)
  • แนวนามเชื้อหอยนาหน้าต่ำ ตาบ่สูงดั่งด้ามหอยหว้างบ่วงชะเล เหมิดที่บุญคนเถ้าสกุลวงษ์ตกต่ำ สมัยใหม่ปล้ำสกุลเค้าแตกกระเด็น คึดบ่ตามคลองเถ้าบูฮานเฮาลำบาก มันสิทุกข์ยากฮ้อนทอนท้อบ่ดี (บ.)
  • นาวาล้ำลำงามดูอาจ คันบ่พายถ่อเท้าบ่มีได้แล่นไป (บ.)
  • นอนิลแก้วพิฑูรย์ธรรมราช ควรค่าซื้ออย่าถือได้ล่วงเอา (บ.)
  • หนักหนาโฮมแฮงพร้อมหลายคนหากเบาแบ่ง หนักคึดวางบ่ได้จมปิ้งหน่วงเลย (บ.)
  • นกบ่ยินดีด้วยรุกโขบ่มีฮ่ม สาบ่มีดอกไม้คณาเนื้อบ่สงวน (บ.)
  • แนนบ่เคยนำห้อยแสนสิออยกะยินยาก บุญบ่เคยประกอบแก้วแสนสิให้ก็ใช่หัว (บ.)
  • แนวกำพร้ามหาชนดูหมิ่น ชื่อว่าลูกกำพร้าเขาย้านแก่มกิน (บ.)
  • หนึ้งเข้าใหม่หอมฮ่วยมาดัง ระวังเดอเข้ากูสิเอาเหมิดก่อง (บ.)
  • แนวนามเชื้อสิงดงปล้องห่าง พิษบ่ฮ้อนกลายใกล้เพิ่นบ่กลัว (ป.)
  • แนวนามเชื้อทำทานปล้องถี่ คันได้ตอดพี่น้องบ่ทันได้สั่งใผ (ป.)
  • นกกะแดดเด้าหากินไกลเขต เขตเพิ่นอย่าสิเข้าให้มาเด้าอยู่เขตโต (ป.)
  • นกเขาเปิดเข้า นกกาเวาเปิดไข่ นกใส่เปิดด้วง โงเงี้ยวตอดโกน (ป.)

 

แนวตึกแหหวังเอาปลา เฮ็ดนาหวังเอาเข้า ฟันโพนปลูกหมากถั่ว เอาผัวเอาเมียหวังลูกเต้าแทนเชื้อสืบแนว (บ.)
  • แนวนามไม้จวงจันทน์หายาก มันหากหลายแต่ไม้ลำสิใช้บ่มี (บ.)
  • แนวนามเชื้อปาปังทำง่าย บาปอยู่ใกล้บุญนั้นอยู่ไกล (บ.)
  • แนวมันมีหมากเขือหำม้า บ่มีผู้กล้ามันเกิดมาเอง (บ.)
  • แนวผู้ฮ้ายลี้อยู่คือกบ เห็นคนมาหลูบลิลูลงลี้ (บ.)
  • นกเขาเข้าอยู่ตุ้มเหงาง่วมทนทุกข์ แม่นสิงอยคอนเงินคอนคำก็บ่ลืมคอนไม้ (บ.)
  • นกหนูบ่ห่อนหนีไกลห้วยหากินไกลถิ่น ควายบ่ห่อนหนีบวกน้ำกินหั้นพร่ำนอน (บ.)
  • บ่ทันได้ต่อนชี้นอย่าฟ้าวอ่าวหาแกง กินบ่ทันลงคออย่าจาคำสิแค้น กินเกมิดแล้วภายลุนอย่าได้จ่ม บาดห่าลงฮอดท้อง
    แสนสิฮ้องกะบ่คืนได้แล้ว (บ.)
  • บ่ได้พาโลล้นทำนาหลายท่ง คึดต่อเจ้าต้งหล้งนาเฮื้อท่งเดียว นี้แล้ว (บ.)
  • บาดยามเป็นสาวจ้อยควายตมบ่อยากขี่ บาดว่าได้ลูกน้อยบายขี้ก่อนงาย (บ.)
  • เบเบฮ้องงัวเฮาอย่าฟ้าวว่า ลางเทื่อเสือโคร่งเขี้ยวสิกินเจ้ามอดชิวัง (บ.)
  • บ้านข้อยพุ้นบ่อึดบ่อยาก ปวดท้องขี้ไปงอยหลังเต่า หักไม้แก้งไปถืกขากวาง ซวงมือไปถืกหางเหนอ้ม ก้มลอดฮั้วหมากถั่วแทงตา มืนตาขึ้นหมากสีดาหล่นใส่ นั่งย่องย้อเครือกล้วยถั่งหัว (บ.)
  • บ้านข้อยพุ้นดินดำน้ำชุ่ม ปลากุ่มบ้อนคือแข้แกว่งหาง ปลานางบ้อนคือขางฟ้าลั่น จักจั่นฮ้องคือฆ้องลั่นยาม (บ.)
  • บ้านข้อยพุ้นบ่อึดบ่อยาก ปลาปากโตท่อหัวเฮือ ปลาเสือโตท่อหัวช้าง ปลาขี้ช้างโตสั้นค่าวา (บ.)
  • บ้านข้อยพุ้นบ่อึดบ่อยาก ถากเปลือกไม้มาป่นตางปลา ถากเปลือกสีดามากินตางเข้า ถากเปลือกสาเหล้ามากินตางเกลือ (บ.)
  • โบราณเพิ่นว่าไว้ฝากไข่ไว้นำกา ฝากปลาไว้นำหมาขี้เฮื้อนมันสิม้ามเมื่อใด (บ.)
  • บวยบ่มีด้ามสิเสียทรงทั้งวาด เขาสิเอิ้นกะโป๋หมากพร้าวบ่มีเอิ้นว่าบวย (ย่า)
  • บุญมีแล้วแนวดีป้องใส่ บุญบ่ได้แนวฮ้ายแล่นโฮม (บ.)
  • บัณฑิตล้ำทรงธรรมทัดเที่ยง ก็หากหายากแท้ในพื้นแผ่นดิน บาดว่าคนชั่วช้าหีนะโหดแนวพาล มันหากมีมูลมองทั่วแดนดินด้าว (ย่า)
  • บุญแบ่งชั้นปั้นป่อนมาพบ บารมีภายหลังจึงได้เวียนมาพ้อ (บ.)
  • บุญมีได้เป็นนายใช้เพิ่น คันว่าบุญบ่ให้เขาสิใช้ตั้งแต่เฮา (ย่า)
  • บุญมีได้เป็นนายให้เขาเพิ่ง คันว่าบุญบ่พร้อมแสนสิดิ้นก็เปล่าดาย คอยแต่บุญมาค้ำบ่ทำการมันบ่แม่น คอยแต่บุญส่งให้มันสิได้ฮ่อมใด คือดั่งเฮามีเข้าบ่เอากินมันบ่อิ่ม มีลาบคันบ่เอาเข้าคุ้ยทางท้องบ่ห่อนเต็ม (ย่า)
  • บุญบาปนี้เป็นคู่คือเงา เงานั้นไปตามเฮาซุ่วันบ่มีเว้น คันว่าเฮาพาเหล้นพามันเต้นแล่น พามันแอะแอ่นฟ้อนเงานั้นกะแอ่นนำ คันเฮานั่งย่องย้อเงาก็นั่งลงตาม ยามเฮาเอนหลังนอนก็อ่อนลงนอนด้วย คันเฮาโตนลงห้วยภูผาหลายหลั่น ขึ้นต้นไม้ผาล้านด่านเขา เงาก็ติดตามมเกี้ยวเกาะเกี่ยวพันธนัง บ่ได้มียามเหินห่างไกลกันได้ อันนี้ฉันใดแท้ทังสองบุญบาป มันหากติดต่อก้นตามส้นผู้ทำ (ย่า)
  • บัวอาศัยเซิ่งน้ำปลาเพิ่งวังตม ไพร่กับนายเพิ่งกันโดยด้าม อันว่าเสือสางช้างกวางฟานอาศัยป่า ป่าอาศัยสิ่งฮ้ายหนาแน่นมืดมุง เฮาอาศัยเพิ่งบ้านบ้านกะเพิ่งบุญเฮา คันเฮาหากหนีเสียสิเกิดเป็นดงไม้ คันเฮาหนีไกลบ้านเฮือนชานสิเป็นป่า บ้านสิเป็นเหล่าเฮื้อเครือเกี้ยวมืดมุง เฮาอาศัยพวกพ้องน้องนุ่งสหายเกลอ เขาก็อาศัยเฮาจิ่งเป็นเมืองบ้าน คนหากอาศัยด้วยดอมคนเป็นหมู่ บ่มีใผอยู่ยั้งทอนท้อผู้เดียว ได้แล้ว (ย่า)
  • บวชแต่น้อยบ่ฮู้แห่งคลองคหัสถ์ ผัดแต่ในคลองธรรมบ่อวดโตกะพอใช้ (ป.)
  • บวชแต่น้อยบ่เห็นฮอยหมูแม่ เห็นแต่บักโล้งโค้งหมูผู้หนวดยาว (ป.)

 


 

redline

backled1

 

klon header

คนอีสานโบราณนั้นนับว่าเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนอยู่พอสมควร จะเห็นได้จากนิทาน หรือวรรณกรรมพื้นบ้านหลายต่อหลายเรื่อง จะเล่าในลักษณะเป็นคำกลอน อย่าง พญาคำกอง (สอนไพร่) หรือ ท้าวก่ำกาดำ หรือขูลูนางอั้ว ดังนั้นคำสอนของผู้เฒ่าผู้แก่ ปู่ย่าตายาย ก็มักจะออกมาในรูปคำกลอน เช่น

แนวนามเชื้อหอยนาตาต่ำ         ตาบ่สูงดั่งด้ามหอยขว้างบ่วงซะเล
เหมิดที่บุญคนเถ้าสกุลวงษ์ตกต่ำ          สมัยใหม่ปล้ำสกุลเค้าแตกกระเด็น

หมายเหตุ : การอ่านกลอนต่อไปนี้ต้องออกเป็นสำเนียงอีสานจึงจะคล้องจองสัมผัสกันได้ดี คำทุกคำที่เขียนพยายามจะให้ใกล้เคียงกับการออกเสียงมากที่สุด กรุณาออกเสียงตามที่เขียนดูนะครับ

  • กุญชรช้างพลายสารเกิดอยู่ป่า ยังได้มาอยู่บ้านเมืองกว้างกล่อมขุน (ย่า)
  • กุญชรช้างอัศดรคุณมาก ก็หากหายากแท้ทังค้ายบ่มี ส่วนว่ายูงยองฮิ้นฝูงไฮเฮือดไต่ บ่ห่อนขี้ไฮ้หาได้คู่เฮือน (ย่า)
  • กุญชรช้างแนวสูงศักดิ์ใหญ่ ตายย้อนมดแดงน้อยน้อยแนวนั้นก็หากมี โตก็ว่าโตดีแท้ภายเขาผัดแฮ่งยิ่ง โตว่าโตเลิศล้ำเขาพุ้นผัดลื่นโต (ย่า)
  • กากับนกเค้าบ่เข้าฮ่อมแกวกัน หนูกับแมวบ่อยู่นำกันได้ หมีกับไม้ผันทนังค้อป่า จอนฟอนกับเห่าห้อมบ่มื้อสิถืกกัน (ย่า)
  • กินแกงให้เจ้าซอมดูก้างคาคอสิจิ้มยาก ดูกหมูมันสิไปอยู่ค้างกินน้ำสิบ่ลง (ย่า)
  • กินปลาอย่าได้กินไส้ตับไตปอดย่อ คันว่ากินฮอดท้องสิหนาวจ้อยจ่อยโซ ให้กินแต่โตโข้โหล้ตับไตไว้ผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่นั้นกินได้คู่อัน (ย่า)
  • กินข้ออ้อนผญาหลั่งไหลมา สิมีปัญญาเลิ๊กลื่นคนทังค้าย (ย่า)
  • เกิดเป็นคนให้เฮียนความฮู้ เฮ็ดซู้หลู้เขาบ่มียำ เฮ็ดซำงำเขาบ่มีย้าน ไปเที่ยวบ้านให้เบิ่งหนทาง คนตาฟางให้หลีกมันก่อน บ่อนผู้ใหญ่อย่าได้ไปแทน ของหวงแหนอย่าได้ไปต้อง ของพี่น้องอย่าได้ไปขอ (ย่า)
  • ของใหม่หลายหลากล้นเพ็งทีปเทียมโพยม ก็ไป่ปุนปานของเก่าเดิมเดียวได้ (ป.)
  • ของดีนี้คนทำยากยิ่ง ของขี้ฮ้ายทำได้ซู่วัน เงินคำแก้วของแพงหายาก เม็ดดินเม็ดทรายมีบ่แพ้ขนถิ้มบ่ถอง (ย่า)
  • ของกินนี้ให้ซอมดูดมดูด คันหากเป็นโทษแล้ววางถิ้มอย่ากิน กินแกงให้เจ้าซอมดูก้างคาคอสิจิ้มยาก ลางเทื่อก้างหากคาหว่างแข้วใผสิจิ้มซ่อยอวน (ย่า)
  • ของบ่เป็นตาจ้ำอย่าจุ่มลงตัก ของบ่เป็นตากัดอย่ากินพวนท้อง ของบ่เป็นตาส้มอย่างมกินสิส้มปาก มันสิยากคอบท้องเทียวขี้ยั่งคืน (ย่า)
  • ข้วมน้ำแล้วบ่ห่อนปลดขัว มีผัวแล้วอย่าลืมคุณพ่อแม่ (ป.)

 

คันสิเอาะอ่อมจ้ำอย่าได้ใส่น้ำหลาย มันสิใสเจงเลงบ่เป็นตาจ้ำ (ย่า)
  • ขุดดินขึ้นเอาเสาลงใส่ ดินเก่าถมถากเข้าหลุมนั้นบ่เต็ม เครือหมากอึหมากฟักเต็มเทิงฮ้านผลยานลงมาย้อยยามย่าง ก็ยังแขวนอยู่ได้เครือนั้นบ่ขาดลง แม่มานกินยังเข้าวันละทะนานสองทะนานก็บ่อิ่ม แต่เป็นสาวจ้อยกินได้ดั่งกัน ขนตาขนคิ้วตัดแถแล้วยังยาวคือเก่า บ่ห่อนยาวลื่นล้นไปได้ดั่งใด (ย่า)
  • คนขาวนี้เหลียวไกลดูอาด หยับเข้าใกล้บ่มีได้อ้ายก่ำกา (ป.)
  • คันได้กินปลาแล้วอย่าลืมปูปะปล่อย ลางเทื่อปลาขาดข้องยังสิได้ป่นปู (ย่า)
  • คันว่าได้ขี่ช้างอย่าลืมหมู่หมูหมา ห่าขโมยมาลักสิเห่าหอนให้มันย้าน ลางเทื่อกวางฟานเต้นนำดงสิได้ไล่ คันมันได้ต่อนชี้นยังสิโอ้อ่าวคุณ (ย่า)
  • คันหากมีสองแล้วบ่กลัวใผอย่าฟ้าวว่า บาดห่าเป็นฮ้างหม้ายสิมาโอ้ใส่เขา (ย่า)
  • คันได้เป็นใหญ่แล้วอย่าลืมคุณพวกไพร่ คันหากไพร่บ่พร้อมสีหน้าบ่ฮุ่งเฮือง (ย่า)
  • คันได้ขี่ม้าแล้วอย่ากั้งฮ่มแฮแถม ย้านเจ้าเพพังตกถืกตอตำต้อง (ย่า)
  • คันหากได้นั่งบ้านเป็นเอกสูงศักดิ์ อย่าได้โวโวเสียงลื่นคนทังค้าย ชื่อว่าเป็นนายนี้ให้หวังดีดอมบ่าว คันหากบ่าวบ่พร้อมสิเสียหน้าบาดเดิน (บ.)
  • คันเจ้าได้ขี่ช้างอย่าลืมหมู่งัวควาย มันหากคูณคนทางต่างกันคนก้ำ ช้างหากดียามเข้าสงครามได้ขี่ ดีเมื่อเข้าเขตห้องนครหลวงกว้างอาจอง (ย่า)
  • คันเจ้าได้ขี่ช้างให้หาแย่งฮองหลัง คันบ่ยองแหย่งลงสิบ่สมทรงช้าง มันสิเสียศรีเศร้าเสียทรงช้างใหญ่ มันบ่โก๋บ่โก้เขาสิต้านกล่าวขวัญ (ย่า)
  • คันได้ขี่ช้างอย่าดังเบิดดังเหิน อย่าได้เสินเสินหัวแหยงสิพานพาฮ้าย (ย่า)
  • คันสิไปทางหน้าให้เหลียวหลังเบิ่งก่อน คันมะลูดทูดเท้าเซาถ้อนอย่าไป (ย่า)
  • คันสิเทียวทางกว้างให้หาฮ่มบังหัว คันสิไปทางไกลไถ่ถงให้มีพร้อม คันสิเทียวทางเวิ้งหาทิงบั้งใหญ่ คันสิขึ้นต้นไม้ให้หาท้างปล่องลง (ย่า)
  • คันว่าฟันขวานค้างอย่าวางใจเถิงเลื่อย มันสิหลงบาดโย้ขวานสิเสี้ยวใส่มือ (ย่า)

 

คันสิถ่มน้ำลายให้หลิงดูปล่อง คันสินั่งย่องย้อให้เหลียวเบิ่งหว่างขา (ย่า)
  • คันอยากได้คู่ซ้อนให้มีผู้ปรึกษา ให้ค่อยปรึกษาขุนหมู่พงษ์พันธ์เชื้อ ให้ค่อยปรึกษาเถ้าขุนกวานพ่อแม่ คันเถ้าแก่บ่พร้อม
    เซาถ้อนอย่าเอา (ย่า)
  • คันคากน้อยยังได้ฮบพระยาแถน ยังได้ครองนครขวางนั่งปองเป็นเจ้า (ย่า)
  • คันบ่ออกจากบ้านบ่เห็นด่านแดนไกล คันบ่ไปหาเฮียนกะบ่มีความฮู้ (ย่า)
  • คันแม่นมีความฮู้เต็มพุงเพียงปาก โตสอนโตบ่ได้ใผสิย้องว่าดี (ย่า)
  • คันแม้นมีความฮู้พาโลเฮ็ดบ่แม่น ความฮู้ท่อแผ่นฟ้าเป็นบ้าท่อแผ่นดิน คือดั่งลิงเห็นแก้วมณีนิลหัวใส่ บาดได้มาแท้แท้ดม
    เหล้นดั่งเม็ดดิน คือดั่งคนบ่สมโส้งเสียทรงผู้ฉลาด คือดั่งคนขี้โม้บ่สมผ้าเพิ่นทาน (ย่า)
  • คันว่าควมเฮาเว้าขมในอย่าได้จ่ม ลางเทื่อขมขี้เพี้ยภายหน้าหากสิดี อย่าได้ติเตียนเว้าผักกระเดาขมขื่น บาดกินกับลาบก้อยสิหลงย้องว่าดี (ย่า)
  • คำปากพ่อแม่นี้หนักเกิ่งธรณี ใผผู้ยำแยงนบหากสิเฮืองเมือหน้า (ย่า)
  • คึดต่อคนตายนี้บ่มีทางสิเห็นไง่ คือดั่งไฟมอดแล้วใผสิฮู้ปล่องไป (ย่า)
  • คุดอยู่ไม้ยังได้ใส่พานคำ นอนิลยังได้อยู่โฮงเทียมท้าว (ย่า)
  • นึกว่าตอคะยูงแล้วแมวสีสังมาโค่น คึดว่าไม้แก่นหล้อนสังมาปิ้นป่งใบ (ป.)
  • คึดว่าตอคะยูงแล้วสังมาเป็นไม้อ่อนเสียนอ กลายเกิดเป็นตอกกล้าเหลาหลิ้มถ่อยผญา แท้นอ (บ.)
  • คันว่ากามคุณกลั้วญิงใดชอบเชื่อกันนั้น ยังเล่าฟังพากย์ถ้อยมันนั้นฮ่ำคนิง (ส.)
  • คึดต่อน้ำห้วยหน้าดีฮ้ายส่องบ่เห็น (ป.)
  • ควายบ่ก้มกินหญ้าแสนสิข่มกะเขาหัก หมูบ่กินฮำแสนสิตีกะดังเว้อ (ป.)
  • ค้อนฮ่ำไค้กลองฆ้องคาดยาม (ส.)
  • คันได้กินลาบก้อยอย่าลืมแจ่วแพวผัก กินพาเงินพาคำอย่าลืมกะเบียนฮ้าง (ป.)
  • ค่อยอดค่อยเอื้อนมันสิได้ต่อนคำ (ป.)
  • คาดสิได้บินมาคือนกเจ่า คาดสิบ่ได้บินเจ้ยเจิดหนี (ป.)
  • เงาะฮูปฮ้ายยังได้กล่อมรจนา ยังได้เป็นราชาซ่าลือทังค้าย (ย่า)
  • เงินคำแก้วหายากนานพบ ลางเทื่อมีในมือเปล่าแปนปานล้าง (ย่า)
  • จวงจันทน์คู้ของหอมหายาก เชื้อเปลือกไม้หาได้คู่ยาม (ย่า)
  • จวงจันทน์คู้ทะลอนหอมแต่มื้อใหม่ มื้อเก่ามาล่วงล้ำจันทน์คู้ก็เล่าเหย (ย่า)
  • จวงจันทน์คู้ทะลอนหอมเหยกลิ่น แมงภู่เผิ้งชมชั้วชอบใจ (ย่า)
  • จวงจันทน์คู้ทะลอนหอมแต่มื้อใหม่ บาดว่ากลั้วกลิ่นส้มชมแล้วก็เล่าเหย (ย่า)
  • จุบุหน้าจันทร์เพ็ญสุทธะแจ่ม บาดว่ายัวรยาตรย้ายใจอ้ายสิขาดดอม (ป.)

 


 

redline

backled1

 

สนับสนุนให้ IsanGate อยู่รับใช้ท่านตลอดไป ด้วยการคลิกแบนเนอร์ไปเยี่ยมผู้สนับสนุนของเราด้วยครับ

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1