foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
เผลอแป๊บเดียวจะออกพรรษาแล้วนะครับ 13 ตุลาคมนี้ ใกล้ๆ บ้านก็คงมีการทำบุญกัน ที่ร่ำลือต้องไปชมก็ที่หนองคายกับ "ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค" หรือจะไปทางนครพนมชมความงามของ "การไหลเฮือไฟ" อันตระการตา บ้างก็ไป "แห่ปราสาทผึ้ง" ที่สกลนคร ส่วนจังหวัดที่ตั้งใกล้แม่น้ำใหญ่ๆ ก็จะมี "การแข่งขันเรือพายประเพณี" กันเป็นที่สนุกสนาน ใกล้ที่ไหนก็ไปที่นั่นได้เลย จะได้ทำบุญร่วมกัน มีความสุขกับการชมวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของบ้านเฮา มาม่วนนำกันเด้อพี่น้อง...

Our Sponsor

adv200x300 2

Facebook Likebox

Administrator

mail webmaster

My Web Site

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75

Number of Page View

05704921
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
5665
14194
5665
4560871
151037
244008
5704921

Your IP: 34.239.160.113
2019-10-14 11:32
paya header

ju ju  คันได้กินลาบซิ้น อย่าลืมแจ่วแพวผัก ได้กินพาเงินพาคำ
  อย่าลืมกระเบียนฮ้าง

        ## ถ้าได้ดิบได้ดีมีวาสนาแล้ว อย่าลืมบุญคุณคนที่เคยอุปถัมภ์ค้ำชูกันมาก่อน   ##

klon header

คนอีสานโบราณนั้นนับว่าเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนอยู่พอสมควร จะเห็นได้จากนิทาน หรือวรรณกรรมพื้นบ้านหลายต่อหลายเรื่อง จะเล่าในลักษณะเป็นคำกลอน อย่าง พญาคำกอง (สอนไพร่) หรือ ท้าวก่ำกาดำ หรือขูลูนางอั้ว ดังนั้นคำสอนของผู้เฒ่าผู้แก่ ปู่ย่าตายาย ก็มักจะออกมาในรูปคำกลอน

หมายเหตุ : การอ่านกลอนต่อไปนี้ต้องออกเป็นสำเนียงอีสานจึงจะคล้องจองสัมผัสกันได้ดี คำทุกคำที่เขียนพยายามจะให้ใกล้เคียงกับการออกเสียงมากที่สุด กรุณาออกเสียงตามที่เขียนดูนะครับ

  • บุญหัวบ่เคยได้สังวาลย์คำพระยานาค ขี้ดินดากติดหัวแต่น้อยหลงเอิ้นว่าหอน (ป.)
  • บ้านเมืองข้อนขุนกวาดยาดไพร่ เมืองขวาได้ไก่โจ้น เมืองซ้ายได้ไก่ยอง เมืองซองได้ไก่แจ้ คราวนี้แพ้ไพร่เมือง (บ.)
  • ป๋าสวนอ้มหนีไปชมหม้อปลาแดก ป๋าเล้าเข้าไว้หนีไปซ้นป่ากลอย (บ.)
  • ปลาอยู่น้ำบ่ห่อนขึ้นเทิงบก มันหากอาศัยเนาอยู่นอนในน้ำ (บ.)
  • ปลาบ่ยินดีด้วยชลธาร์เขินขาด หงษ์หากชมชื่นเต้าสะพังด้วยดอกบัว (บ.)
  • เป็นชายก็ให้เป็นชายแท้อย่าแกมหีนแฮ่ ทรายก็ทรายแท้แท้ตมนั้นอย่ามี (ย่า)
  • ญิงกะเป็นญิงแท้อย่าเป็นญิงมักง่าย ยิงกะยิงแท้แท้แนแล้วจั่งยิง อย่าได้ยิงเสียถิ้มยิงเสียดายเปล่า ให้หาหน้องแต้มเสียแล้ว
    จั่งค่อยยิง (ย่า)
  • ปุนปันให้พอดีก้ำเกิ่ง อย่าได้หนักเพิ่นพุ้นเบาพี้บาปสิกิน (ย่า)
  • แปลงขัวข้ามสะเภาทองเทียวท่อง หมายจักเป็นพี่น้องเทียวยื้อย่องยาม (บ.)
  • เป็นวังขอให้เป็นวังแท้ อย่าได้มีขอนขว้างขวางวังตันฮ่อง (ย่า)
  • เป็ดไก่ยังฮู้หาเหยื่อป้อนเลี้ยงคาบชิวังโต ส่วนว่าเฮาเป็นคนอย่าสิดูดายดู้ (ย่า)
  • เป็นญิงนี้เอาผัวหาง่ายจริงรือ เอาบ่ดีสิเป็นเคราะห์ฮ้ายเข็ญเข้าฮ่วมเฮือน (ย่า)
  • เป็นน่าอิดูเด่สงสารกลับก่าย ความตายกลับต่าวปิ้นเลิงพ้อโลกเป็น (ย่า)
  • ปลาดุกปิ้งเต็มไฟบ่อยาก สังมากะดั่นดิ้นกินเข้าบ่ายเกลือ (บ.)
  • เป็นญิงนี้ทำตนให้มันค่อง ตีนผมให้ล่ำเกลี้ยงตีนสิ้นให้ล่ำเพียง ตั้งแต่นางเมืองฟ้าเทวดาผู้ประเสริฐ เพิ่นกะยังนุ่งซิ่นบ่แปรปลิ้นดั่งเฮา นั่นเด (บ.)
  • ให้ผู้พาโลล้นโลภามักมาก โลภลื่นล้นเมือหน้าบ่ดี (บ.)
  • ใผอย่าขันอาสาเลี้ยงแนวชะนีฮูปฮ่าง มันหากเคียวบ่เศร้าผองเท้ากระดูกกองหั้นแล้ว (บ.)
  • ใผสิหลิงเห็นไส้หัวใจคนใหญ่ ลางเทื่อฝังเกี่ยวไว้ในหั้นหมื่นดวง บ่ฮู้ (บ.)
  • ใผสิเหลียวเห็นไส้ตับไตนกขี้ถี่ มันหากฮ้องพีบพี้งใจเลี้ยวใส่กะปู บ่ฮู้ (บ.)
  • ผีสางฮ้ายผกจอบกินหวาน บ่ท่อคนเฮาหลอนหลอกกินกันแท้ (บ.)
  • ผัวเมียนี้คนเดียวโดยฮีต สุขทุกข์ยังฮ่วมย้าวถนอมตุ้มต่อมกัน (บ.)
  • ผู้เผิ่นหนีไปค้าทางไกลยังฮู้ข่าว คันบ่กลับต่าวบ้านยังได้ข่าวสาร อันว่าการตายนี้บ่มีทางสิเห็นไง่ จักว่าตกเขตก้ำเหนือใต้ฝ่ายใด จักว่าไปดีฮ้ายทางใดบ่เห็นกลิ่น ฝูงหมู่ญาติพี่น้องเฮไห้ฮ่ำหา (ย่า)
  • ใผหากคองคอยถ้าคนตายว่าสิต่าว คือดั่งดาวอยู่ฟ้าคอยได้กะบ่มา (บ.)
  • ใผหากคองคอยถ้าคนตายว่าสิเกิด มีแต่ตายแล้วจ้อยตายแล้วบ่ห่อนคืนได้แล้ว (บ.)
  • ผู้ใหญ่เจ็บในเนื้อตนโดตกะพออยู่ เด็กน้อยปวดท้องขี้หูชี้แล่นทั่วเฮือน (บ.)
  • ผักหมเหี้ยนฮิมทางอย่าฟ้าวเหยียบย่ำ บาดมันถอดยอดตั้วยังสิได้ก่ายเกิน (บ.)
  • ผู้สาวได้ผัวเถ้าบุญเลาสร้างแต่เก่า ผู้บ่าวได้แม่ฮ้างบุญสร้างแต่หลัง (บ.)
  • ฝนตกห้งไหลโฮมแต่นาขุ่ม บาดนาโตใกล้ฟ้าฝนเท้งผัดแล่นกลาย (บ.)
  • ฝนตกทังไหลโฮมโคกเท้อเล้อ บ่อนใดสูงเจ้อเก้อโฮมห้งน่าหน่ายฝน (บ.)
  • พรที่พระอำนวยให้เทียระฆาเท้าชั่ว ควรที่นบนอบน้อมถนอมไหว้ซู่วัน (บ.)

 

แม่นสิบินเทิงฟ้าเวหากะตามช่าง แม่นสิหออยู่ฟ้ากะลงม้วนแผ่นดิน (บ.)
  • พระเวสเจ้าน้อยนาฏมทีนาง ยังได้หนีพาราจากนครคราวเยิ้น ไปอยู่ดงแดนด้าวไพรสณฑ์แถวเถื่อน มีแต่ทุกข์ยากเยื้อนบ่เคยพ้อพบเห็น (ย่า)
  • พงษ์พันธุ์เชื้อตายายพ่อแม่ ควรที่นบนอบไหว้ยอไว้ที่สูง ผลาบุญมาค้ำแนมนำยู้ส่ง ปรารถนาอันใดคงสิลุลาภได้โดยด้ามดั่งประสงค์ (ย่า)
  • ฟังความส้มสิเสียเกลือมื้อห้าห่อ ฟังความสับส่อเว้าสิเสียเจ้าผู้ฮักแพง (ป.)
  • ไฟบ่ไหม้เฮือนใผกะพออยู่ (บ.)
  • มณีโชติแก้วมหานิลดวงประเสริฐ บ่มีคำห่อหุ้มมณีแก้วก็เล่าจาง (ย่า)
  • มันหากเหลือแฮงแล้วปลาบืนยามเดือนสี่ เงี่ยงกะหลุ้ยคุยกะล้ม ปานนั้นว่าบ่บืน (ย่า)
  • มือห้านิ้วยาวสั้นต่างกัน (ป.)
  • มีไหมบ่มีครั่งย้อมเป็นป่านชาวกะเลิง ดำบ่แดงพอกะเทินส่วนสิเสียเซิงผ้า (ย่า)
  • มีไหมบ่มีครั่งย้อมมันบ่ห่อนแดงเอง คันบ่หาฟืมฟัดต่ำทอบ่มีแล้ว (ย่า)
  • มีไหมบ่มีเข็มฮ้อยสิเอาหยังหยิบแล่ว มีเข็มคันไหมบ่ฮ้อยก้นสิสนได้ฮ่อมใด (ย่า)
  • มีปลาบ่มีหม้อสิเอาหยังมาต้มอ่อม หม้อนั้นคันช่างเขาบ่ปั้นบ่มีได้อ่อมแกง (ย่า)
  • มีจองบ่มีด้ามสิเป็นบ่วงตักแกง บุงบ่มีสายสิเป็นทอยาฮ้าง เหล็กไนบ่มีหลาแล้วสิกลายเป็นเหล็กสว่าน มีผัวบ่มีลูกเต้าเขาสิเอิ้นแม่หมัน มีครรภ์บ่มีผัวซ้อนมานทางเขาสิว่า มีลูกมีย้อนชู้เขาสิเฮื้องใส่ทาง (ย่า)
  • มีผมบ่มีหวีป้องสิเป็นฮังนกเป็ดป่อง มีปากบ่มีแข้วพร้อมคางสิเจ้ยเจิดดัง (ย่า)
  • มีวังบ่มีขอนขว้างพรานแหเขาสิหว่าน มีเฮือนบ่มีพ่อย้าวโจรสิเข้าลักของ มีกลองบ่มีหนังหุ้มสิเป็นฮางผักบั่ว มีหัวผมบ่พร้อมเขาสิเอิ้นเดิ่นเหา มีเกวียนบ่มีงัวพร้อมสิเอาหยังมาแก่เกวียนนอ คันบ่มีไม้ค้ำหัวสิจ้ำใส่ดิน (ย่า)
  • มีหมาขาห้านมีแมวขาเด่ มีหมูปากเว้อมีม้าปากเหวอ มีควายเขาง้องมีงัวเขาแง่ม (ย่า)
  • มีเฮือนบ่มีค้าวสิเอากอนไฟพาดใสนอ มีค้าวบ่มีตอกมัดไว้สิไปหมั้นบ่อนใด มีเฮือนบ่มีฝาแอ้มลมมาสิหนาวหน่วง ยามหนาวบ่มีผ้าตุ้มสิไปเอ้าอุ่นบ่อนใด มีเฮือนบ่มุงหญ้าฝนตกมามันสิฮั่ว มุงหญ้าคันบ่มีตอกกิ้วสิไปหมั้นบ่อนใด (ย่า)
  • โมโหโทโสนี้พาโตตกต่ำ ให้ค่อยคึดปากต้านคำค้อยให้ม่วนหู (บ.)
  • มีเงินบ่มีคำห้อยแสนสิออยกะบ่อยู่ มีคำคันบ่มีอิ่งอ้อยออยโอ้กะบ่ฟัง (บ.)
  • ยูงยางไม้ลมตีหักถ่อง บาดว่าเครือหญ้าป้องลมต้องบ่เพ (บ.)
  • ยามยังน้อยให้เจ้าหมั่นเฮียนคุณ บุญเฮามีสิยศสูงเพียงฟ้า ไปภายหน้าหาเงินได้ล้านหมื่น ใผผู้ความฮู้ตื้นเงินเบี้ยบ่แกว่นถง (บ.)
  • ยามเมื่อกลับจากไฮ่แม่กะเอิ้นขวัญมา ยามเมื่อกลับจากนาแม่กะเอิ้นขวัญเต้า เอิ้นเอาขวัญบุตตาเจ้าให้มาเนาเทียมพ่าง เอิ้นเอาขวัญลูกเต้ามาเข้าสู่คีง (ย่า)
  • ยำกกให้ยำเหง้า ยำเงาให้ยำง่า (บ.)
  • ลางเทื่อได้หน่วยแก้วอย่าฟ้าวเปิบใจหัว ลางเทื่อฮงฮงใสหน่วยขวางใผสิฮู้ (ย่า)
  • โลกนี้หากปั่นปิ้นแสนช่องสารพัด กัดแข้วขันต่อตีชาติชายใจป้ำ คันบ่ลุลาภได้มีสิ่งขัดขวาง เอาให้คอขาดคาดั่งปลวกกุมกินช้าง (ย่า)
  • โลกนี้มันหากวนเวียนเกี้ยวสงสารกลับเกิด ใผสิว่าใผเลิศล้ำคำนั้นบ่ควร ลางเทื่อเฮาดีแล้วภายหลังกลับชั่ว ลางเทื่อได้ชั่วแล้วไปหน้าผัดเล่าดี (ย่า)
  • ลางเทื่อไปทางท่งถืกแดดขวัญนอน ลางเทื่อไปทางดอนถืกลมขวัญล้ม ลางเทื่อเห็นหมู่นกขวัญลูกตกใจ ลางเทื่อเห็นหมู่กาขวัญนางตกสะท้าน ลางเทื่อเห็นหมู่ม้าขวัญลูกเกรงกลัว ลางเทื่อเห็นหมู่งัวขวัญนางยำย้าน ลางเทื่อเห็นงูงอดขวัญลูกหนีคีง ลางเทื่อเห็นงูปลิงขวัญนางหนีเนื้อ ลางเทื่อเข้าป่าแฝกขวัญตื่นงูสา ลางเทื่อเข้าป่าคาขวัญตื่นงูเห่า ลางเทื่อยามเข้าเหล่าขวัญเจ้าหลงทาง ลางเทื่อยามเข้าดงขวัญเจ้าหลงบ้าน ลางเทื่อตำสดุดต้องขวัญหัวสมิ้งเมื่อย ลางเทื่อตกบวกน้ำขวัญเจ้าหง่วมเหงา แม่ก็ฮ้องเฮียกเอิ้นขวัญแค่งคืนมา แม่ก็ฮ้องเฮียกเอิ้นขวัญขามาสู่ ให้คืนมาสู่เนื้อเสมอด้ามดั่งเดิม (ย่า)
  • วังบ่มีขอนขว้าง พรานแหบ่มีหย่อนมือแล้ว น้ำบ่มีเงือกแข้คนใบ้บ่กลัว (บ.)
  • เวียงจันทน์เศร้าสาวเอยอย่าฟ้าวว่า มันสิโป้บาดหล้าแตงช้างหน่วยปลาย (บ.)
  • ศิลป์ชัยท้าวตกไกลแสนยาก ยังได้กลับต่าวขึ้นเป็นเจ้านั่งเมือง (บ.)
  • สงสารช้างวงเวียนผัดเปลี่ยน มันหากเวียนล้องค้องคือล้อรถยนต์ บ่ห่อนหนีไปพ้นเกิดแก่เจ็บตาย มีแต่วนเวียนติดต่อกันบ่มีแล้ว (ย่า)
  • สงสารนี้เวียนตายเวียนเกิด คือมดแดงไต่ขอบดังเวียนแล้วคอบเลิง (ย่า)
  • แสนสิมีความฮุ้เต็มพุงเพียงปาก โตสอนโตบ่ได้ใผสิย้องว่าดี (บ.)
  • เสื่องเงื่อนไว้เห็นส้นค่าวา (บ.)
  • สาวเอยสาว แต่เจ้าเป็นสาวกกขาขาวคือปลีกล้วยถอก บาดว่าออกลูกแล้วกกขาก่ำคือหำลิงโทน (บ.)
  • ไส้อยู่ท้องกลับเกิดเป็นหนอน (บ.)

 

หีนบ่ฮองฮะให้   แนวพร้าบ่ห่อนคม (บ.)

 

  • สิบแหนงไม้ซาวแหนงไม้บ่ปานแหนงไม้ดู่ สิบแก่นคู้ซาวแก่นคู้บ่ปานไม้แก่นจันทน์ (ป.)
  • ให้ค่อยตักค่อยต้อนสิเห็นต่อนแกงปลา ให้ค่อยวิดค่อยสาอย่าเซาวางไว้ คันหากเป็นตาหย้ำให้ทำกินฟ้าวฟั่ง อย่าได้นั่งเค้าเม้ามัวเว้าบ่ดี (ย่า)
  • ให้ค่อยคึดค่อยแก้ค่อยแก่ค่อยดึง ให้ค่อยขุดค่อยขนค่อยคนค่อยค้ำ ให้ค่อยทำค่อยสร้างอย่าวางใจให้ค่อยแล่น ให้ค่อยยอค่อยแง้นมันสิได้ต่อนคำ (ย่า)
  • เห็นว่าเปอเคอตั้งกลางพาอย่าฟ้าวอยาก ย้านมันเป็นต่อนง้วนกินแล้วสิบ่ยืน (ย่า)
  • เห็นว่ายาวเฮือกเฮื้อยอย่าฟ้าวว่าปลาไหล ลางเทื่อเป็นแนวงูสิตอดตายบ่ทันฮู้ (ย่า)
  • เห็นว่าเบเบฮ้องงัวเฮาอย่าฟ้าวว่า ลางเทื่อเป็นชาติเชื้อเสือฮ้ายสิคาบคอ (ย่า)
  • เห็นว่ากองฝอยน้อยอย่ากลอยใจฟ้าวนั่ง ลางเทื่องูอยู่ลี้ในหั้นสิตอดตาย (ย่า)
  • เห็นว่าขอนลอยน้ำอย่าคองดายว่าขอนดอก ลางเทื่อลงแช่น้ำหลายมื้อสิป่งใบ (ย่า)
  • เห็นว่าเหวกเหวกฮ้องอย่าฟ้าวว่าเสียงกบ ลางเทื่อเป็นทำทานสิตอดตายบ่มีฮู้ (ย่า)
  • เห็นว่าเงินคำล้นเต็มถงอย่าฟ้าวอ่ง ลางเทื่อถงขาดก้นสิจนฮ้ายเมื่อลุน (ย่า)
  • เห็นว่าอีอีฮ้องอย่าวางใจว่าจักจั่น ลางเทื่อเสียงเห่าห้อมเขียวเกี้ยวก็หากมี (ย่า)
  • เห็นว่ามีสุขแล้วผักตำนินบ่อยากเบิ่ง คันได้กินต่อนชิ้นปลากั้งบ่อยากเหลียว (ย่า)
  • เห็นว่ามีสุขแล้วบ่เหลียวแลพวกเพื่อน คันหากสุขบ่ล้วนสิเหลียวหน้าเบิ่งใผ ในโลกนี้บ่ห่อนอยู่เดียวเป็น มีแต่ตนเดียวดายบ่เป็นเมืองบ้าน คันว่ามีผืนผ้าบ่หาแพรพาดบ่าสินุ่งแต่ผ้าไปได้ดั่งใด (ย่า)
  • เห็นว่าปลาทอต้อนหมายสิตำปลาแดก บาดห่าต้อนเจ้าหลูคูเจ้าฮ้งสิพายข้องปึ่งดัง (ป.)
  • หมากบ่เคี้ยวปากเปล่าบ่มีแดง แม่นสิมีเต็มพาบ่ห่อนแดงเองได้ (ย่า)
  • ให้เจ้าเอาความฮู้หากินทางชอบ ความฮู้มีอยู่แล้วสิกินได้ชั่วชีวัง (ย่า)
  • หนีจากฮ้อนมาพี้เพิ่งเย็น หนีเหม็นพุ้นหวังมาชมดวงดอก หนีจากน้ำขุ่นเขี้ยวมาพี้เพิ่งเย็น (ประวัติ)
  • เห็นว่าดำขี้หลี้อย่าฟ้าวขี่เฮือกลาย เห็นว่าดำขอยลอยอย่าฟ้าวพายเฮือเว้น บาดห่าเฮือคาแก้งดำขอยลอยสิได้ช่อย คันบ่ได้ช่อยน้อยยังสิได้ช่อยหลาย (ป.)
  • เหลียวเห็นหน้าแซมแลมย้านแต่แก่ม ความกินบ่แจ่มเจ้า ความเว้าแก่มซู่คน (ป.)
  • หนูซิงน้อยเลียเล็มคมดาบ เปื้องป่ายแผ้วศรค้ำมิ่งมรณ์ (ส.)

 


 

redline

backled1

 

สนับสนุนให้ IsanGate อยู่รับใช้ท่านตลอดไป ด้วยการคลิกแบนเนอร์ไปเยี่ยมผู้สนับสนุนของเราด้วยครับ

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1