foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
ลมหนาวกำลังจากไป ฤดูร้อนกำลังคืบคลานมาอย่างไว สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือ "ภัยแล้ง" ที่มีแนวโน้มว่าจะกินเวลาค่อนข้างนานและรุนแรงกว่าทุกๆ ปี ทิดหมูเฝ้ามองจากน้ำในลำน้ำมูลใกล้บ้าน ที่ลดระดับลงต่ำกว่าทุกปีที่ผ่านมา มีข่าวว่าน้ำขาดหายจนเดินข้ามได้กันแล้ว ไร่นาหลายที่ต้องปล่อยให้ข้าวนาปรังแห้งตาย อันนี้สิโทษไผได้นอกจากเจ้าของ สิปลูกหยังก็บ่วางแผน ความฉิบหายเลยมาไว มื้อนี้แถวบ้านทิดหมูยังมีปัญหาควันไฟจากพวกเผาเฟืองอีก โอ๋! น้อ!!!

: Our Sponsor ::

adv200x300 2

: Facebook Likebox ::

: Administrator ::

mail webmaster

: My Web Site ::

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75

: Number of Page View ::

10948670
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
4218
6290
4218
9835262
87349
295427
10948670

Your IP: 3.238.51.211
2021-04-12 11:31
paya supasit

ju juคันเฮาทำดีแล้ว เขาซังก็ตามซ่าง คันเฮาเฮ็ดแม่นแล้ว หยันหย่อก็ซ่างเขา

        ## ถ้าเราได้ทำดีแล้ว ใครจะชัง เย้ยหยันก็ช่างเขาเถิด @ความดีมีคุณธรรมนำชีวิต ##

kaikaew hom hoo

นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน เรื่อง "กำพร้าไก่แก้ว" หรืออีกชื่อหนึ่งคือ "ไก่แก้วหอมฮู" เป็นเรื่องเล่าที่มีมาแต่โบราณ และปราฏมีอยู่ในใบลานจารด้วยอักษรธรรม เท่าที่พบมีอยู่หลายสำนวน ซึ่งเนื้อหาและชื่อตัวละครอาจแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่แก่นธรรมหรือคติของเรื่องนั้นเป็นอันเดียวกัน คือ "กตัญญูกตเวทีต่อบุพการี จะทำให้ผู้นั้นมีความเจริญในชีวิต" นั่นเอง เลยนำเอามาเสนอในที่นี้เพียง 2 สำนวนมาให้ได้อ่านกันดังนี้

สำนวนที่ ๑

ณ เมืองแห่งหนึ่งที่อยู่ไกลโพ้น ชาวเมืองได้พบฮู (รู) ขนาดใหญ่ที่มีกลิ่นหอมออกมาจากฮูนั้นมิได้ขาด ทำให้เป็นที่อยากรู้อยากเห็นของชาวเมืองทุกคน ต่างก็ร่ำลือไปต่างๆ นานา ดังนั้นพระราชาแห่งเมืองนั้นจึงได้ประกาศหาอาสาสมัครที่จะลงไปสำรวจในฮูนั้น เพื่อจะดูว่ามีสิ่งใดอยู่ข้างล่างจึงส่งกลิ่นหอมมิได้ขาด แต่ก็ไม่มีใครกล้าอาสาไปดู

ในเมืองนี้นั้นมีหนุ่มน้อยคนหนึ่งชื่อ "เทศจันทสมุทร์" อาศัยอยู่กับ "ย่าจำสวน" (คนสวนของพระราชา) ท้าวเทศจันทร์นี้เห็นว่า ไม่มีใครกล้าไปแล้วจึงรับอาสากับพระราชาที่จะลงไปพิสูจน์

พระราชาจึงมีรับสั่งให้ทำอู่ (กรง) เหล็ก และทำโซ่เหล็กแทนเชือก เพื่อให้ท้าวเทศจันทสมุทร์นั่งอยู่ในอู่นั้น แล้วหย่อนลงไปตามรู จนไปถึงเมืองแห่งหนึ่ง

เมื่อลงไปถึงนั้นอู่เหล็กไปลงตรงเกาะพอดี ขณะที่ท้าวเทศจันทสมุทร์ขึ้นกินหมากเดื่ออยู่บนต้นไม้ ได้มีหมูตัวหนึ่งคาบ "แก้ววิเศษ" ไต่น้ำขึ้นมา ท้าวเทศจันทสมุทร์จึงโยนหมากเดื่อให้หมูกินห่างออกไปเรื่อยๆ แล้วรีบมาขโมยเอาแก้ววิเศษไป

kaikaew 01

เมื่อเดินต่อไปอีกก็พบชายคนหนึ่ง ถือ "น้ำเต้า" เหาะผ่านมา ท้าวเทศจันทสมุทร์จึงขอเอาแก้วแลกกับน้ำเต้านั้น เมื่อได้น้ำเต้าแล้วก็เดินต่อไป ส่วนแก้ววิเศษได้เหาะกลับมาอยู่กับท้าวเทศจันทสมุทร์เหมือนเดิม

เมื่อเดินต่อไปก็ได้พบกับคนถือขวาน ถือดาบ ถือขดหนัง เหาะมาเช่นเดียวกัน ท้าวเทศจันทสมุทร์ก็ขอแลกเอาสิ่งของเหล่านั้นกับแก้ววิเศษเหมือนครั้งก่อน แล้วแก้ววิเศษก็กลับมาเช่นเดียวเดิม

ดังนั้นท้าวเทศจันทสมุทร์จึงมีของดีถึง ๕ อย่าง คือ แก้ว น้ำเต้า ขวาน ดาบ และขดหนัง แล้วเดินทางไปอาศัยอยู่กับย่าจำสวนของเมืองนั้น เพื่อสืบดูว่า ใครกันนะที่ส่งกลิ่นหอมๆ นั้น จนทราบว่า เป็นธิดาของเมืองนั้น ผู้มีผมหอมเป็นที่เลื่องลือ เมื่อรู้แล้วจึงขอร้องให้ย่าจำสวนไปสู่ขอให้ แต่ย่าจำสวนกล่าวว่า ท้าวเทศจันทสมุทร์ไม่หล่อเหลา จึงพาไปเสริมความหล่อใหม่แล้วจึงนำไปพบนางผมหอมเพื่อสู่ขอ เมื่อนางผมหอมเห็นท้าวเทศจันทสมุทร์แล้วก็เกิดรักสมัครใคร่

แต่พระราชาพ่อของนางผมหอมไม่ยอม เพราะมีลูกเจ้าพระยา มหากษัตริย์มาสู่ขอหลายคนแล้ว และบอกว่าถ้าอยากได้ลูกสาวของเราให้มารบสู้แย่งเอา ท้าวเทศจันทสมุทร์จึงเข้าสู้รบด้วยการใช้ของดี ๕ อย่างจนชนะ จึงได้นางผมหอมมาอยู่ร่วมเรียงเคียงหมอน

เมื่ออยู่เมืองนี้มานานวัน ก็คิดจะกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ตนจากมา จึงพานางผมหอมมาที่รูเก่าที่เคยลงมา ในขณะที่ขึ้นไปนั่งบนอู่เหล็กทั้งสองคนแล้วกระตุกให้สัญญาณกับคนด้านบนให้ดึงอู่ขึ้นไป ขณะนั้นผ้าของนางผมหอมผืนหนึ่งตกลงไป ท้าวเทศจันทสมุทร์จึงอาสาลงไปเอา ขณะเดียวกันนั้นคนที่อยู่ข้างบนไม่ทราบเรื่อง ก็ดึงเอานางขึ้นไปเพียงผู้เดียว แล้วนำเอานางผมหอมมาถวายพระราชา พระราชาชอบพอนางแต่ก็ไม่สามารถเข้าใกล้นางได้

kaikaew 02

ส่วนท้าวเทศจันทสมุทร์ก็พยายามเดินเพื่อจะหาหนทางขึ้นไปด้านบน จนวันหนึ่งได้พบนกกระจอก ๒ ตัวที่พระอินทร์แปลงกายลงมา ได้ให้ท้าวขี่ขึ้นมาปล่อยไว้นอกเมืองใกล้แม่น้ำ ขณะนั้นมีพ่อค้านายสำเภามาพบเข้า ท้าวเทศจันทสมุทร์จึงขออาศัยเดินทางไปด้วย แล้วกลับไปอยู่กับย่าจำสวนเหมือนเดิม

ส่วนนางผมหอมนั้นได้ยินว่าผัวของนาง (ท้าวเทศจันทสมุทร์) กลับมาแล้ว จึงออกอุบายหลบหนีมาอยู่ด้วยกับท้าวเทศจันทสมุทร์ที่สวนท้ายวัง เมื่อพระราชารู้ข่าวก็ส่งคนไปรับนางกลับคืนไป แต่ท้าวเทศจันทสมุทร์ไม่ยอมให้

พระราชาจึงส่งกองทหารมาช่วงชิงเอานางไป แต่กองทัพก็พ่ายแพ้เพราะของวิเศษ ๕ อย่างเหล่านั้น พระราชาหมดปัญญาต่อสู้ จึงยอมยกเมืองให้ท้าวเทศจันทสมุทร์ครองครึ่งหนึ่ง แล้วท้าวเทศจันทสมุทร์ก็อยู่กับนางผมหอมที่ได้มาจากรูนั้นด้วยความสุขต่อมา

จาก อักษรธรรม ๑๒ ผูก วัดธัญญุตตมาราม อำเภอกุดข้าวปุ้น จังหวัดอุบลราชธานี

สำนวนที่ ๒

กล่าวถึงหญิงชายคู่หนึ่งแต่งงานกัน แล้วให้กำเนิดบุตรชายหนึ่งคน ต่อมาสามีได้ตายจากไป ทิ้งให้หญิงหม้ายเลี้ยงลูกตามลำพัง หญิงหม้ายจึงพาลูก "ท้าวกำพร้า" ไปอาศัยอยู่เมืองอุดม ซึ่งมี "พระยากุญชโร" ปกครอง เมื่อท้าวกำพร้าลูกชายโตเป็นหนุ่ม ได้ไปเรียนวิชาต่อไก่ (ภูมิปัญญาท้องถิ่น) จากชายคนหนึ่งจนชำนาญ

kaikaew 06

ที่เมืองพญานาค มี "ท้าวกะโยงคำ" เป็นผู้ปกครอง มีธิดาชื่อว่า "นางสีดา" ในอดีตชาตินางเคยเป็นภรรยาของท้าวกำพร้า นางยังคิดถึงอดีตสามีอยู่เสมอ วันหนึ่งขณะที่ท้าวกำพร้ากำลังต่อไก่อยู่ในป่า นางสีดาได้แปลงกายเป็น ไก่แก้ว (ไก่เผือก) ไปปรากฏให้ท้าวกำพร้าเห็น ท้าวกำพร้ากระโดดตะครุบไก่แก้ว แต่ไก่แก้ววิ่งหนีลงรูหายไป ท้าวกำพร้ากำได้เพียงขนหางนางเส้นหนึ่ง กลิ่นขนนั้นหอมมาก ส่งกลิ่นไปถึงวังของพระยากุญชโร

พระองค์จึงมีรับสั่งให้ท้าวกำพร้าเข้าเฝ้า และใช้ให้ลงรูเพื่อตามไก่หอมนั้นมาถวาย เมื่อท้าวกำพร้าลงไปในรู ซึ่งเป็นเมืองบาดาล ได้พบนางสีดา (ภรรยาคนที่ ๑) ซึ่งเป็นภรรยาแต่อดีตชาติ จึงแต่งงานกัน ท้าวกำพร้าอยู่เมืองบาดาลชั่วระยะหนึ่งก็คิดถึงมารดา จึงพานางสีดาขึ้นมาเมืองมนุษย์

kaikaew 03

แต่ด้วยกรรมเก่าทั้งสองจึงต้องพลัดพรากจากกัน นางสีดาถูกพระยากุญชโรแย่งชิงนำไปขังไว้ (ผิดศีลธรรม) เพื่ออภิเษกเป็นมเหสี แต่พระยากุญชโร (ไม่มีศีลธรรม) ไม่สามารถเข้าใกล้นางได้ เพราะร่างกายนางสีดาร้อนดังไฟ

ฝ่ายท้าวกะโยงคำ (บิดานางสีดา) คิดหาทางที่จะช่วยท้าวกำพร้าตามหานางสีดา เมื่อท้าวกำพร้านอนหลับจึงอุ้มขึ้นไปจากใต้บาดาล แล้วนำไปไว้ในป่าแห่งหนึ่งบนเมืองมนุษย์ เมื่อตื่นขึ้นมาท้าวกำพร้าก็ออกตามหานางสีดา ระหว่างทางนั้นได้พบกับ "นางอำคา" ลูกสาวยักษ์กันดาร และได้นางอำคาเป็นภรรยา (ภรรยาคนที่ ๒)

นอกจากนั้นยังได้ของวิเศษจากยักษ์ คือ เกือกแก้วและดาบกายสิทธิ์ คำหมากเคี้ยวและปลายลิ้นของพญาปากเข็ด ซึ่งเป็นของวิเศษ ถ้าใครเคี้ยวอยู่ในปากขณะที่ยังไม่จืด สามารถเหาะได้ และสั่งให้ผู้จะมาทำร้ายตนตายตามได้ จากนั้นจึงมาพบหมูใหญ่ ชื่อ "พรหมขันธ์" เป็นหมูที่มีฤทธิ์เดชมาก เมื่อต่อสู้กันท้าวกำพร้าจึงได้ฆ่าหมูตาย

ต่อมาเดินทางมาพบ "นางจันทา" ธิดา "พระยาผาจวง" ซึ่งถูกพิษงูกัด ท้าวกำพร้ารักษาเสกมนต์ชุบชีวิตให้ฟื้นคืนเป็นปกติ และได้นางจันทาเป็นภรรยา (ภรรยาคนที่ ๓) จากนั้นท้าวกำพร้าจึงพานางอำคาและนางจันทา ไปยังเมืองอุดม เพื่อพบมารดาของตน และจะไปรับนางสีดาคืนจากพระยากุญชโร

kaikaew 04

เมื่อไปถึงท้าวกำพร้าทราบว่า มารดาถึงแก่กรรมแล้ว จึงใช้ของวิเศษที่มีอยู่ชุบชีวิตมารดาให้ฟื้นคืนดังเดิม และเมื่อมารดาได้บอกที่ฝังศพของบิดา จึงชุบชีวิตบิดาคืนเช่นเดียวกัน ท้าวกำพร้าได้เนรมิตเมืองใหม่ให้บิดามารดาอยู่อย่างเป็นสุข เป็นการตอบแทนบุญคุณของบิดามารดา

ท้าวกำพร้าจึงพานางอำคาและนางจันทาไปอยู่ในสวนท้ายเมืองอุดม โดยให้นางทั้งสองแต่งตัวสวยงามราวนางกษัตริย์ ส่วนท้าวกำพร้านั้นแต่งตัวเป็นคนยากจน พระยากุญชโรให้ทหารมารับนางธิดาทั้ง ๒ นางเข้าไปในวัง และให้จับท้าวกำพร้าไว้ ท้าวกำพร้าต่อสู้กับทหารโดยเสกทหารตัวแข็งดังหิน เหลือไว้เพียงคนเดียว เพื่อไปบอกพระยากุญชโรยกทัพมาต่อสู้กับตน

เมื่อมีการต่อสู้ท้าวกำพร้าก็เสกให้พระยากุญชโรตัวแข็งดังหิน เสกให้น้ำท่วมเมือง ทุกคนในเมืองตายหมด เหลือเพียงนางสีดาและบริวาร ๑๐๐ คน ท้าวกำพร้าไปพบนางสีดาและเสกให้น้ำแห้ง ชุบชีวิตพระยากุญชโรและชาวเมืองทุกคนให้ฟื้นคืนดังเดิม

พระยากุญชโรยอมรับผิดทั้งหมดและส่งนางสีดาคืนท้าวกำพร้า และได้ยกบ้านเมืองให้ท้าวกำพร้าครอบครอง แต่ท้าวกำพร้าปฏิเสธ จึงยกเมืองคืนให้พระยากุญชโรครอบครองดังเดิม พร้อมกับสั่งสอนให้พระยากุญชโรตั้งตนอยู่ในศีลธรรม

ยักษ์กันดารบิดาเลี้ยงนางอำคาทราบว่า นางหายไปพร้อมกับขโมยเกือกแก้วและดาบกายสิทธิ์ของตนไปด้วย จึงออกตามหาพบนางอำคาและท้าวกำพร้าได้ต่อสู้กัน ยักษ์กันดารถูกท้าวกำพร้าไก่แก้วฆ่าตาย หลังจากนั้นจึงชุบชีวิตกลับคืนและได้ขอร้องยักษ์กันดารให้เลิกกินคน ยักษ์รับคำแล้วจึงลากลับเมืองตน

kaikaew 05

จากนั้นท้าวกำพร้าไก่แก้วพร้อมด้วยภรรยาทั้งสาม คือ นางสีดา นางอำคา และนางจันทาได้เนรมิตเมืองขึ้นใหม่ และได้ครองเมืองอย่างมีความสุข ต่อมานางสีดาให้กำเนิดบุตรชายชื่อ "ปุณนาคคงคา" ส่วนนางอำคาและนางจันทาไม่มีบุตร จึงรักปุณนาคคงคาดังบุตรตน ปุณนาคคงคาเป็นคนดี จึงเป็นที่รักของทุกๆ คน

จาก เอกสารใบลาน (อักษรธรรมอีสาน) วัดบ้านไร่น้อย ตำบลไร่น้อย อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

ส่วนสำนวนอื่นๆ ที่น่าสนใจสามารถไปอ่านเพิ่มเติมได้จากลิงก์ด้านล่างนี้ครับ

 

redline

backled1

 

Loading...

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1