foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
กรมอุตุเพิ่นประกาศว่า "เข้าสู่หน้าหนาวแล้ว" ทางใด๋ได้สัมผัสความหนาว ไอหมอกยามเช้า ได้อวดเสื้อกันหนาวสีสวยๆ กันก็ยินดีด้วยครับ ส่วนทางบ้านอาวทิดหมูนั่น นำ้หัวกะลดลง ถิ่มไว้แต่ขยะพลาสติกไว้ให้แยงเต็มท่ง ลมบ่ทันอ่วยมาเลยครับ หลูโตนเสื้อกันหนาวอยู่บ่ฮู้ว่ามื้อใด๋สิได้ออกมาโชว์นำหมู่ ส่วนเรื่องข้าวในนาบ่ต้องเว้าเถิง "เน่าตายเรียบ" ขอรับ ย้านได้ไปหาลำขอเข้าเพิ่นกินอยู่ปีนี้ ไผมีพอกินกะแบ่งมาทางนี้แหน่เด้อจักสอบ สองสอบ ปลูกบ่ทันดอก น้ำไหลลงโขงเบิดแล้ว...

Our Sponsor

adv200x300 2

Facebook Likebox

Administrator

mail webmaster

My Web Site

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75

Number of Page View

05763507
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
6228
7820
64251
4560871
209623
244008
5763507

Your IP: 18.208.159.25
2019-10-20 16:42
paya header

ju ju  เกลี้ยงแต่นอกทางในเป็นหมากเดื่อ หวานนอกเนื้อในส้มดั่งหมากนาว

        ## เทียบกับสุภาษิตภาคกลางก็คือ สวยแต่รูป จูบไม่หอม   ##

baisri sukwan

สู่ขวัญงัวควาย

การทำนาสมัยโบราณนั้นใช้แรงงานจากวัวควาย ในภาคอีสานนิยมใช้ควายมากกว่าวัวในการคราดไถ ส่วนวัวนิยมใช้ในการเทียมเกวียน วัวควายจึงเป็นเหมือนเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากของชาวอีสาน ชาวนาอีสานใช้ควายในการลากไถ ไม่ว่าจะตัวใหญ่ผอมหรือพี เมื่อจับเข้าเทียมไถแล้ว ขอให้ลากไถไป ไปได้ไวเท่าไรยิ่งดี หากมันหยุดยืนกัดกินหญ้า เจ้าของจะตี คิดดูแล้วน่าสมเพทเวทนา บางตัวกัดกินใบข้าวที่เกิดจากแรงงานของมัน เจ้าของตีจนเขาหักก็มี เจ้าของน่าจะคิดว่า "มึงก็อยากเหมือนกู กินซะใบของมัน กูจะกินเม็ด" น่าจะพูดให้ควายฟังอย่างนี้

baisri sukwan 17

มีข้อที่น่าสังเกตุอยู่อย่างหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องควาย ควายรักภาคอีสานและคนอีสาน ถึงจะลำบากตรากตรำก็เฉพาะเวลาทำไร่ไถนา เมื่อเสร็จหน้านาแล้วมันจะหากินตามประสาของมัน ชาวอีสานเป็นพ่อค้าควาย หมดฤดูทำนาก็ต้อนควายไปขายที่ภาคกลาง (ตำนาน "นายฮ้อยทมิฬ" นั่นเอง) ก่อนจะออกเดินทาง พ่อค้าก็จะหาหญ้า หาน้ำมาให้ควายกินอย่างอุดมสมบูรณ์ และจัดการสู่ขวัญให้ แทนที่ควายจะดีใจมันกลับน้ำตาไหลคลอเบ้าตา ต้อนไปมันก็ไม่อยากจะไป แสดงว่ามันรักและคิดถึงดินแดนถิ่นอีสานบ้านเกิด ที่มันเป็นเช่นนั้นมันคงจะได้ยินระแคะระคายว่าดินแดนที่มันจะไปนั้น มันจะประสบทุกข์ทรมานแสนเข็ญ (คุณพ่อปรีชา พิณทอง เล่าให้ฟัง)

การที่คนอีสานทำพิธีสู่ขวัญควายเป็นการแสดงให้เห็นว่า ควายเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีบุญคุณมาก ข้าวทุกเม็ดที่เราได้กินเกิดจากกำลังของควาย และอีกอย่างหนึ่ง เป็นการประกาศให้ชาวโลกรับรู้ว่า ควายมีประโยชน์ต่อคนและชาวโลก ไม่สมควรที่ชาวโลกจะตั้งโรงงานฆ่ามัน น่าจะทนุถนอมมันไว้ใช้งานต่อไปนั่นเอง บทสูตรขวัญงัวควายมีดังนี้...

รี ศรี มื้อนี้เป็นวันดี วันเศรษฐี วันขัติยะราช มีอำนาจพลังเหลือหลาย มีความหมาย เหลือหลาก บ่ทุกข์ยากอันใด สมดังใจมวลหมู่ จั่งได้สู่เอาขวัญ จั่งได้ชวนทั้งทวยเทพเมืองแมน พระยาแถนผู้ปั้นหล่อ ผู้เค้าก่อไถนา จั่งเอามายังมหิงสาตัวอาจ ตัวสามารถมีพลัง เอามายังเคหา มาอยู่นาบักเขาแก้ว ให้ชื่อแล้วว่าบักคูณ เอามาหนุนเกื้อก่อ มาเป็นหน่อทองคำ ไถนาดำแลนา หว่าน ตัวเคยผ่านไถนา เป็นพระยาฤทธิ์เดช อยู่ในเขตปฐพี เป็นควายดีมีอำนาจ งามองอาจกว่า มหิงสา จั่งเอามาผูกเชือก จั่งได้เลือกเอามา อยู่ชายคาหลังใหญ่ โตมันไล่พาลี โตมันตีสังครีบ โตมันถีบทรพี มันบ่หนีบักเขาแก้ว เอามาแล้วทรัพย์มาโฮม เสียงทมๆ เขาโล้งโค้ง ปล่อยลงท่งอยู่ กลางนา งามแต่หางฮอดส้นหน่อง เกินงานค่องเจ้ามหิงสา ยามไถนาบ่มีขาด ยามเฮาคลาดมีกำลัง บ่ถอยหลังตกต่ำ ฮอดยามค่ำขี่เข้าไปเฮือน ไถเป็นเดือนกะบ่จ่อย เก่งบ่ค่อยกาสร

สองเขางอนงามยิ่ง แขวนกระดิ่งอยู่ในคอ ฟังเสียงขอดังสนั่น เกินกล้ากลั่นอ้ายทุยทอง สีบ่หมองเหลืองหล่า ไล่ลงท่าไปนอนซำ เจ้าของนำดึงเชือก นอนดมเกลือกเซามีแฮง บึกบึนแข็ง องอาจ พอปานนาคราชดึงเขาพระสุเมรุ ผู้ใด๋เห็นกะอยากได้ โตเจ้าใหญ่เพียงตา ยาวเป็นวาหลัง บ่แอ่น ไถนาแก่นแห่งข้าวงาม ไถนาทามและนาโคก เจ้าถึกโสกกาสร คนออนซอนอย่างอาดๆ เจ้าฉลาดไถนาดี บ่เคยตีไปตามห่อง ไปตามป่องบ่สับสน พอปานคนเจ้าองอาจ เอาใส่คราดบ่มี ถอย ย่างตามฮอยฮู้ฮ่อม ไปหล่อมๆ ทำนา มีปูปลามาอยู่ดีกว่าหมู่นาทาม ข้าวกะงามแตกหน่อ นามูลพ่อต้นข้าวสีเขียว เฮ็ดข้าวเหนียวและข้าวจ้าว พันลาวอ้าวฮวงดียามเฮาตีฟาดตุ้ม ข้าวขึ้น กุ้มเต็มลาน เฮ็ดนาหมานคูณค้ำ พอเฒ่าจ้ำว่าบ่ขาย ราคาหลายเป็นหมื่น เจ้าดีหลื่นมาอยู่นำ ปานทองคำฮักห่อ

ลูกของพ่อกาสร ตาออนซอนเจ้าไถคราด เจ้าฉลาดพอปานคน เจ้าอดทนเหลือหลาก หญ้าเต็มปากนำคันนา ไปเอามาให้เจ้าอยู่ เอามาสู่เต็มกะทอ กินให้พออย่าอึดหยาก มีหลายหลาก ในนามหิงสา ลากแก่ข้าวกะแผ่เป็นฮวง ท่วมหลังกวางและช้างม้า อยู่นาท่าข้าวกะงาม อยู่นาทาม ข้าวแตกหน่อ ปานคนก่อแบ่งเอา เขียวปานเทาบ่อเหลืองหล่า ได้พันต่าแสนกระบุง กินเต็มพุงบ่ อึดอยาก บ่ทุกข์ยากอันใด๋ ปลดจากไถเจ้าพักผ่อน หยุดก่อนหมดเวลา เจ้าไถนาเหนือและนาใต้ ทั้งนาใกล้และนาไกล อย่าไปใสให้เจ้าอยู่ ไปนำหมู่หาเล็ม

ว่ามาเยอขวัญเอย ถึงยามค่ำให้เจ้าเข้ามาเฮือน เดือนดำตกมืดซ้าวล้าว ให้เจ้าฟ้าวมา เฮือนหา เข้าชายคาอยู่ในคอก ฟังข่อยบอกจื่อจำเสียง ฟังสำเนียงให้เจ้าแหล่น ให้เจ้าแก่นนอน เฮือน อย่าได้เหมือนกะฮอก ผู้ใด๋บอกให้จำเอา อย่ามัวเมานำโตแม่ อย่าไปแว่สวนมอน อย่าไปซอน สวนเผิ่น เจ้าอย่าเปิ่นหลงทาง ว่ามาเยอขวัญเอย ให้มาสามื้อนี้วันนี้ มาอยู่ที่ตะหล่างเฮือนสูง เขาบ่ จูงเจ้าไปฆ่า เขาบ่ด่าเจ้าโตดี เขาบ่ตีเอาเชือกถาบ เขาบ่หาบมังสัง เขาบ่ซังกดขี่ ให้เจ้ามาอยู่ที่เคย นอน บ่มีหมอนให้เอาโล้งโค้ง คือกะด้งมาหมูน ว่ามาเยอขวัญเอย ให้เจ้าคูณเจ้าค้ำ ยามมืดค่ำให้ โงมา ยามไปนาให้เจ้าต่าว อย่ากินข่าวเชือกไถ อย่าจัญไรชนฮั้ว อย่าไปกั้วสวนแตง เจ้าของฮักฮ่อ ลูกของพ่อคูณเฮือน

ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้าไปวังน้ำ นอนตมบ่อนมันหล่ม ขวัญเจ้าไปเที่ยวพ้อกาสร โตแม่ เจ้าอย่าแวส่องเล่นเห็นแล้วให้ต่าวมา ว่ามาเยอขวัญเอย มาตั้งขวัญเขาพร้อมขวัญหูทั้งคู่ จตุบาทอย่าได้ช้าให้มาพร้อมพร่ำกัน ว่ามาเยอขวัญเอย นังคัลพั่วฟอยหางกวัดแกว่ง ให้เจ้ามาไล่ ฮิ้นยุงพร้อมเหลือบนำ ขวัญตาก้ำทั้งสองมองอยู่ ขวัญปากคิ้วหัวพ้อมสู่แนว มาฮอดแล้วหลักเก่า เสาเฮือน นอนสีคีงฮ่มเย็นหายฮ้อน อย่าไปเชยซมซ้อนหนีไปนอนเฮือนเผิ่น ให้เจ้ามาตะหล่าง กว้างๆ เฮาพี้อย่าสิหนี เอหิ มะหิส สะกะฆะเร ปะติฏฐาหิ สาธุ

 

baisri sukwan 06

คำผูกเขาควาย

ศรี สรี ฝ้ายเส้นนี้แม่นฝ้ายดี ฝ้ายอันมีฤทธี ส่งมาแต่เมืองฟ้า พระนารายณ์เป็นเจ้าส่งลง มา ให้ผูกเขามหิงสาตัวประเสริฐ เพื่อให้เกิดค้ำคูณ ขวัญผิดที่ก็ให้หาย ขวัญจัญไรก็ให้จืด มีแต่ที่ ประเสริฐทั่วตัวควาย โรคปากเปื่อยอย่าให้มี โรคบ่ดีอย่าให้พ้อ ให้เจ้าเป็นตั้งต่อคูณเฮือน ทุกปี เดือนอย่าให้เจ้าของอึดอยาก ให้ได้ดังคำมักคำปรารถนา ว่า อุ อะ มุ มะ มุนมา มะหามูลมัง สวาหุมฯ

baisri sukwan 39

line

 backled1

 

สนับสนุนให้ IsanGate อยู่รับใช้ท่านตลอดไป ด้วยการคลิกแบนเนอร์ไปเยี่ยมผู้สนับสนุนของเราด้วยครับ

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1