foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
ผ่านปีใหม่มาแล้วหลายวันครับ เตรียมตัวรับสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้กันให้ดี การขาดน้ำแผ่ขยายเป็นบริเวณกว้างทั่วประเทศ จากภาวะฝนแล้งและทิ้งช่วงยาวนานเหลือเกิน น้ำในเขื่อนใหญ่ๆ เกือบทั่วประเทศมีปริมาณน้ำไม่พอเพียงแก่การอุปโภค บริโภคไม่เว้นแม้แต่เขตที่ราบลุ่มภาคกลาง ซึ่งปีนี้มีผลให้น้ำทะเลหนุนดันน้ำเค็มรุกคืบเข้ามามากมาย จนมีผลต่อการผลิตน้ำประปา และภาคการเกษตรเกิดความเสียหาย ทางอีสานก็เหมือนกันครับ ขอให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะครับ...

Our Sponsor

adv200x300 2

Facebook Likebox

Administrator

mail webmaster

My Web Site

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75

Number of Page View

06731938
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
595
11673
595
5583707
254916
328429
6731938

Your IP: 3.233.219.101
2020-01-20 00:53
paya header

ju juได้ขึ้นเฮือแล้ว อย่าลืมแพป้องไม้ไผ่ ได้เป็นใหญ่แล้ว อย่าลืมข้าผู้พลอย

        ## ได้ดิบได้ดี เจริญก้าวหน้าแล้ว อย่าลืมบุญคุณผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ##

mp3

benjamin 01

เบญจมินทร์ (นายตุ้มทอง โชคชนะ)

benjamin 03นายตุ้มทอง โชคชนะ หรือ เบญจมินทร์ เป็นนักร้อง/นักแต่งเพลงรุ่นเก่าชื่อดังที่ได้รับฉายาว่า "ราชาเพลงรำวง" ในยุคที่วงการเพลงลูกทุ่งเพิ่งจะบุกเบิก นอกจากนั้นก็เคยสร้างและกำกับภาพยนตร์ เขียนบทละครและภาพยนตร์หลายเรื่อง รวมทั้งร่วมแสดงภาพยนตร์ด้วย

ในวงการเพลง เบญจมินทร์ เป็นที่รู้จักอย่างมากจากเพลงรำวงอย่าง เมขลาล่อแก้ว รำวงแจกหมวก แมมโบ้จัมโบ้ อึกทึก สาลิกาน้อย รำวงฮาวาย รำเต้ย และอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนเพลงลูกทุ่งเขาโด่งดังจากเพลงแนวเกาหลีหลายเพลง ต้นฉบับแนวเสียงของ "สุรพล สมบัติเจริญ" เจ้าของฉายา ราชาเพลงลูกทุ่ง และเป็นคนเปิดศักราชลูกทุ่งอีสานและชาวอีสานในวงการเพลงลูกทุ่งของเมืองไทย ช่วงที่กำลังรุ่งโรจน์ ปี พ.ศ. 2490 - 2495 เพลงของเขาได้รับความนิยมและมักสอดแทรกด้วยอารมณ์ขัน อย่างเช่น เพลง "ไปเสียได้ก็ดี" ซึ่งบันทึกเสียงเมื่อปี พ.ศ. 2495

นายตุ้มทอง โชคชนะ เป็นชื่อ-นามสกุลจริง เกิดเมื่อ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2464 ที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นบุตรสิบเอกบุญชู โชคชนะ นับถือศาสนาพุทธ และนางคูณ โชคชนะ พ่อเป็นชาวบ้านย่อ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดอุบลราชธานี (ในสมัยนั้น) ปัจจุบันขึ้นอยู่กับจังหวัดยโสธร ส่วนแม่เป็นชาวเวียงจันทน์ นับถือศาสนานิกายโรมันคาทอลิกและเป็นต้นเสียงขับร้องเพลงในโบสถ์ และด้วยบทบาทในศาสนกิจของแม่นี่เองที่ทำให้เบญจมินทร์ซึมซับจดจำเป็นแม่แบบทางด้านศิลปการขับร้องตั้งแต่อายุได้ 3 ขวบ

ก่อนเข้าสู่วงการเพลงเป็นนักร้อง เบญจมินทร์เคยรับราชการตำรวจมาก่อน เป็นนักร้องรุ่นเดียวกันกับ เสน่ห์ โกมารชุน ชะลอ ไตรตรองสอน เนียน วิชิตนันท์ กุงกาดิน หรือนคร ถนอมทรัพย์ เสียงของเบญจมินทร์เป็นที่รู้จักและประทับใจแก่แฟนเพลงด้วยเพลง "ชายฝั่งโขง" ถือว่าเป็นผู้บุกเบิกโดยการนำเอาเพลงรำวงรำโทนมาบันทึกแผ่นเสียงออกจำหน่าย และได้หันมาแต่งเพลงรำวงอย่างเอาการเอางาน

ต้นฉบับรำวงแบบเบญจมินทร์ได้สร้างความประทับใจแก่แฟนเพลงในยุคนั้นยากที่คนอื่นจะตามทัน จนมีผู้ให้สมญานามว่าเป็น "ราชาเพลงรำวงของเมืองไทย" เบญจมินทร์ยังมีผลงานเพลงที่ออกแนวหวานอมตะ เป็นผู้เจียระนัยและป้อนเพลงหวานให้ "ทูล ทองใจ" นักร้องผู้ผูกขาดแนวเพลงหวานซึ้งของวงการลูกทุ่งเมืองไทย เช่น เพลงโปรดเถิดดวงใจ นวลปรางนางหอม ในฝัน เหนือฝัน เป็นต้น ที่ประพันธ์เองขับร้องเองจนได้รับความนิยม เช่น ไม่ใช่หัวตอ หนาวอารมณ์ ทูนหัวอย่าร้องไห้ ยอดรักพี่อยู่ไหน และสุดยอดเพลงรำวงที่โด่งดัง ได้รับความนิยมและนำมาร้องกันจนถึงในยุคปัจจุบัน คือ ผลงานเพลง "รำเต้ย" อันลือลั่น

จากการเข้ารับราชการในสงครามเกาหลีเป็นระยะเวลา 6 เดือน ทำให้เขาได้รับแรงบันดาลใจในการประพันธ์เพลงลูกทุ่งชุด "เพลงอารีดัง" เสียงครวญจากเกาหลี รักแท้จากหนุ่มไทย และเกาหลีแห่งความหลัง จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้น

benjamin 04

ชีวิตและผลงานของเบญจมินทร์ได้ผ่านวงการบันเทิงไทยมาทุกรูปแบบ โดยเริ่มจากการสร้างภาพยนตร์จนทำให้ "ภัทราวดี (ศรีไตรรัตน์) มีชูทน" นางเอกของเรื่องได้รับรางวัลตุ๊กตาทองจากเรื่อง "ไม่มีสวรรค์สำหรับคุณ" นอกจากนี้ยังได้แสดงภาพยนตร์ไทยหลายเรื่อง โดยได้รับบทเป็นพระเอกเช่นเรื่อง "เพื่อนตาย" ภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายในการแสดงคือ เรื่อง ทองพูน โคกโพ ราษฎรเต็มขั้น

การสร้างสรรค์ผลงานเพลงลูกทุ่งทั้งการขับร้องและประพันธ์ไว้เป็นอมตะมากมาย และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง เบญจมินทร์ เป็นผูมีอุปนิสัยซื่อตรง ไม่เสแสร้ง อันเป็นอุปนิสัยของคนอีสานอย่างแท้จริง เป็นผู้มีความซื่อสัตย์ต่อตนเองสูง มีความทะนงในความเป็นศิลปินพอๆ กับความเฉยเมยต่อความช่วยเหลือ แม้ขณะที่มีความทุกข์ยากลำบากจนแม้วาระสุดท้ายของชีวิต

benjamin 05

ปูชนียบุคคลชาวอีสานผู้เอกอุและอุดมหลากหลายในงานศิลป์ ท่านเป็นผู้บุกเบิกแผ้วถางทางให้ชาวอีสานรุ่นหลังได้มีที่ยืนในวงการเพลงบ้านเรา จากการทำงานหนักมาตลอดชีวิต และแล้วในวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2537 ราชาเพลงรำวงผู้ยิ่งใหญ่ก็ได้ลาจากโลกนี้ไปด้วยอาการหัวใจล้มเหลว

 

 

redline

backled1

 

Loading...

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1