foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
ช่วงนี้ เศร้า หดหู่ วิตกกังวล สมองไม่แล่นจนไม่อยากเขียนบทความใดๆ เลยครับ สถานการณ์โรคระบาดจากพยาธิโควิดครั้งนี้รุนแรงมาก คนติดกันเยอะ ตายกันแยะเป็นใบไม้ร่วง แต่ก็ยังมีพวกที่เอาแต่สนุก เย้วๆ ไม่กลัวตาย ไม่กลัวการระบาด ไปมั่วสุมทั้งในแหล่งการพนัน โบก ไพ่ ไฮโล สนุกเกอร์ ตลอดจนการกินดื่มร่วมกันแบบไม่ระวังตัว จนระบาดกลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ สงสารคนเฒ่าคนแก่อยู่บ้านที่พลอยติดไปกับลูกหลานขี้ดื้อหลายเด้อพี่น้อง เป็นตาซังแท้สู 🙏🙏🙏😁

: Our Sponsor ::

adv200x300 2

No. of Page View

paya supasit

ju juใจบ่โสดาด้วยเว้าแม่นกะเป็นผิด ใจบ่โสดาดอมเว้าดีกะเป็นฮ้าย

        ## แม้นไม่สบอารมณแล้วจะพูดอย่างไรก็ไม่มีทางถูกใจได้ @รักกันไว้เถิด ##

isan thai words

ภาษาพูดของผู้คนในภาคอีสานนั้นมีหลายสำเนียงที่แตกต่างกันไป ไม่มี "ภาษาอีสาน" นะครับ มีแต่เป็นภาษาพูดดั้งเดิมของชนเผ่าต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้ซึ่งมีหลายกลุ่มชาติพันธุ์ [ เรื่องที่เกี่ยวข้อง : ชาติพันธุ์ชนเผ่าไทยในอีสาน ] ดังนั้น เมื่อท่านเดินทางไปท่องเที่ยวอีสาน ท่านจะได้ฟังสำเนียงเสียงพูดที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละจังหวัด คำที่เสนอในที่นี่รวบรวมมาจากที่กระผมอาวทิดหมู มักหม่วน ได้ตอบไว้ใน Facebook Fanpage มาแล้วแต่ค้นหาย้อนหลังยาก ท่านเว็บมาดเซ่อเลยขอร้องแกมบังคับให้นำมารวบรวมไว้ที่นี่อีกครั้งหนึ่ง แฟนนานุแฟนที่ต้องการทราบความหมายของคำ หรือประโยคใดก็สอบถามเพิ่มเติมมาได้นะขอรับ ยินดีนำมาตอบให้ทราบทั้งในเว็บไซต์และเฟซบุ๊คต่อไป

หน้าที่ : 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13

redline

คำที่น่าสนใจนำมาเสนอในวันนี้คือ...

แล้ง-ฮน-อนธการ-นางสังขาร-โจก-ป่อง-ปล่องเอี้ยม

แล้ง

ภาษาอีสานวันละคำ มื้อนี้เสนอคำว่า "แล้ง"

บ่มีไผถามดอกคำนี้ แต่อากาศกระท่อมฮิมมูลของอ้ายทิดหมู (ณ เวลาที่เขียน) นั่นมันฮ้อนฮนหลาย ภาษาลาว ຮ້ອນ (ฮ้อน) ลมพัดมากะมีแต่ไอแดดฮ้อน ย้อนว่าเป็นยามแล้งละเนาะ

แล้ง ว. แห้ง ไม่มี เปล่า นอนไม่มีคู่เคียง เรียก นอนแล้ง อย่างว่า ภูวนาถท้าวเนาแล้งต่างแลง (ฮุ่ง) ข้าวขาดแลง แกงขาดหม้อ เรียก อยู่แล้ง อย่างว่า พี่ก็อดอยู่แล้งลืมเข้าขาดแลง (ฮุ่ง) ฤดูที่ฝนไม่ตกเรียก ระดูแล้ง ยามแล้ง ก็ว่า. dry, parched, lacking, bereft.

ฮ้อนฮน ก. ร้อนรน ทุรนทุราย ฮ้อนฮน อนธการ ก็ว่า อย่างว่า เยียวจักอนธการฮ้อนฮนแถมเถิงเดือด (สังข์) เมื่อนั้นราชาฮ้อนฮนกระหายแสนแสบ (กา). to be impatient, zealous, passionate, restless.

ฮนฮ้อน ก. ร้อนรน อย่างว่า ชาวเมืองมวลป่วงวินฮนฮ้อน (กา). to be fervent, zealous, anxious.

laeng

เว้าละกะสิไปโตนน้ำมูลคลายฮ้อนก่อนซั่นแหล่ว ทนบ่ไหวแล้ว

ฮน

ภาษาอีสานวันละคำ มื้อนี้ขอเสนอคำว่า "ฮน"

อากาศฮ้อนๆ จั่งซี้กะสิได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่จ่มออกมาว่า "โอย... คือมา ฮ้อนฮน อนธการ แท้น้อ" ฮ้อน คือ ร้อน พอเข้าใจ แต่ "ฮน" นี่แม่นหยังน้อ? อาวทิดหมูเอามาไขให้ฮู้กันครับ

hon hon 2
ฮ้อนหลายแท้น้อ ยิงให้ดับสะบ้อหือ?

ฮน ก. ดิ้นรน กระวนกระวาย อย่างว่า ฝูงบ่าวย้องพวงเพธมาลา ตาไซซอนเสียดสาวสงวนชู้จอมเมืองเจ้าใจฮนฮักไพร่ สนุกอยู่หลิ้นไพรกว้างม่วนระงม (สังข์) เค็งเค็งฮ้อนฮนตายเต็มแผ่น (กาไก). to struggle to do, writhe, be anxious.

ฮนเฮ ก. กระสับกระส่าย ทุรนทุราย อย่างว่า คื่นคื่นก้องกงแม่สมุทรหลวง ชาวนาคาตื่นเฮฮนย้าน พระก็กลัวตายแท้มีขืนขัดอยู่ เลยเล่าเตินแต่งพร้อมพงศ์เชื้อป่าวไป (สังข์). to be restless, agitated.

อนธการ น. ความมืด ความมืดมัว ความมืดมน เวลาค่ำ ความเขลา อันธการ ก็ว่า (ป.). darkness, lack of or low visibility, nighttime, ignorance, stupidity.

hon hon 1

ภาษาอีสานเฮานี้เว้าแล้วแจ้งจ่างป่าง เห็นภาพเลยว่าเป็นจั่งใด๋ อากาศฮ้อนกะขอให้ฮ้อนแต่กาย ใจอย่าฮ้อนตามครับ เดี๋ยวสิมีเรื่องราวบ่ดีเกิดขึ้น เดือดร้อนกันไปเบิด ไปโตนน้ำมูลเล่นแบบอาวทิดหมูเลาดีกว่า หากินในน้ำพุ้นหล่ะ บ่ได้ปลากะได้เย็นซั่นดอกวา

นางสังขาร

ภาษาอีสานวันละคำ มื้อนี้ขอเสนอคำว่า "นางสังขาร"

sang kan2

หยุดไปหลบลมฮ้อน ไปอยู่บ่อนใด๋กะบ่ม้มครับ ฮ้อน ไหม้ คือกันสู่บ่อน ตอนเช้าเปิดอีแมว โอ๊ะ อีเมล์ จดหมายน้อยจากสาวบ้านต้อง (จักแม่นจังหวัดใด๋เพิ่นบ่บอกมา) ถามว่า "ไปเที่ยวทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาวมา เขามีการแห่ 'นางสังขาร' แม่นอันเดียวกับ 'นางสงกรานต์' บ้านเฮาบ่ อาวทิดหมู บอกนางแหน่"

สังขานต์ น. สงกรานต์ นักขัตฤกษ์ขึ้นปีใหม่ วันขึ้นปีใหม่โบราณนับเอาวันขึ้นหนึ่งคำเดือน ๕ เรียก วันสังกาศสังขานต์ คือวันขึ้นปีใหม่นั่นเอง อย่างว่า ฮื่นฮื่นข้าหลายส่ำโยธา เพ็งสมภารทั่วดินแดนฟ้า เถิงเมื่อสังขานต์ขึ้นระดูปีฟ้าใหม่ เมื่อใดทุกประเทศท้าวมาเต้าซู่เมือง (ฮุ่ง). Thai New Year (traditionally was first day of fifth lunar month).

สงกรานต์ น. โบราณถือเดือน ๕ เป็นวันขึ้นปีใหม่ เดือน ๕ อากาศร้อนจัด โบราณจึงให้มีพิธีสงกรานต์ รดน้ำเมื่อเทศกาลเดือน ๕ มาถึง นับตั้งแต่วันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๕ ถึงวันเพ็ญเดือน ๖ ชาวอีสานจะนำน้ำอบน้ำหอมไปสรงพระพุทธรูปที่ทางวัดจัดให้ สรงพระสงฆ์ สรงผู้เฒ่าผู้แก่ สรงแข้วเขานองา ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องค้ำของคูณ และมีการสรงน้ำกันพอเป็นพิธี. Thai New Year.

sang kan

ตอบได้เลยว่า แม่นอันเดียวกันครับ แต่ตามรูปศัพท์ภาษาไทยเฮาเขียน "สังขานต์" ส่วนทางฝั่งลาวเขียนเป็น นางสังขาร, นางสังขาน (เลียนเสียง) แต่อักษรลาวจะเป็น ນາງສັງຂານ ความหมายเดียวกันข้างต้นนั่นเอง ประเพณีสงกรานต์นี่เป็นวัฒนธรรมร่วมแห่งอุษาคเนย์ ประเทศใกล้เคียงบ้านเฮาทั้งเขมร พม่า เวียดนามก็มีเหมือนกัน เพราะสภาพภูมิอากาศคล้ายคลึงกัน แต่บางประเทศใช้ "ผงสี" มาสาดกันแทนน้ำ เพราะแล้งขาดน้ำอย่างประเทศอินเดีย เป็นต้น 😍🥰😘 [ อ่านความรู้เพิ่มเติม : ตำนานนางสงกรานต์ทั้งเจ็ด ]

มืดซุ้มล้าว

ภาษาอีสานวันละคำ มื้อนี้ขอเสนอว่า "มืดซุ้มล้าว"

ได้รับข้อความถามมาทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คว่า "ได้ยินยายบอกหลานว่า 'สูกะสิมาเล่นกันอีหยังแท้ มันมืดซุ้มล้าวแล้ว ไปหาส่อยอีแม่เฮ็ดแนวอยากแนวกินพุ้นเป็นหยัง?' คำว่า 'มืดซุ้มล้าว' มันคืออีหยังอาวทิดหมูบอกน้องแหน่?"

ภาษาอีสานค่อนข้างเก่าอยู่ ในปัจจุบันเอาคำทางภาษากลางมาใช้แทนจนแทบจะไม่ได้ยินกันอีกแล้ว "มืดซุ้มล้าว" มาจากคำ 2 คำ คือ

มืด ว. ไม่มีแสงสว่าง มองไม่เห็น เช่น เวลาพลบค่ำ เรียก มืดซุ้มล้าว มืดจนมองไม่เห็นเรียก มืดอื้อตื้อ อย่างว่า มืดอื้อตื้อคือฟ้าเง่าฝน (กาไก). dark.

ซุ้มล้าว น. เวลาช่วงโพล้เพล้ ใกล้มืด ใกล้สว่าง เช่น เวลาพลบค่ำ พระอาทิตย์จะตกดินเรียก มืดซุ้มลาว เวลาจวนสว่างก็เรียก มืดซุ้มล้าว อย่างว่า มืดซุ้มล้าวพอไก่ลงลก (น.). nightfall, dawn.

soom lao

จากคำพูดของยายข้างต้นจึงแปลความได้ว่า "พวกแกจะมาเล่นอะไรตอนนี้ มันค่ำมืดแล้วไปช่วยแม่ทำกับข้าวกับปลา ไป" ตามนี้แหละน้องเอย

โจก

ภาษาอีสานวันละคำ มื้อนี้ขอเสนอคำว่า "โจก"

มื้อนี้ได้รับคำถามมาจากลูกหลานเกิดใหม่ใหญ่ลุนส่งอีแมว เอ้ย! อีเมล์มาถามอาวทิดหมูว่า "ตอนปลายเดือนพฤศจิกายนกลับบ้านไปเอาบุญกฐินทางบ้านปู่-ย่า ไปถึงวัดพ่อบอกให้ไปประเคนน้ำถวายญาท่าน (ปู่) เพิ่นเมตตาลูกหลานเลยบอกว่า 'ไปเอา "โจก" อยู่ทางตู้ข้างศาลาโรงโรงธรรมออกมาเพิ่มแหน่ไป สิได้กินน้ำกินในครบสู่คน' อยากให้อาวทิดหมูอธิบายแหน่ว่า 'โจก' คืออีหยังครับ พอดีมื้อนั้นผมบ่ทันได้ลุกไป ทางผู้ใหญ่บ้านเพิ่นบอกว่า เอาออกมาใช้เบิดแล้ว"

คำว่า "โจก" ในภาษาอีสานบ้านเฮานั้นมีหลายความหมายดังนี้

โจก น. ชื่อปลาเกล็ดชนิดหนึ่ง คล้ายปลาจอกแต่ตัวใหญ่กว่า เรียก ปลาโจก. type of scaly freshwater fish.

โจก น. หัวหน้า คนผู้เป็นหัวหน้าเรียก โจก หัวโจก ก็ว่า อย่างว่า แต่นั้นออระม่อยหน้าแมนโจกชมคดี ยอมือทูลเหนือหัวกล่าวทางทุกค้าย (ฮุ่ง). leader.

โจก น. แก้วน้ำ กระบอกสำหรับใส่น้ำเรียก โจก ทำด้วยไม้ไผ่เรียก โจกไม้ไผ่ ทำด้วยแก้วเรียก โจกแก้ว จะใช้ตักน้ำหรือตักเหล้ากินก็ได้. cup, glass.

โจก ว. ทีหลัง หลังสุด ล่าสุด ใช้สำหรับเล่นการพนัน คนผู้มีสิทธิ์เล่นคนสุดท้ายเรียก โจก. last, most recent.

joke

จากที่ถามมา ดูในรูปประโยคแล้ว "โจก" ในความหมายที่ญาท่านเพิ่นกล่าวถึงนั้น หมายถึง "แก้วน้ำ" นั่นเอง ให้เอาใส่น้ำจะได้แจกจ่ายดื่มกันได้ทั่วถึง

เรื่องของ โจก จอก แก้ว นี่ความหมายทางอีสานบ้านเฮาคืออันเดียวกัน สิ่งเดียวกันเป็นภาชนะใส่น้ำ แต่ถ้าไปเที่ยวทางฝั่ง สปป.ลาว ต้องใช้ให้ถูกต้อง เพราะมีความหมายเฉพาะเจาะจงแตกต่างกันไปดังนี้

"เอาเบียร์มาจัก 3 แก้วแหน่" เมาแน่นอนเพราะในความหมายนี้ พนักงานเสิร์ฟจะนำเบียร์มาให้ท่านถึง 3 ขวด ถ้าไปกัน 3 คนจะดื่มเบียร์กันคนละแก้วต้องบอกน้องพนักงานว่า "น้องหล้า เอาเบียร์มาให้อ้ายเบิ่ง 3 จอกเด้อ" ท่านจะได้มา 3 แก้วสำหรับดื่มกันคนละแก้วนะขอรับ คนลาวเวลาเชิญชวนยกแก้วดื่มเป็นเกียรติจึงได้กล่าวว่า "มาตำจอกกัน" นั่นเอง

 tam jog

ป่อง

ภาษาอีสานวันละคำ มื้อนี้เสนอคำว่า "ป่อง"

ได้รับข้อความมาทาง Inbox ทักท้วงมาจากการโพสท์ใน Facebook Fanpage ก่อนหน้าว่า "เว้าบ่ป่อง" ไม่น่าจะตรงกับคำแปลที่ผมบอกว่า "พูดไม่คิด" ก็เลยขอมาสรุปให้ฟังเข้าใจตรงกันดังนี้

ป๋อง น. รู แผ่นพื้นไม้มีรู เรียก ป่อง หรือ รู ไม้ที่ไม่มีโกน (โพรง) ข้างใน ได้แก่ พวกไม้ไผ่เรียก ไม้ป่อง. hollow (of wood like bamboo).

เว้า ว. พูด พูดเรียก เว้า พูดด้วยเรียก เว้านำ อย่างว่า เว้านำหมาหมาเลียปาก เว้านำสากสากวัดหัว (ภาษิต) พูดเกี้ยวพาราสี เรียก เว้าชู้ พูดไพเราะเรียก เว้าม่วน พูดหยาบเรียก เว้าเพอะ พูดประจบประแจงเรียก ปากเกลี้ยง อย่างว่า ปากเกลี้ยงเว้าเป็น หีเหม็นเว้าม่วน (ภาษิต). to talk.

เว้าบ่ป่อง

ดังนั้นเมื่อนำเอาคำว่า เว้า+บ่+ป่อง มารวมกันจึงมีความหมายตรงๆ คือ พูดไม่ตรง(ประเด็น) พอดูในเนื้อหาของเพลงตามมิวสิกวีดิโอ ก็หมายถึง พูดไม่คิด (หน้าคิดหลัง) ว่าตัวเองเคยทำอะไรไว้ก่อนหน้า ยังจะมีหน้ามาขอคืนดี ตามนี้นะครับ ขอบคุณที่สอบถามเข้ามา คนอื่นๆ จะได้เข้าใจตรงกันครับ

ปล่องเอี้ยม

ภาษาอีสานวันละคำ มื้อนี้ขอเสนอคำว่า "ปล่องเอี้ยม"

ได้รับจดหมายก้อมจากผู้สาวน้อยรุ่นใหม่ พ่อแม่พาไปอยู่ไทดน กลับมายามบ้านแล้วถูกย่าดุในตอนเช้าวันหนึ่งว่า "อีหล้าเอย เป็นสาวเป็นนางแล้ว สิแต่งเนื้อแต่งโตในห้องหับ กะ 'อัดป่องเอี่ยม' แหน่ อายผู้อายคนเขา" อาวทิดหมูนางบ่ฮู้จัก "ป่องเอี้ยม" บอกนางแหน่สิได้เฮ็ดให้ถืกใจย่า

ป่อง น. ไม่มีโกน (โพรง) ข้างใน ได้แก่ พวกไม้ไผ่เรียก ไม้ป่อง. hollow (of wood like bamboo).

ปล่อง น. ช่องทะลุเรียก ปล่อง เช่น ปล่องเฮือน ปล่องชาน ปล่องเอี้ยม. opening, doorway, window.

ปล่องเอี้ยม น. หน้าต่าง หน้าต่างเรียก ปล่องเอี้ยม ปล่องลม ก็ว่า อย่างว่า ภายในเจาะปล่องลมเลียงไว้ (กา) แม่เถ้าเอยลูกเขยมาแล้ว ไขปล่องเอี้ยมเยี้ยมเบิ่งลูกเขย (บ.). window.

เยี้ยม น. หน้าต่าง หน้าต่างเรียก ปล่องเยี้ยม ปล่องเอี้ยม ก็ว่า. window.

"ป่องเอี้ยม" ที่นางหล้าถามมาoyho น่าจะเพี้ยนไปตามสำเนียงของแต่ละถิ่นที่ครับ ความหมายเดียวกันกับคำว่า "ปล่องเอี้ยม" ที่ปรากฏใน "สารานุกรมอีสาน-ไทย-อังกฤษ" ของคุณพ่อ ปรีชา พิณทอง ที่นำมาบอกกล่าวข้างบน

ความหมายที่ย่าบอกน้องหล้า ก็คือ "นางหนูโตเป็นสาวแล้ว เวลาแต่งเนื้อแต่งตัวในห้องหับก็ให้ปิดประตู-หน้าต่าง อย่าให้ไอ้หนุ่มหน้าไหนมาแอบมอง" นั่นเอง

มาที่คำว่า "ป่อง" ก็คือ รู ที่มองลอดทะลุได้ อย่างแผ่นกระดานที่มีรูก็เรียกว่า "แป้นมีป่อง" ในสมัยโบราณนั้นการสร้างบ้านเรือนยังไม่มีเทคโนโลยีทันสมัยอย่างปัจจุบัน จึงไม่ได้มีการทำบานหน้าต่างบานเปิดปิดได้อย่างปัจจุบัน มีเพียงการเจาะช่องเล็กๆ พอที่จะส่องออกมาดูภายนอกเพื่อระแวดระวังภัยเท่านั้น จึงเรียกว่า "ปล่องเอี้ยม" หรือ "ป่องเอี้ยม" นั่นแล แม้ใน "สิม" หรือ "โบสถ์" ในวัดวาอารามก็เช่นกัน เจาะช่องเพื่อระบายอากาศ ให้เป็นช่องแสงเท่านั้นเอง

 plong iam

 

หน้าที่ : 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13

redline

backled1

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1

นโยบายความเป็นส่วนตัว Our Policy

ยินดีต้อนรับสู่ประตูอีสานบ้านเฮา เว็บไซต์ของเรา ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)