foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
บ่ทันพอได๋หันใจถิ่มกะฮอดปลายปีแล้วเด้อพี่น้อง ทั้งบักพยาธิโควิด-19 ที่บ่ทันจางไป แถวบ้านอาวทิดหมูยังติดอันดับ 10 ของประเทศอยู่เลย หลังจากหมดพายุฟ้าฝนผ่านไปแล้ว ตอนนี้กะฮอดยามหนาววอยๆ มาอีกปี นอนผู้เดียวเปลี่ยวอุราคือเก่า สาวๆ สำใหญ่ส่ำน้อยเพิ่นกะแนมกายอาวทิดหมูคนผู้ฮ้ายไปเบิด แม่ฮ้างแม่หม้ายเพิ่นกะว่าแต่ผู้ข้าสิตั๋วสิต้ม กะเลยบ่ชายตามาหา กะคือสิได้นอนหนาวกอดผ้าห่มอยู่กระท่อมน้อยฮิมมูล หาปูปลาเลี้ยงปากเจ้าของผู้เดียวนี่หล่ะ สู้ๆๆ ต่อไปเด้ออาว!

: Our Sponsor ::

adv200x300 2

: Facebook Likebox ::

: Administrator ::

mail webmaster

: My Web Site ::

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75

No. of Page View

paya supasit

ju juทุกข์บ่มีเสื้อผ้า ฝาเฮือนเพกะพออยู่ ทุกข์บ่มีข้าวอยู่ท้อง นอนลี้อยู่บ่เป็น

        ## ความทุกข์เพราะขาดแคลนเสื้อผ้าที่อาศัยพอทนได้ แต่ท้องกิ่วนี่นอนหลับไม่ได้จริงๆ @ความจนทนไม่ไหว ##

song word

ารเรียนรู้ภาษาอีสานจากเพลง น่าจะเป็นหนทางที่ผู้เรียนจะเข้าใจได้ง่ายกว่า เพราะได้ยินสำเนียงเสียงอีสานจากนักร้อง บางเพลงก็ยังเรียนรู้ความหมายของคำได้ จากละครในมิวสิกวีดิโอได้อีกด้วย ตามคำขอครับสำหรับแฟนๆ ที่ชอบเพลงอีสานแต่ฟังแล้วเข้าใจความหมายได้ไม่หมด ก็ทำให้ความรู้สึกซาบซึ้งในดนตรีนั้นลดน้อยลง อยากจะทราบเนื้อหาเพลงใด ของนักร้องคนใด ก็บอกกันมาครับ ส่งอีเมล์ไปที่ webmaster (@) isangate.com จะได้นำมาเสนอเป็นลำดับต่อไป ขอแจ้งให้ทราบว่า ผู้จัดทำไม่ได้มีความต้องการโปรโมทเพลงนักร้องคนใด ค่ายใดทั้งสิ้น เพลงที่ถูกคัดเลือกมานำเสนอ จะต้องมีภาษาอีสานแทรกอยู่จำนวนหนึ่ง ที่แฟนเพลงบางท่านอาจไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง ฟังแล้วม่วนแต่บ่เข้าใจ จึงจะได้รับการคัดเลือกมาลงในหน้านี้ครับ

 

อีสานเอ้ย

คำร้อง/ทำนอง : ปรีชา ปัดภัย 
ขับร้อง : ปรีชา ปัดภัย Ft. เกมส์ จุลโหราฬ 
เรียบเรียง : ออนบอร์ดสตูดิโอ 

 

                              (เกมส์) โอ้... อีสานเอ้ย
                 
ตกเข้าเดือนสี่ก็เห็นแต่สายลมแล้ง ฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงมอดไม้ใบหญ้า
                 
ต้นเล็กต้นน้อยก็เหี่ยวเฉารอตาย
  อันวาระสุดท้ายของสรรพชีวิต

                              เป็นลิขิตจากฟ้าประทานมาแต่ดน ในหมู่เฮาสู้ซนอยู่บนพื้นดินผาก
                  ตั้งรกรากสืบสานเป็นคนที่ราบสูง แต่จิตใจบ่ใฝ่สูงใช้ชีวิตติดดิน

                              หากินตามประสาที่มูนมังพ่อแม่สร้าง กลืนน้ำตามนา กินหัวมันต่างเข้า
                 จื่อเอาไว้เด้อเจ้า อย่าลืมไลชาติเกิด อย่าลืมถิ่นกำเนิดว่าเป็นลูกอีสาน

                              โอ้ คิดฮอดเจ้าเด้ ลูกหลานเอ้ย

                              ลืมแล้วบ้อ เดิ่นขี้ดิน ใต้ตาล่างเจ้าเคยขวั้น เล่นเฮือนน้อยกับหมู่ อยู่แซวๆ แต่คราวก่อน
                 ปั้นข้าวน้อยบ่ายเกลือใส่มือเจ้าน้ำตาไหล มีตับเป็ดตับไก่กินซะเด้อลูกหล่า
                 ได้กบมาโตนึงสองพร้าตัดปิ้งให้เจ้า หันหวนมาถิ่นเก่า เอิ้นขวัญเจ้า
                  เจ้าอยู่ไส ลูกเอ้ย...

                 (ปรีชา)  ลืมแล้วบ่ เดิ่นขี้ดิน ใต้ตาล่างเจ้าเคยขวั้น เล่นเฮือนน้อยกับหมู่ อยู่แซวๆ แต่คราวก่อน
                  ปั้นข้าวน้อยบ่ายเกลือใส่มือเจ้าน้ำตาไหล มีตับเป็ดตับไก่กินซะเด้อลูกหล่า
                  ได้กบมาโตนึงสองพร้าตัดปิ้งให้เจ้า หันหวนมาถิ่นเก่า เอิ้นขวัญเจ้า
                  เจ้าอยู่ไส ลูกเอ้ย คำแพง

                             เดี๋ยวนี้เหลือแต่เฮือนฮ้างให้ผู้เฒ่าเฝ้าแก่ว เป้าเปลี่ยนไปเบิ่ดแล้วบ่มีผู้มาสืบสาน
                  อีสานยังถ่าเจ้ามาปัดเป่าให้ฮุ่งเฮือง ออกจากเมืองกลับมาก่อน คิดฮอดเด้
                  คิดฮอดหลาย อีสานเอ้ย

                  อีสานเอ้ย อีสานเอ้ย...

 

มีคำภาษาอีสานที่น่าสนใจดังนี้

ดน = นาน (เวลา)
ผาก = แห้งผาก
จื่อ = จำ, จดจำให้ฝังใจ
คิดฮอด = คิดถึง, คนึงหา
ใต้ตาล่าง = ใต้ถุนบ้าน
เฮือนฮ้าง = เรือนร้าง
บ่ = ไม่
หมู่เฮา = พวกเรา
มูนมัง = ทรัพย์สิน (ภูมิปัญญา)
เด้อเจ้า = นะเจ้า
แล้วบ้อ = แล้วหรือ
เฮือนน้อย = เล่นตามประสาเด็ก
เฝ้าแก่ว = เฝ้าคอยไร้ความหวัง
ถ่าเจ้า = รอคอยเจ้า
สู้ซน = สู้ไม่ถอย
ต่างเข้า = (ทด)แทนข้าว
ลืมไล = ลืมเลือน, ไม่คิดถึง
เดิ่นขี้ดิน = ลานดิน
บ่ายเกลือ = โรยเกลือ
เบิ่ดแล้ว = หมดแล้ว
ฮุ่งเฮือง = รุ่งเรือง

 

 

เพลง "อีสานเอ้ย" โดย ปรีชา ปัดภัย เขียนเนื้อร้องและทำนอง มี เกมส์ จุลโหราฬ มาร่วมร้องขับขาน ด้วยท่วงทำนองที่ทำเอาคนอีสานหลายคนคิดถึงบ้านอย่างแรง

เพลงนี้สะทอนชีวิตชาวอีสานในยุคปัจจุบัน ที่หนุ่มสาวหนีออกจากบ้านไปขายแรงงานในเมืองใหญ่ ด้วยสภาพความแห้งแล้งที่เนิ่นนานมาหลายปี ทอดทิ้งให้พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย คนแก่ชราทั้งหลายเฝ้าคอยอยู่บ้าน ก็ได้แต่คิดถึงลูกหลานสะท้อนออกมาเป็นการคิดคำนึงถึงความแร้นแค้น ยามลมแล้งเดือนเมษายนพัดผ่านมา เห็นแต่ใบไม้เหี่ยวเฉา นึกถึงการต่อสู้ชีวิตในอดีตที่เลี้ยงลูกหลานด้วยหัวเผือกหัวมันแทนข้าว มีเสียงลูกหลานแซวๆ อยู่ใต้ถุนบ้าน ที่วันนี้เลือนหายไป พอโควิด-19 อย่างนี้ ถ้าลูกหลานอยู่ในเมืองแล้วลำบากก็ขอให้กลับมาบ้าน เพื่อสืบสานมรดกพ่อแม่ที่บ้านของเราเถิด คิดถึงนะลูกเอ้ย

isan eay

redline

backled1

 

Loading...

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1

นโยบายความเป็นส่วนตัว Our Policy

ยินดีต้อนรับสู่ประตูอีสานบ้านเฮา เว็บไซต์ของเรา ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)