foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
คงคลายความกังวลไปได้ในระดับหนึ่ง จากการระบาดของโควิด-19 จนทางรัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ในการป้องกันโรคไปเป็นระยะที่ 5 แล้ว ที่สามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ทางด้านเศรษฐกิจได้ผ่อนคลายมากขึ้น สามารถเดินทางข้ามจังหวัดไปเยี่ยมยามถามข่าวญาติมิตรได้ทั่วไทย รวมทั้งการเดินทางไปท่องเที่ยวในเมืองไทยเฮา เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจไทยได้ฟื้นตัว การงานมีเพิ่มขึ้น แม้จะไม่เท่าเดิมแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง ขอให้พ่อ-แม่พี่น้องสุขซำบายดีเด้อครับ

: Our Sponsor ::

adv200x300 2

: Facebook Likebox ::

: Administrator ::

mail webmaster

: My Web Site ::

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75

: Number of Page View ::

08889915
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
2500
9056
11556
7750895
97626
280300
8889915

Your IP: 34.200.222.93
2020-08-11 09:09
paya supasit

ju juความตายนี้แขวนคอทุกบาดย่าง ไผก็แขวนอ้อนต้อน เสมอด้ามดังเดียว

        ## ความตาย ติดตามเหมือนเงาตามตัว ไม่มีผู้ใดหลุดพ้นได้ดอกพ่อเอย @โควิด-19 ##

art local people

นักเรียบเรียงเสียงประสาน ผู้สร้างสรรค์แนวทางดนตรีพื้นบ้านอีสานให้ปรากฏต่อสาธารณชน ด้วยการประยุกต์เอาเครื่องดนตรีอีสานที่เป็นเอกลักษณ์ อย่างเช่น พิณ ซอ ให้มีกลิ่นไอของเพลงลูกทุ่งอีสานปรากฎในดนตรียุคปัจจุบันจนเป็นที่ยอมรับในฝีมือ

หนุ่ม ภูไท (ดนตรีพื้นบ้าน พิณ)

noom puthai 01หนุ่ม ภูไท

ถ้าเอ่ยถึง นายเรวัฒน์ สายันเกณะ อาจจะมีคนรู้จักน้อยไปนิด แต่ถ้าเอ่ยถึงชื่อ “หนุ่ม ภูไท” แล้ว ในวงการเพลงลูกทุ่งต้องรู้จักกันดีว่า เป็นหนึ่งใน "ตำนานมือพิณ" และนักเรียบเรียงเสียงประสานดนตรีลูกทุ่ง ที่มีเอกลักษณ์และกลิ่นไอของลูกทุ่งอีสานชนิดไม่ต้องบอกกล่าวว่า "นี่คือดนตรีอีสาน" อย่างแน่นอน

หนุ่ม ภูไท เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2491 ที่บ้านหนองห้าง ตำบลหนองห้าง อำเภอบัวขาว คือ อำเภอกุฉินารายน์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ในปัจจุบัน เป็นลูกชาวนา คนที่ 4 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 5 คน เมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ไปบวชเป็นสามเณรอยู่ 2 ปี ครั้งเป็นเด็กมีความหลงใหลในดนตรีพื้นบ้านอีสานทุกประเภท รวมถึงพิณที่เป็นเครื่องดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวในเวลาต่อมา

โดยมีแรงบัลดาลใจจากพี่ชายที่เป็นนักดนตรีมือพิณ ทั้งจากการเรียนโดยตรงจากพี่ชาย และจากปู่ที่เป็นหมอแคน ศึกษาแบบครูพักลักจำในการดีดพิณจากคนเล่นพิณในพิธีการ "รำเลี้ยงผีฟ้า" ของชาวผู้ไท ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญมาเป็นลำดับ ได้รับเล่นตามงานต่างๆ ทั้งได้เงินและไม่ได้เงิน เพื่อเป็นการหาประสบการณ์ สนใจดนตรีพื้นเมืองจากการชมแสดงหมอลำเพลิน ได้พบการเล่นกีตาร์ที่มีสายมากกว่าพิณ (พิณยุคนั้นมีแค่ 2 สาย กีตาร์มี 6 สาย) มีความอยากได้มาก จึงเอ่ยขอเงินจากพี่เขยเพื่อจะไปซื้อกีตาร์ พี่เขยบอกไม่มีเงินเพียงพอต้องมาช่วยกันทำไร่ปอ เพื่อนำปอไปขาย ได้เงินไปซื้อกีตาร์ตัวแรกด้วยการเดินทางไปซื้อที่กรุงเทพฯ กับคณะรำวงในหมู่บ้าน ที่เขาไปหาซื้อเครื่องดนตรีที่เวิ้งนครเขษม ในราคา 1,540 บาท (แพงมากในสมัยนั้น)

ต่อมาได้เข้าเป็นสมาชิกคณะรำวง “คณะดอกฟ้าเพชรภูไท” (ที่ติดตามไปซื้อเครื่องดนตรี) ได้ค่าตัวในการดีดพิณคืนละ 15 บาท เมื่อเล่นกีตาร์เป็นทางวงเลยเพิ่มค่าตัวให้เป็นคืนละ 25 บาท (เล่นจาก 2 ทุ่มถึงตี 2) ด้วยความรักในเสียงดนตรี จึงออกเดินทางแสวงหาความรู้เพิ่มเติม โดยในช่วงแรกได้ไปใช่ชีวิตเล่นดนตรีอยู่ที่เวียงจันทน์ ประเทศลาวเป็นเวลา 2 ปี หลังจากนั้นได้เดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร ในระหว่างที่หาประสบการณ์เล่นดนตรีที่ต่างๆ ก็ได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในด้านดนตรีไปด้วย ได้มีโอกาสเล่นดนตรีในห้องอาหาร (แทนนักดนตรีที่ลาออกไป) ได้เงินเดือนครั้งแรกเดือนละ 1,500 บาท

noom puthai 02

จนได้มีโอกาสพบและทำเพลงร่วมกับ สรเพชร ภิญโญ ในชุดแรกๆ เป็นหมอลำ ที่ ห้องบันทึกเสียงคิงส์ซาวด์ และต่อมาได้ทำดนตรีชุด "ศัณสนีย์หนีช้ำ" ขับร้องโดย น้องนุช ดวงชีวัน-สรเพชร ภิญโญ และถึงชุดที่ 3 กับบทเพลงที่เป็นรู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมืองคือชุด “หนุ่มนาข้าว สาวนาเกลือ” ซึ่งในสมัยนั้นได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงอย่างท่วมท้น ดังระเบิดระเบ้อทั่วบ้านทั่วเมือง และได้ชื่อ "หนุ่ม ภูไท" จากคุณครูอำนวย ปากเป็ด หลังจากดังในการเรียบเรียงดนตรีชุดนี้

noom puthai 06

หลังจากนั้นได้เข้ามาเป็นผู้ผู้อยู่เบื้องหลังการทำดนตรีในห้องบันทึกเสียง สำหรับศิลปินดังหลายท่านที่ต้องการนำเครื่องดนตรีอีสานมาใช้ประกอบ หลายบทเพลงที่โด่งดังในอดีตก็มาจากฝีมือของ หนุ่ม ภูไท นี้เอง จนมีผู้รู้จักชื่อเสียง หนุ่ม ภูไท ในฐานะผู้ทำดนตรีมือหนึ่งของภาคอีสาน ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะแตกต่างจากในอดีต ด้วยการสอดแทรกเสียงของเครื่องดนตรีอีสานเข้ามาในบทบาทเพลงลูกทุ่ง เช่น แคน พิณ โปงลาง โดยเฉพาะพิณ ที่ท่านถนัด ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากศิลปินอีสานมากที่สุดคนหนึ่งในยุคสมัยนั้น โดยเฉพาะเสียงเพลงใน ชุดอมตะเงินล้าน โดย หยาด นภาลัย เช่นเพลง โนรี, กุหลาบเวียงพิงค์ จะได้ยินผลงานของ หนุ่ม ภูไท ได้ชัดเจน

noom puthai 03

เพลง "เอียงแก้มคอย" ของ น้ำอ้อย พุ่มสุข เพลง "น้ำตาหล่นบนที่นอน" ให้ ฮันนี่ ศรีอีสาน เพลง "โบว์รักสีดำ" ให้ ศิริพร อำไพพงษ์ และหลายๆ เพลงให้กับ เฉลิมพล มาลาคำ, อ้อยใจ แดนอีสาน, ไหมไทย ใจตะวัน, จินตหรา พูนลาภ, สายัณห์ สัญญา ในชุด "บัวตูบัวบาน และยอดรัก สลักใจ อีกหลายเพลง แม้ปัจจุบันก็ยังมีงานไม่ขาดมือ ที่โด่งดังเช่น เพลง "สั่งนาง" ของ มนต์สิทธื์ คำสร้อย มีผลงานเรียบเรียงเสียงประสานมากกว่า 1,000 เพลง

noom puthai 04

2 ตำนานมือพิณอีสาน หนุ่ม ภูไท กับ ทองใส ทับถนน

ปัจจุบัน “หนุ่ม ภูไท” ได้สร้างห้องบันทึกเสียง “บ้านไผ่สตูดิโอ” ที่หมู่บ้านสมหวัง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เพื่อสนับสนุนศิลปินในท้องถิ่น เช่น แสง สกุลโพน ในชุด “บ่าวผู้ไทยพ่ายรัก” สายัณห์ วันรุ่ง ในชุด “สายเดี่ยวสายสิญจญ์” เอื้อ อาทร ในชุด “ตำนานเมืองหนองสูง” รวมทั้งยังจัดทำวิซีดีนิทานพื้นบ้านอีสาน และยังมีห้องบันทึกเสียง "หนุ่ม ภูไท สตูดิโอ" ที่กรุงเทพฯ สำหรับการทำงานเพลงให้กับค่ายเพลงต่างๆ ในปัจจุบัน

noom puthai 05

เกียรติประวัติ

  • ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน การเรียบเรียงเสียงประสาน เพลง หนุ่มนาข้าว สาวนาเกลือ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามราชกุมารี
  • ได้รับสร้างสรรค์บทเพลง “แผ่นดินพ่อ” ถวายสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) ในปีพุทธศักราช 2540 และ
  • ได้รับรางวัลพระพิฆเนศทองคำ จากเพลง สั่งนาง
  • ได้รับการเชิดชูเกียรติเป็น ศิลปินมรดกอีสาน สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้าน พิณ) ประจำปีพุทธศักราช 2550 จาก มหาวิทยาลัยขอนแก่น

เรวัฒน์ สายันเกณะ "หนุ่มภูไท" - ฐานข้อมูลศิลปินมรดกอีสาน

 

redline

backled1

 

Loading...

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1