foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
การระบาดของไวรัสโควิด-19 กระจายไปทั่วโลกแล้วครับ ที่จีนสามารถหยุดยั้งได้ แต่ไปรุนแรงทางยุโรป อิตาลี สเปน ตายกันเยอะ ที่กำลังระบาดหนักแซงหมู่คืออเมริกา ย้อนหยัง? กะย้อนนิสัยของคนมักหม่วน มักเลาะ มักการสังสรรค์ คึดว่าหมอบ้านเจ้าของเก่งกว่าหมู่นี่หล่ะ ทางบ้านเฮากะคือกันเด้อ พากันอยู่บ้าน บ่พากันเลาะ อยู่เมาะๆ แมะๆ กินดื่มสังสรรค์กันอยู่กะเซาสา การระบาดรุนแรงเพิ่มจำนวนแน่นอน ตอนนี้หลายๆ จังหวัดเริ่มประกาศเคอร์ฟิว ปิดเมืองกันแล้ว ลำบากแต่ก็จำเป็นเด้อพี่น้อง...!!!

: Our Sponsor ::

adv200x300 2

: Facebook Likebox ::

: Administrator ::

mail webmaster

: My Web Site ::

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75

: Number of Page View ::

08256078
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
3658
9654
32607
7095923
32607
350320
8256078

Your IP: 18.204.227.117
2020-06-04 11:34
paya supasit

ju juใจประสงค์สร้าง กลางดงกะว่าท่ง ใจขี้คร้าน กลางบ้านกะว่าดง

        ## ถ้าใจสู้ (ขยัน) กลางดงทึบก็เป็นทุ่งนา ถ้าเกียจคร้านอยู่ที่บ้านก็เหมือนอยู่ในป่ารกทึบ @โควิด-19 ##

art local people

ผู้สร้างตำนานลำเพลินให้โด่งดังคับกรุงเทพฯ ในกลอนลำชุด ชมรมแท็กซี่ ที่ดังสะเทือนไปทุกหย่อมหญ้า เป็นที่ชื่นชอบของมิตรหมอแคน แฟนหมอลำ ที่พอได้ยินเสียง "เดิน เดิน ชม เจอะชมรมแท็กซี่เจ้าเก่า ดื่มเหล้านั่งอยู่ในร้าน ภัตตาคาร ที่ขาประจำ..." เป็นต้องลุกขึ้นมาฟ้อน ใช่แล้วครับ ผู้ลำกลอนนี้คือ ทองมี มาลัย นั่นเอง

thongmee malai 02นายทองมี มาลัย

นายทองมี มาลัย ฉายา "ตำนานราชาลำเพลิน" ผู้ยิ่งใหญ่ในวงการหมอลำอีสานอีกคนหนึ่ง ถือกำเนิดเกิดเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2487 ที่บ้านเลขที่ 2 หมู่ 9 บ้านหนองเลิง ตำบลดงแคนใหญ่ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร

เล่าเรียนระดับประถมศึกษาจาก โรงเรียนวัดบ้านหนองเลิง ในหมู่บ้าน จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่บ้านมีอาชีพทำนาเป็นหลักก็ได้ช่วยทางบ้านทำนา แต่มีความสนใจในการร้องลำมากเป็นพิเศษ

ในวัยหนุ่มได้หันมาประกอบอาชีพหมอลำ โดยเป็นพระเอกหมอลำใน คณะอัศวินสองดาว (ในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2510-2515) โดยรับบทการแสดงเป็น "ขุนแผน" ในลำนิทานพื้นบ้านเรื่อง "ขุนช้าง ขุนแผน" มีชื่อเสียงจนชาวบ้านขนานนามว่า "ราชาลำเพลิน" ต่อมาได้หันเหสู่วงการเพลงลูกทุ่งหมอลำ โดยยังคงใช้ลีลาการลำเพลินอันเป็นเอกลักษณ์ของตน สร้างผลงานออกมาโด่งดังเป็นจำนวนมาก

โดยเฉพาะกับ "กลอนลำเพลิน" ซึ่งประพันธ์โดยครูกลอนลำแห่งอีสาน ครูสุพรรณ ชื่นชม เช่นชุด บักสองซาว ทำให้มีชุด บักสี่ไห ตามมา ชุด ชมรมแท็กซี ก็โด่งดังเป็นพลุแตกไม่ว่าบ้านนอกในกรุง แม้แต่สถานีวิทยุในกรุงเทพฯ หรือเจขตภาคกลางก็ยังนำมาเปิดกัน เรียกว่าตามตู้เพลง ห้องอาหาร ปั๊มน้ำมันที่รวมพลของเหล่าบรรดาคนขับแท็กซี่ทั่วกรุง ต้องได้ยินเพลงนี้กันไม่ขาดระยะ จนมีชุด ชมรมแม่ค้า ออกมาติดๆ ให้เหล่าแม่ค้าลาบ ส้มตำ และซุปหน่อไม้ ได้ร้องกันครื้นเครง

thongmee malai 01

จนได้ฉายาว่า "ศิลปินกินคน" ซึ่งมีการสัมภาษณ์ออกอากาศในสถานีวิทยุสมัยนั้น โด่งดังแค่ไหน เอ๊ะกินคนอย่างไร? เลยถอดบทสัมภาษณ์นั้นมาให้ได้อ่านกันพอสังเขป

ผู้สัมภาษณ์ : กี่ศพแล้วครับ
ทองมี : ไม่เท่าไหร่ นับยังไม่ครบสิบหรอก
ผู้สัมภาษณ์ : เป็นไง อร่อยไหม?
ทองมี : แฮ่... แฮ่...
ผู้สัมภาษณ์ : หญิงหรือชาย
ทองมี : ไม่เลือก
ผู้สัมภาษณ์ : เด็กหรือผู้ใหญ่
ทองมี : ได้ทั้งนั้น
ผู้สัมภาษณ์ : ที่ไหน
ทองมี : ทั่วไป
ผู้สัมภาษณ์ : แม้แต่ในกรุงเทพฯ ?
ทองมี : ครับ แต่ที่กรุงเทพฯ ผมเพียงพยายาม ยังไม่ได้กินเข้าไป
ผู้สัมภาษณ์ : อ้าว... แล้วถิ่นไหนบ้างล่ะที่คุณกินเข้าไป
ทองมี : ก็มีที่ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และขอนแก่น
ผู้สัมภาษณ์ : เจ้าหน้าที่ที่นั่นเขาไม่เล่นงานคุณหรือ
ทองมี : ไม่หรอก เพราะมันไม่ผิดกฎหมาย
ผู้สัมภาษณ์ : ฮ้า...! พูดเป็นเล่นไป
ทองมี : อ้าว!... ไม่งั้นผมจะมาคุยอยู่กับคุณ๊ได้ไง
ผู้สัมภาษณ์ : แล้วญาติพี่น้องเขาล่ะ
ทองมี : เขาเต็มใจ
ผู้สัมภาษณ์ : เป็นไปไม่ได้?
ทองมี : อย่าว่าแต่ญาติพี่น้องเลย ตัวของเขาเองก็ยังเต็มใจที่จะให้กิน
ผู้สัมภาษณ์ : ที่ไม่เต็มใจล่ะ...
ทองมี : ไม่มี และผมไม่ยินดีที่จะกินพวกนั้นด้วย
ผู้สัมภาษณ์ : ทำไมน๊า เขาจึงปล่อยชีวิตเป็นผักเป็นปลาอย่างนั้น
ทองมี : ก็เพราะมันสุขนะซี
ผู้สัมภาษณ์ : สุข! ความตายเป็นสุข!
ทองมี : ใช่
ผู้สัมภาษณ์ : รู้ว่าจะไปตาย ไปเป็นเหยื่อคุณก็ยังสุข?
ทองมี : ใช่
ผู้สัมภาษณ์ : มีหรือในโลกนี้
ทองมี : คุณเคยฟังเพลง "จูบฉันแล้วจงตายเสีย" ไหม?
ผู้สัมภาษณ์ : นั่นมันเพลง ในชีวิตจริงของสัตว์โลกผู้หวงแหนชีวิตมีหรือ?
ทองมี : คุณเคยรู้เรื่อง นางพญาผึ้ง และผึ้งผสมพันธุ์ ไหม
ผู้สัมภาษณ์ : ทำไม
ทองมี : เมื่อนางพญาบินสู่ฟ้า ผึ้งผู้หมู่หนึ่งก็บินไล่หมายเผด็จศึก
ผู้สัมภาษณ์ : ก็มันสุขนี่
ทองมี : ทั้งๆ ที่รู้ตัวว่า ตัวผู้เข้มแข็งได้เผด็จสวาทนางพญาแล้วจะต้องตายไปตามกฎของมัน แต่ทำไม...
ผู้สัมภาษณ์ : อือม์....
ทองมี : ก็นั่นนะซิ
ผู้สัมภาษณ์ : คุณเป็นราชินีผึ้ง?
ทองมี : ก็เกือบอย่างนั้น
ผู้สัมภาษณ์ : งานของคุณ
ทองมี : ศิลปินพื้นบ้าน ที่มีแคนกับคณะและลูกคอที่พลิกกระดิกดิ้นได้หลายตลบ
ผู้สัมภาษณ์ : และนั่นคือโยงใยล่อเหยื่อของคุณ
ทองมี : แน่นอน
ผู้สัมภาษณ์ : กลอนลำของคุณเป็นสื่อ
ทองมี : ใช่
ผู้สัมภาษณ์ : เขาคงยื้อแย่งกันเพื่องานของคุณ
ทองมี : ก็ใช่อีก
ผู้สัมภาษณ์ : และเมื่อเขารู้ว่างานของคุณมีตาย เขาก็หน่ายหนี
ทองมี : อะไร! เขายิ่งทวีจำนวนอีกไม่ว่า
ผู้สัมภาษณ์ : มาทำไมให้โง่ เดี๋ยวก็เป็นเหยื่อคุณ
ทองมี : ก็บอกแล้วไงว่า ความสุขสนุกสนานอยู่ที่ไหน เขาไม่สนใจหรอกความตาย
ผู้สัมภาษณ์ : คุณมีให้มันอย่างพร้อมมูล
ทองมี : แน่นอน
ผู้สัมภาษณ์ : แล้วคุณอาศัยช่วงไหนฆ่าเขาล่ะ
ทองมี : ก็ตอนที่เขากำลังฟังกลอนลำของผมอยู่นั่นแหละ
ผู้สัมภาษณ์ : ยังไง
ทองมี : ผมก็เขย่าลูกคอให้เข้าไส้ ใส่เนื้อหาให้แสบซึ้งดึงอารมณ์เขาให้เริ่ด
ผู้สัมภาษณ์ : แล้วไง
ทองมี : คุณต้องเข้าใจพื้นฐานของคนทางอีสานประเทศเสียก่อน
ผู้สัมภาษณ์ : ทำไม
ทองมี : เขาจะปล่อยอารมณ์สุดขีด ด้วยการหวีดร้อง กระทืบเท้า เป่าปาก และกระโดโลดเต้นอย่างไม่ยั้งรั้งอารมณ์ให้หยุด เมื่อเขาสนุกสุขใจอยู่กับการละเล่น
ผู้สัมภาษณ์ : แล้วมันเกี่ยวอะไรกับงานเพลงของคุณ
ทองมี : อ้าว... ก็ตอนที่ผมเติมอารมณ์ระดมลูกเล่นลงไปนั่นนะ คุณไม่รู้อะไร
ผู้สัมภาษณ์ : คุณเลยใช้ช่วงเผลอเก็บเขามาเป็นเหยื่อ
ทองมี : บ้า... ผมจะได้เสวยตะรางหัวโตประไร
ผู้สัมภาษณ์ : อ้าว... แล้วเขาตายยังไง
ทองมี : เมื่อผมดึงอารมณ์โลดเล่นเผ่นโผนเขาก็เสร็จ
ผู้สัมภาษณ์ : หัวใจวาย
ทองมี : ไม่เพียงเท่านั้น เขาพรูกรูเกรียวยื้อแย่งกันที่จะสัมผัสส่วนใดส่วนหนึ่งของผมบนเวที เพื่อขยี้อารมณ์เริดของเขาให้สงบ
ผู้สัมภาษณ์ : เหมือนผึ้งผู้กรูเกรียวใส่นางพญา
ทองมี : นั่นแหละ
ผู้สัมภาษณ์ : แล้วคนที่สัมผัสคุณแล้วก็ตาย
ทองมี : ใครบอกคุณล่ะ
ผู้สัมภาษณ์ : อ้าว!... ไม่ใช่กฎของคุณหรือ?
ทองมี : บ้า... ผมไม่ใช่นางพญาผึ้งนี่
ผู้สัมภาษณ์ : แล้วเขาตายอย่างไร
ทองมี : แหม... ไม่น่าสงสัย ในสภาพอย่างนั้นก็มีอย่างเดียว คือ เหยียบกันตาย
ผู้สัมภาษณ์ : คุณยิ่งใหญ่ถึงขนาดนั้น
ทองมี : แน่นอน
ผู้สัมภาษณ์ : แล้วคุณก็เลยเอาศพนั้นไปลาบ หรือว่าผัดเผ็ด ต้มยำกันล่ะ
ทองมี : ใครจะกินเข้าไปลง
ผู้สัมภาษณ์ : อ้าว!... ก็เห็นว่าคุณเป็น "ศิลปินกินคน"
ทองมี : ที่นี่เมืองไทยนะ ไม่ด้อยพัฒนาป่าเถื่อนเหมือนอูกานดา จะได้กินตับไตไส้พุงได้เหมือนอีดี้ อามิน
ผู้สัมภาษณ์ : แล้ว "กินคน" ของคุณล่ะ หมายความว่าอย่างไร
ทองมี : ก็หมายถึง ความยิ่งใหญ่ในฝีมือของผมที่สามารถระดมอารมณ์แฟนๆ ให้เริ่ดจนลืมตายได้นะสิ
ผู้สัมภาษณ์ : โธ่!... คุณหัดมันมาจากไหนล่ะ
ทองมี : ครูพัน รุ่งศิลป์ ที่บ้านคำเขื่อนแก้ว ยโสธร โน่น
ผู้สัมภาษณ์ : เออ... คนอีสานที่ชอบเรียกตัวเองว่า "คนไทยอีสาน" ทำไมจึงชอบสนุกสนานกันจนสุดฤทธิ์อย่างนั้น
ทองมี : เพราะเขาถือว่าชึวิตต้องแสวงหาความสุข หนักกับงานมามาก เมื่อเขาอยากจะสุขก็ต้องเต็มคราบ
ผู้สัมภาษณ์ : เรียกว่าสนุกกันหมดตัว
ทองมี : ใช่
ผู้สัมภาษณ์ : เฮ้อ!
ทองมี : ถ้าเขาไม่อย่างนั้น คุณก็ไม่ได้ "ศิลปินกินคน" ไปเขียนหากินนะสิ 555

 thongmee malai 03

ทองมี มาลัย โลดแล่นด้วยชื่อเสียงหมอลำเพลินในวงการหลายสิบปี กับการสังกัดค่ายเพลงหลายค่ายในสมัยนั้น ประกบกับหมอลำดังในยุคนั้นมากมายหลายคน ออกอัลบั้มยอดฮิตมาหลายชุด ร่วมกับหมอลำดังอย่าง บานเย็น รากแก่น, ประสาน เวียงสีมา, ป.ฉลาดน้อย ส่งเสริม เป็นต้น มีหมอลำที่เลียนแบบลีลาท่าทาง รวมทั้งมีกลอนลำสไตล์เดียวกันสร้างชื่อ อย่างเช่น ทองมัย มาลี เป็นต้น

ทองมี มาลัย ได้เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2545 ในวัย 58 ปี จากโรคภัยประจำตัว ก้านสมองอักเสบ

thongmee malai 04

ผลงานดีเด่น

  • เป็นหมอลำยุคบุกเบิกที่ ทำให้วงการบันเทิงได้รู้จักหมอลำ อย่างกว้างขวาง
  • เป็นอาจารย์หมอลำ ต้นแบบให้กับคณะหมอลำหลายคณะ
  • เป็นผู้สืบสานวัฒนธรรมไทย ด้านศิลปการแสดง (หมอลำ)
  • เป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม ปี 2540 จาก สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ

ชมรมแท็กซี่ชมรมแท็กซี่ โดย ทองมี มาลัย - ประสาน เวียงสิมา - ป.ฉลาดน้อย

thongmee malai 05

 

redline

backled1

 

Loading...

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1