foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
ช่วงนี้ เศร้า หดหู่ วิตกกังวล สมองไม่แล่นจนไม่อยากเขียนบทความใดๆ เลยครับ สถานการณ์โรคระบาดจากพยาธิโควิดครั้งนี้รุนแรงมาก คนติดกันเยอะ ตายกันแยะเป็นใบไม้ร่วง แต่ก็ยังมีพวกที่เอาแต่สนุก เย้วๆ ไม่กลัวตาย ไม่กลัวการระบาด ไปมั่วสุมทั้งในแหล่งการพนัน โบก ไพ่ ไฮโล สนุกเกอร์ ตลอดจนการกินดื่มร่วมกันแบบไม่ระวังตัว จนระบาดกลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ สงสารคนเฒ่าคนแก่อยู่บ้านที่พลอยติดไปกับลูกหลานขี้ดื้อหลายเด้อพี่น้อง เป็นตาซังแท้สู 🙏🙏🙏😁

: Our Sponsor ::

adv200x300 2

: Facebook Likebox ::

: Administrator ::

mail webmaster

: My Web Site ::

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75

No. of Page View

paya supasit

ju juใจบ่โสดาด้วยเว้าแม่นกะเป็นผิด ใจบ่โสดาดอมเว้าดีกะเป็นฮ้าย

        ## แม้นไม่สบอารมณแล้วจะพูดอย่างไรก็ไม่มีทางถูกใจได้ @รักกันไว้เถิด ##

mp3

mai tai 5ไหมไทย ใจตะวัน

ไหมไทย ใจตะวัน หรือในอดีตที่อยู่วงดนตรี เสียงอีสาน คือ ไหมไทย อุไรพร วันนี้แยกตัวออกมาจากวงเสียงอีสาน ออกมาตั้งวงดนตรีของตัวเอง รับงานแสดงเอง ซึ่งต้องต่อสู้ฝ่าฟันกันพอสมควร และได้เข้ามาออกผลงานอัลบั้มกับค่าย แกรมมี่โกลด์ กับผลงานอัลบั้ม "บ่าวพันธุ์พื้นเมือง"

ประวัติส่วนตัว

ชื่อจริง : นายมนต์ชัย นามสกุล รักษาชาติ ชื่อในวงการ : ไหมไทย ใจตะวัน (อุไรพร, หัวใจศิลป์)
วัน/เดือน/ปีเกิด : วันศุกร์ ที่ 26 เดือน มกราคม พ.ศ. 25... (กลัวจะรู้ว่า แก่???)
ภูมิลำเนา : บ้านดอนสั้น ตำบลดอนมัน อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา
บิดาชื่อ - มารดา : นายมี รักษาชาติ - นางจูม รักษาชาติ
คณะหมอลำที่เคยอยู่ : อังคารแก้ววิเศษศิลป์, ก้องสยาม, นกยูงทอง, อุดรมิตรนิยม, หมอลำซิ่ง, เสียงอิสาน
ผู้ชักนำเข้าวงการ : อาจารย์ดอย อินทนนท์ โดยมีผลงานบันทึกเสียงครั้งแรก เพลงหยุดเสียใจเถิดน้อง
ผลงานที่บันทึกเสียงครั้งแรก : หยุดเสียใจเถิดน้อง
ผลงานที่สร้างชื่อ : รักสาวนครสวรรค์, ลารักกลับแนวรบ, เห็นเธอที่เยอรมัน, บักสิเด๋อ
ที่อยู่ปัจจุบัน : 164 หมู่ 10 บ้านหัวแฮด ตำบลธัญญา อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์

ผลงานเพลงชุดล่าสุด อั้ลบั้มชุดที่ 3 เวลคัม ทู ทำนา โดยเฉพาะเพลง ดาวมีไว้เบิ่ง โดย อ.วสุ ห้าวหาญ กำลังมาแรงเด้อครับ สังกัดแกรมมี่โกลด์ ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

mai tai 3

เสียงแคนจากแมนชั่น

mai tai 1โดย ไพวรินทร์ ขาวงาม

เสียงแคนจากแมนชั่น ชื่อเหมือนบทกวี แต่นี่เป็นชื่อเพลงลูกทุ่ง ขับร้องโดย ไหมไทย ใจตะวัน เป็นเพลงไม่ดังแรงเท่ากับ “กับคนนั้นถึงขั้นไหน” หรือ “ใจบ่มักดี” แต่มักถูกพูดถึงอย่างชื่นชมในหมู่ผู้ลุ้นให้วงการเพลงลูกทุ่งพัฒนาขึ้น แทนจะมีแต่เพลงรักเพลงใคร่ ชิงรักหักสวาท ด่ากันไปด่ากันมา เริ่มมีเพลงสะท้อนชีวิตและวัฒนธรรม มีความเป็นกวีมากขึ้น มีรสชาติศิลปะใหม่ๆ ทำให้โลกการฟังเพลงลูกทุ่งคลี่คลาย

“เสียงแคนจากแมนชั่น” แต่งโดย วีระ สุดสังข์ ครูและกวีแห่งภาคอีสาน คงเพราะเป็นเพื่อนกับสลา คุณวุฒิ จึงได้รับโอกาสนี้ ตั้งแต่สมัยแต่งเพลง “กำแพงปริญญา” ให้ ต่าย อรทัย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ครูสลาเองก็พยายามเอื้อโอกาสเพื่อนหลายคน ซึ่งมีความเป็นกวี แม้ว่าเพลงที่มีความเป็นบทกวี อาจฟังยากและเป็นจุดขายน้อย แต่ถึงจุดหนึ่งแล้ว เพลงแบบนี้จะเป็นเสน่ห์ และสามารถยกระดับพัฒนาทั้งตัวนักร้อง ค่ายเพลง และวงการเพลงลูกทุ่ง

mai tai 2วีระ หรือในอดีตใช้นามปากกา ฟอน ฝ้าฟาง ร่วมยุคกับ ซึ้ง ซมซาน (ทั้งฝ้าฟาง ทั้งซมซาน อะไรจะปานนั้น) เขาเองเป็นเพื่อนผมด้วย ตอนเพลงชุดนี้วางแผงใหม่ๆ เขารีบส่งข่าวให้ผมซื้อฟัง ผมฟังแล้วออกปากชม นี่เป็นเพลงที่ดี นี่เป็นเพลงที่จะดังในอนาคต

เขาแอบส่งข่าวบ่อยๆ เพลงของเขามาแรง ติดอันดับโน่นอันดับนี่ ก็ได้แต่ปลื้มใจไปกับเขา ตามประสาคนที่นานๆ แต่งเพลงที ย่อมตื่นเต้นเป็นธรรมดา ย่อมแอบลุ้นเป็นธรรมดา เหมือนผมนั่นแหละ มีเพลง “ไหมแท้ที่แม่ทอ” ขับร้องโดย ต่าย อรทัย เพลงเดียว ก็ตื่นเต้นไม่รู้หยุดไม่รู้หย่อน ไม่รู้ว่า เพื่อนที่แต่งเพลงดังๆ เยอะๆ จะตื่นเต้นแบบนี้ไหม (555)

“เสียงแคนจากแมนชั่น” เพียงชื่อก็บอกเรื่องเล่า แคนคือชนบท แคนคืออีสาน แมนชั่นคือเมืองหลวง สองสิ่งนี้เหมือนขัดแย้ง แต่กลับกลมกลืนกันอยู่ในที โดยเฉพาะโลกสมัยใหม่ ที่เคลื่อนเปลี่ยนชนบทกับเมืองให้คละเคล้ากัน สมัยอยู่เมืองหลวง ผมเองเคยอาศัยแมนชั่น แม้ไม่เคยได้ยินเสียงแคน แต่รู้ว่ามีคนบ้านเดียวกันร่วมอาศัยอยู่มาก บางวันได้ยินเสียงหมอลำ บางวันได้กลิ่นปลาร้า ถึงส่วนตัวจะไม่ได้ทักทายกันสนิทสนม แต่เสียงและกลิ่นเหล่านี้ สามารถทำให้เราถูกชะตากันได้ง่าย

หลายปีที่แต่งกลอน ผมสะท้อนเรื่องราวทำนองนี้บ่อยๆ จนกลายเป็นแนวทางหนึ่ง ระหว่างเมืองและชนบท เช่น “เขาร้องเพลงลูกทุ่งให้เมืองฟัง” “สาวอีสานในร้านอาหารญี่ปุ่น”

ฟัง “เสียงแคนจากแมนชั่น” แล้วซึ้งครับ คิดถึงบ้าน ดีใจกับเพื่อนทุกคน ที่อยู่เบื้องหลัง รวมทั้ง ไหมไทย ใจตะวัน นักร้องหนุ่มผู้มีโอกาสกับเพลงนี้ และขับร้องได้อย่างมีเสน่ห์

ดูเนื้อเพลง "เสียงแคนจากแมนชั่น" และ "ดาวมีไว้เบิ่ง"

mai tai 4
การแสดงสดของวงดนตรีลูกทุ่ง ไหมไทย ใจตะวัน

ชีวิตสมรส

ไหมไทย เคยสมรสกับ มณีจันทร์ คำมูล มีบุตรหนึ่งคน และลงเอยด้วยการหย่าร้าง ต่อมาได้จดทะเบียนสมรสกับ วราพร เมืองนะศรี แต่หลังจากอยู่ด้วยกันเพียงสองปี วราพรก็เสียชีวิตลง ปัจจุบัน ไหมไทย สมรสกับ จันทร์นภา อินทร์โสภา ซึ่งขณะนั้นเธอเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 อายุ 16 ปี ซึ่งมีอายุห่างกับเขา 28 ปี เมื่อช่วงต้นปี พ.ศ. 2555 ด้วยเธอมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับภรรยาคนที่สองที่เสียชีวิตไป

เส้นทางเดินที่ผ่านมากับการเริ่มต้นวันนี้

จัดเป็นนักร้องที่อยู่ในหมวดหมู่ที่มี ''พรสวรรค์'' และ ''ความมั่นใจสูง'' สำหรับ ''ไหมไทย หัวใจศิลป์'' ซูเปอร์สตาร์ลูกทุ่ง หมอลำ โดยเฉพาะการแต่งกายคล้ายซูเปอร์ฮีโร่ในการ์ตูนญี่ปุ่น รวมถึงลีลาเต้นดุเด็ดเผ็ดร้อน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ ไม่เหมือนใคร' และ ไม่มีใครเหมือน

ไหมไทยแจ้งเกิดกับวงดนตรีลูกทุ่งหมอลำ ''คณะเสียงอิสาน'' ภายใต้สังกัด ''ท็อปไลน์ มิวสิค'' ในชื่อ ''ไหมไทย อุไรพร'' ตั้งแต่อายุ 17 ปี จับคู่ ''ลูกแพร อุไรพร'' เดินสายสร้างชื่อเสียงโด่งดังกับเพลง หยุดเสียใจเถิดน้อง, รักสาวนครสวรรค์, แพ้รบสนามรัก, ลารักกลับแนวรบ, เห็นเธอที่เยอรมัน, บักสิเด๋อ ฯลฯ เป็นเวลากว่า 15 ปี

mai tai 6

จากนั้นย้ายไปอยู่กับ ''แกรมมี่ โกลด์'' เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ''ไหมไทย ใจตะวัน'' มีเพลง ''ดาวมีไว้เบิ่ง'' ฮอตฮิตติดลมบน เมื่อหมดสัญญาหวนคืนสู่อ้อมกอด ''ท็อปไลน์'' อีกครั้ง เปลี่ยนชื่ออีกยกเป็น ''ไหมไทย หัวใจศิลป์'' มีเพลง ''นางฟ้าหรือยาพิษ'' ดังกระหึ่ม หนุนให้วง ''พระเอกใหญ่ ไหมไทย หัวใจศิลป์'' คิวทองต้องจองกันข้ามปี มีมิตรรักแฟนเพลงตามติดผลงานมากมาย

ก่อนเข้าสู่ช่วงใกล้เปิดวงฤดูกาลใหม่ พ.ศ. 2558-2559 ''ไหมไทยลองของอีกยก'' ขอเว้นวรรคทำงานร่วมกับท็อปไลน์ เปิดค่าย ''พระเอกใหญ่'' สร้างสรรค์ผลงานเอง กำลังจะมีอัลบั้ม ''คอหมอลำ'' ออกมาเป็นประเดิม

''ตอนนี้ออกมาทำผลงานนำเสนอพี่น้องแฟนเพลง อัลบั้มชุดคอหมอลำ ผลิตออกมา 10 ผลงานเพลง เข้ากับชีวิตคนอีสานบ้านเฮา เป็นเรื่องราวใหม่ ซึ่งไหมไทยตัดสินใจกลับบ้านเกิดเมืองนอนมาทำเอง ในยุคปัจจุบันมีปัญหาเรื่องการผลิตเป็นอัลบั้มเพลงออกมาขายไม่ได้ เพราะระบบก๊อปปี้มันมีมากจนในกลุ่มนักสร้างสรรค์ ครูเพลง ค่ายเพลง อยู่ในช่วงที่ลำบาก แต่ทำอย่างไรเราถึงจะอยู่กับมันได้ ผมเองเข้าใจดี ถ้ามัวแต่รอคอยมันก็นานเกินไป คนที่รอก็รอ ผมจึงตัดสินใจกลับบ้านไปทำเอง ดีไม่ดีขึ้นอยู่กับพี่น้องจะเมตตากรุณาและสงสาร ฤดูกาลใหม่ต้องมาฟังสดๆ หน้าเวที แต่ละปีแต่ละเดือนปัญหามากมาย ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาแต่ละคนแตกต่างกัน แต่เราจะมามีความสุขร่วมกัน ผมยืนยันว่าจะอยู่เคียงข้างคอยขับกล่อมพี่น้องแฟนเพลง ให้มีความสุขไปเรื่อยๆ ตราบนานเท่านาน เชื่อว่าถ้าพี่น้องรักจริงต้องเข้าใจ''

mai tai 7

สำหรับชื่อค่าย ''พระเอกใหญ่'' นักร้องหนุ่มบอกว่า มาจากคำที่เขาโดนมิตรรักแฟนเพลงแซวอยู่เป็นประจำ จนรู้สึกคุ้นเคย ''ผมตั้งค่ายทำเองชื่อว่า ค่ายพระเอกใหญ่ มาจากการโดนพี่น้องแฟนเพลงแซวเรื่อยมาว่า พระเอกใหญ่... พระเอกใหญ่ ผมรู้สึกคุ้นเคยคำนี้ที่มาจากความรักของพี่น้อง ผมจึงนำมาตั้งชื่อ ก็ไปทำให้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เพื่อไม่ให้เหมือนเป็นการทำผลงานแบบเถื่อนๆ ไปจดทะเบียนขออนุญาตถูกต้องแล้ว อัลบั้มใหม่จะมีเพลงคอหมอลำ แม่นของแท้บ่ พาเมียไปออกเฟซ เจ็บจนจุก ความลับสวรรค์ ฯลฯ''

การขอเว้นวรรคจากท็อปไลน์ ไหมไทยยืนยัน ''มิได้หักดิบ'' มีการขออนุญาตจาก ''ทวีชัย จริยะเอี่ยมอุดม'' นายห้างท็อปไลน์เรียบร้อยแล้ว

''มีการบอกผู้ใหญ่เรียบร้อยแล้วว่า ผมจะกลับบ้านเด้อครับเด้อ จะไปทำผลงานเอง ทางนายห้างท่านก็ดีครับบอกแล้วแต่ตัดสินใจ คือในยุคปัจจุบันผมเข้าใจทางบริษัทนะ ผลิตออกมาเป็นอัลบั้มมันใช้ต้นทุนสูง ทีนี้เวลาขายขายยาก ผมเลยขอมาทำงานตามประสาคนบ้านนอก ใช้ทุนไม่เยอะ มีพี่น้องช่วยผลักดันช่วยสนับสนุนคนละห้าบาทสิบบาทร้อยสองร้อย ผมก็เก็บหอมรอมริบ ผมทำตั้งแต่การร้องและทุกๆ ขั้นตอนก็หนักเหมือนกัน แต่การถ่ายทำมิวสิกคงยังไม่ทำ เพราะว่ามันต้องใช้ต้นทุนสูง ต้องไปจ้างกองถ่ายนักแสดงอีก การเชียร์ตามคลื่นวิทยุ ผมก็ไม่มีเงินไปจ้างเป็นเดือน ก็ทำไปตามอัตภาพ ตามชีวิตของหมอลำคนหนึ่ง ไม่กล้าเอาไปฝากคลื่นวิทยุหรอกครับ...อาย''

แผนการทำงานค่ายพระเอกใหญ่ ไหมไทยบอกว่า นอกจากสร้างสรรค์ผลงานให้กับตนเองแล้ว มีโครงการเปิดรับนักร้องใหม่เข้ามาร่วมเป็นสมาชิกด้วย โดยเน้น ''ผู้ที่อยากเป็นศิลปินจริงๆ'' มิใช่ ''ผู้ที่อยากเด่นอยากดังอยากรวย''

''มีโครงการรับสมาชิกอยู่ครับ ถ้าผู้ที่มีใจรักจริงๆ ลองเข้ามาสอบบรรจุว่าคุณคือนักร้องหรือเปล่า ไม่ใช่เดินมาเพราะความอยาก คำว่าอยากใครๆ ก็อยาก อยากดัง อยากมีเงิน อยากเป็นคนเด่น แต่ว่าอยากที่จะเป็นศิลปินจริงๆ คุณสมบัติ หรือใจมันมีมากพอหรือยัง ที่จะเป็นคนของประชาชน ผมเคยทำอัลบั้มออกมาชุดหนึ่ง ชื่อว่ารวมสานงานศิลป์ ลงทุนจริง ทุ่มเทเพื่อสมาชิกวง มีหลักฐานว่าผมทำจริงๆ ก็จะตั้งใจทำงานให้เต็มที่ ทำให้ดีที่สุด อนาคตข้างหน้าเป็นสิ่งไม่แน่นอน เมื่อตัดสินใจแล้วต้องทำให้ดีที่สุด อนาคตจะประสบความสำเร็จมั้ย ผมไม่กล้าพูดอะไรมาก พูดไปแล้วทำไม่ได้ มันเหมือนกับขี้คุย''

ไหมไทยเตรียมเปิดโชว์ฤดูกาลใหม่วง ''พระเอกใหญ่ ไหมไทย หัวใจศิลป์'' ในวันที่ 9 ต.ค. 2558 นี้ ที่บ้านเลขที่ 164 บ้านหัวแฮด ตำบลธัญญา อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเจ้าตัวการันตีว่า มีความแตกต่างจากปีที่ผ่านมาแน่นอน

mai tai 8

แต่มีความกังวล ตรงที่เพลงในอัลบั้มใหม่อาจยังไม่เป็นที่รู้จักของแฟนเพลง เนื่องจากมีช่องทางโปรโมตน้อยลง หลังจากตัดสินใจออกจากค่ายมาโบยบินด้วยปีกของตัวเอง จึงตัดสินใจไปซื้อลิขสิทธิ์เพลงดังที่ขับร้องมากับท็อปไลน์ และสมัยที่อยู่กับแกรมมี่โกลด์ มาใช้แสดงหน้าเวที

''มีความแตกต่างจากเดิมแน่นอนครับ หนึ่งเลยคือมีผลงานเพลงใหม่ ซึ่งผมก็ต้องลุ้นอยู่ นำเสนอช่วงแรกๆ แฟนๆ น่าจะงงพอสมควร เพราะว่ายังไม่คุ้นเคย แต่ก็เข้าใจว่าของอย่างนี้มันต้องใช้เวลา ที่ผ่านมาบางเพลงผ่านไปเป็นปีแล้วแฟนๆ ยังไม่รู้จักเลย ยกตัวอย่างเพลงผัวสำรอง ที่ได้รับความนิยมอยู่ในเวลานี้ ใช้เวลานำเสนอเป็นปีๆ นะครับ แน่นอนครับการออกมาทำเอง ก็มีจุดอ่อนในเรื่องของการกระจายผลงาน ช่องทางการโปรโมต หรือการขายซีดีมีน้อยนิด หน้าเวทีตามบทเพลง ซึ่งปีนี้จะเป็นการโชว์ที่ยาวนานที่สุด นำการโชว์ตั้งแต่เริ่มเปิดวงมาผสมผสานกัน ซึ่งจะมีเพลงที่อยู่กับแกรมมี่ด้วย เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายผมก็ไปขอซื้อลิขสิทธิ์แล้ว เพลงที่มีกับท็อปไลน์ ก็ขออนุญาตนายห้างเรียบร้อย ท่านบอกว่าถ้าไหมไทยเอาไปร้องไม่เป็นไร แต่อย่าเอาไปอัดขาย ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่อำนวยความสะดวกให้เป็นอย่างดี''

พร้อมกันนี้ยังได้ลงทุนปรับระบบแสง สี เสียง ใหม่ รวมถึงเน้นเอาผ้าพื้นเมืองอีสาน มาตัดเย็บเป็นชุดสวมใส่ เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นถึงความงดงาม เป็นการนำเสนอภูมิปัญญาชาวบ้านให้แพร่หลายไปในวงกว้างในตัวด้วย

''มีการลงทุนปรับระบบแสง สี เสียง ต้องใช้รถ 6 ล้อทั้งคันมาผ่า เพื่อทำเป็นระบบไฮดรอลิก กว่าจะเสร็จไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้นทุนสูงพอสมควร หลายล้านอยู่ครับ ส่วนเสื้อผ้า ผมก็เน้นเอาผ้าพื้นบ้านมาใช้ เช่นเอาผ้าไหมมาตัด ตามรูปแบบศิลปวัฒนธรรมอีสานบ้านเฮา ต้องมีการร่ายรำ ก็มีชุดผ้าไหม และชุดสีสันสวยงามผสมกันไป ตอนนี้สมาชิกวงร่วมร้อยชีวิต เมื่อก่อนค่าใช้จ่ายเยอะ แต่ตอนนี้ก็ปรับให้เบาลง เพื่อให้ง่ายต่อการจ้างจากเจ้าภาพ คิวงานดีครับทุกปีโดยเฉลี่ย 2 ร้อยกว่างาน ค่าจ้างก็ตามระยะทางถ้าใกล้ก็อยู่ที่ 2 แสนกว่าๆ แต่ถ้าไกลก็ต้องมีบวกค่าน้ำมันบ้าง''

mai tai 9

กับการตัดสินใจออกมาจากร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ''ไหมไทย'' ไม่ได้รู้สึกว่า ''กำลังเดินทางไกล'' แต่รู้สึกว่า ''กำลังเดินกลับบ้าน'' จากนี้ต่อไปขอ ''ตั้งใจทำงานอย่างมีความหวัง'' เพื่อเป้าหมายเดียวคือ ''ความสุขของมิตรรักแฟนเพลง''

 

redline

backled1

 

mp3

pai 01ไผ่ พงศธร

ไผ่ พงศธร มีชื่อและนามสกุลจริงว่า นายประยูร ศรีจันทร์ เกิดเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2525 ที่บ้านสร้างแต้ ตำบลโพนงาม อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร เริ่มการศึกษาชั้นประถมศึกษาที่ โรงเรียนบ้านสร้างแต้ บ้านเกิด แล้วไปต่อชั้นมัธยมที่โรงเรียนโพนงามวิทยา อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร แล้วศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ที่ คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาเอกการจัดการ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต โดยได้รับทุนจาก โครงการช้างเผือก มีพี่-น้อง 4 คน โดยไผ่เป็นลูกชายคนสุดท้องและมีพี่สาวอีก 3 คน เขามีน้ำหนัก 54 กิโลกรัม สูง 166 เซนติเมตร

"ได้เวลาเมือบ้านน้ำตาย้อยหยั่ง ซุมหมู่เฮาคนจนคือสิได้ไปเอาบุญบ้านจั๊กหว่าง เถิงทางสิไกลไปลำบาก กะสิทนนั่งท้ายปิกอัพปานว่ารถขนหมู ทนอดอู้จนฮอดบ้านเฮา.."

บทรำพึงถึงคนจนที่ว่านี้ ไม่ได้หมายถึงกลุ่มคาราวานคนจนที่มาเย้วๆๆ อยู่หน้าทำเนียบรัฐบาลนะครับ หากแต่เป็นกลุ่มคนอีสานที่เข้ามาขายแรงงานในเมืองหลวง จะได้เวลาคืนทุ่ง คืนถิ่น ตอนเทศกาลสงกรานต์ ภาพขบวนรถปิกอัพที่มีคนเบียดเสียดเยียดยัดอยู่เต็มกระบะหลัง มีทั้งข้าวของเครื่องใช้ ไม่ต่างอะไรกับคาราวานคนจน ที่หมุนเวียนขึ้น-ล่อง จากที่ราบสูงกับเมืองหลวงอยู่ชั่วนาตาปี

ทำให้ผมนึกถึงหนุ่มนักร้องอีสานคนนี้ ไผ่ พงศธร เจ้าของอัลบั้ม "ฝนรินในเมืองหลวง" เพราะคำร้องเพลงนี้สะท้อนภาพคาราวานคนจนได้ดีทีเดียว "หน่อแนวอีสาน มาหางานทำในเมืองหลวง เสี่ยงโชคเดินตามดวง เหมือนแมงระงำบินตำแสงไฟ บ้างก็โชคดีมีงานทำ ได้เงินกลับไป บางคนสู้จนแพ้พ่าย เมือบ่ได้อยู่ไม่มีหวัง.."

pai in ubon 01pai in ubon 02

นอกจากเพลง "ฝนรินในเมืองหลวง" ในชุดนี้เพลงที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ทางภาคอีสานก็มีหลายเพลง อาทิ "ยืมหน้ามาเข้าฝัน" และ "หัวใจไม้ลำปอ" "คือภาพที่เห็น จากพี่น้องบ้านเฮา เหมือนหนังขายยาเรื่องเศร้า ฉายภาพเก่าซ้ำเดิมอีกครั้ง ข้อยก็หนึ่งคนที่ติดวังวน เหมือนปลาหลงวัง คึดฮอดบ้านเฮาหวั่งๆ เมื่อยามฝนหลั่งรินในเมืองหลวง" ท่อนแยกของเพลงนำอัลบั้มของไผ่ พงศธร ที่แต่งโดย วสุ ห้าวหาญ ได้ฉายภาพชัด และบ่อยครั้งที่ "ความจน" ของคนอีสานถูกนำมาขายในตลาดการเมือง

เหมือนภาพที่เห็นคนอีสานห้อมล้อมนักการเมืองใหญ่ คนแล้วคนเล่า ไม่ต่างอะไรกับหนังน้ำเน่าที่ฉายเรื่องเก่าซ้ำเดิมอีกครั้ง นักการเมืองผ่านมาแล้วก็จากไป แต่คนอีสานก็ยังจมปลักอยู่ในกับดักความยากจน เหมือนหลายสิบปีที่ผ่านมา ฟังเพลงหมอไผ่แล้ว กะคึดเห็นละครการเมืองเรื่อง "น้ำตาคางคก" ยางหัวบ่ตก กะบ่ได้สำนึกพี่น้องเอ้ย!

pai in ubon 03pai in ubon 04

ไผ่ พงศธร เป็นนักร้องผู้ที่สู้ชีวิตเหมือนนักร้องลูกทุ่งคนอื่นๆ เนื่องจากในวัยเด็กเกิดในครอบครัวที่ยากจน ต้องออกไปหางานทำตั้งแต่ยังเรียนอยู่ เนื่องจากเสียคุณพ่อไป จึงต้องหาเงินมาเรียนด้วยตนเอง โดยการไปรับจ้างแบกเครื่องเสียง เป็นหางเครื่อง เป็นหนุ่มโรงงาน และงานรำวง หมอลำ และรำขอข้าว พอจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก็จำเป็นเดินทางมาทำงานในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากไม่สามารถเรียนต่อได้ โดยเข้ามาเป็นลูกมือที่ร้านของพี่สาว หลังจากนั้นได้พบกับ คุณหยก ลูกหยี (จิตรชัย ภาวังคาม) ได้เข้ามาพบ และเห็นว่าพอที่จะทำงานออกอัลบั้มได้ จึงได้ส่งไปบันทึกเสียงเพลงตัวอย่าง (เดโม่) ส่งให้ ครูสลา คุณวุฒิ ฟัง ซึ่งต่อมาครูสลาได้เรียกเข้าไปบันทึกเสียง และออกอัลบั้มที่ ค่ายแกรมมี่ โกลด์

เด็กหนุ่มจากบ้านสร้างแต้ เดินทางเข้ากรุงเทพฯ มาอยู่กับพี่สาวขายลาบอยู่แถวราษฎร์บูรณะ ช่วงนั้นก็ตระเวนเสี่ยงโชคบนเวทีประกวดร้องเพลง ก่อนที่จะได้เซ็นสัญญาเป็นนักร้องในสังกัดแกรมมี่โกลด์ก็ใช้เวลานานกว่า 5 ปี กับงานชุด "ฝนรินในเมืองหลวง" โดยมีเพลงที่ได้รับความนิยมอยู่ทางภาคอีสานก็มีหลายเพลง เช่น "ยืมหน้ามาเข้าฝัน" และ "หัวใจไม้ลำปอ"

pai 12

“ก็ระยะเวลากว่าจะมาถึงวันนี้เกือบ 10 ปี ก่อนหน้านี้ผมอยู่ในวงหมอลำ "ทรัพย์พิณทอง” แต่ไม่ค่อยมีงาน เจ้าภาพเขาจ้างแต่วงใหญ่ เราเป็นวงเล็ก สมาชิกในวงส่วนมากเป็นนักเรียน พองานไม่มีก็คิดกันว่าทำยังไงจะหาเงินมาจ่ายค่าเทอม ก็เลยรวมกันประมาณ 20 คน ตั้งเป็นวง “หมอลำขอข้าว“ มีคีย์บอร์ด กับแคน รับร้องเพลงทั่วไปแลกกับข้าวสารพอ 3-4 วัน ไปขายทีได้เงิน 9,000 - 10,000 บาท หักค่าน้ำมัน ค่ากินค่าอยู่ แล้วมาแบ่งเงินกันได้เท่าๆ กัน เหลือประมาณ 300-400 บาท

pai in ubon 05pai in ubon 06

เข้ามาอยู่ที่แกรมมี่โกลด์ได้เพราะไปหา อาจารย์สมพร แถวโชคชัย 4 เขาถามว่า "ร้องเพลงเป็นไหม?" ผมร้องเพลงสารคามให้เขาฟังทำเป็นเดโมออกมา พอดีพี่หยก ลูกหยี ที่อยู่ในวงการเขาไปร่วมออกค่ายวรรณกรรมของครูสลา ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ครูสลาก็ให้มาร้องที่แกรมมี่ รออยู่ 5 - 6 เดือน" ไผ่ บอกที่มาของเขาก่อนจะเป็นดาวรุ่งที่กำลังจรัสแสงในวงการเพลง

ช่วงนั้นเขาเล่าว่าเป็นช่วงที่ชีวิตลำบากถึงขั้นสุด บางวันมีเงินรวมกันแล้วได้แค่ 5-10 บาท ต้องเอาเงินซื้อข้าวเปล่า มาหนึ่งถุง และขอน้ำปลาจากร้านที่ซื้อข้าวมากิน บางครั้งถึงขนาดไม่ได้กินข้าว 2 วัน เพราะไม่มีเงินซื้อ บางครั้งที่ไม่มีเงินจริงๆ ก็ออกเดินดูตามตู้โทรศัพท์สาธารณะ เพื่อดูว่ามีเงินที่ค้างอยู่ตามช่องคืนเหรียญบ้างหรือเปล่า ชีวิตเป็นแบบนี้อยู่นานเหมือนกัน เคยท้อหลายครั้ง

pai in mumshowบนเส้นทางลูกทุ่งสายนี้ยังมีที่ว่างให้คนรุ่นใหม่เสมอ หากตั้งใจทำงานให้มีคุณภาพ นักร้องคนอื่นๆ ก็มีโอกาสเป็นดาวรุ่ง หรือได้ก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าอย่างเช่นรุ่นพี่ๆ หากไม่มีเหตุการณ์ร้ายใดๆ มาสกัดดาวรุ่งเหล่านี้เสียก่อน

รายการ “หม่ำโชว์” เมื่อวันเสาร์ ที่ 7 เมษายน 2550 ที่ผ่านมา พิธีกรสาวสวยสุดเซ็กซี่ เจนนี่ เจนสุดา ปานโต ที่มาร่วมสร้างความสนุกสนานกับพิธีกรอารมณ์ดีหม่ำ จ๊กมก ซึ่งรับรองว่าได้ฮากระจายแน่นอน เมื่อมีนักร้องลูกทุ่งหน้าใหม่เจ้าของเพลงฮิต “ขอยืมหน้ามาเข้าฝัน” ไผ่ พงศธร มาเป็นแขกรับเชิญ ที่สำคัญยังเป็นคนยโสธรบ้านเดียวกับ หม่ำ อีกต่างหาก พอเจอหน้ากัน ทั้งพิธีกรและแขกรับเชิญก็เปิดฉากเว้าอีสานกัน อย่างออกรสออกชาติเลยทีเดียว นับเป็นนักร้องที่พิธีกรหม่ำเชียร์เป็นพิเศษ เพราะมีชีวิตที่คล้ายกับตัวเองที่เดินมาตามหาฝันที่กรุงเทพ ซึ่งกว่าจะก้าวมาเป็นนักร้องได้ต้องผ่านความยากลำบากมากมาย

แต่ที่ฮาแบบสุดๆ ก็ตอนที่หนุ่มไผ่โชว์ลีลาการตำส้มตำปลาร้า ทำเอาสาวเจนนี่ถึงกับกลืนน้ำลายหลายอึก เพราะกลิ่นปลาร้าสุดรัญจวนใจ พอตำเสร็จสาวเจนนี่รีบขอชิมทันที ความแซ่บยังไม่หมดเพียงเท่านี้ หนุ่มไผ่ยังได้นำแจ่วบองของฝากจากยโสธรมาฝากทุกคน โดยเปิดวงเปิบกันกลางเวทีอย่างสนุกสนาน ทำเอาทีมงานและผู้ชมในสตูดิโอแอบกลืนน้ำลายกันเป็นแถว นี่ล่ะคนอีสานขนานแท้

pai 02

ไผ่ พงศธร เจ้าของงานเพลงล่าสุด "หมอนขาด สาดผืนเก่า" และกำลังมีงานละคร นายฮ้อยทมิฬ ช่อง 7 อยู่ตอนนี้ ซึ่งแม้ ไผ่ จะโด่งดังไปไกล แต่เขาก็ยังไม่ลืมรากเหง้าที่เคยมาจากดิน ยังทำตัวง่ายๆ กินที่ไหนก็ได้ นอนที่ไหนก็ไม่บ่น ล่าสุดแวะทานข้าวที่ศาลาพักผู้โดยสารริมทางสายศรีสะเกษ-อุบลราชธานี กับแม่ที่อุตส่าห์หอบหิ้วกับข้าวบ้านๆ มาต้อนลูกชายได้หายหิว ก่อนเดินทางไปพบปะแฟนเพลงต่อไป

pai no11
ติดตามความเคลื่อนไหวของไผ่ พงศธร ได้ทาง Facebook ครับ

นอกจากจะทำหน้าที่ร้องเพลงส่งความสุขให้กับแฟนพลงแล้ว ยังแสวงหาอาชีพเสริมให้กับตัวเอง เช่นเดียวกับนักร้องคนอื่นๆ อย่างพี่ไมค์ ภิรมย์พร, เอกราช สุวรรณภูมิ ก็มีอาชีพเสริมเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์ปลาร้าแซบ ส่วนไผ่ พงศธร นั้นก็หันมาทำ ธุรกิจกาแฟเพื่อสุขภาพ เสริมรายได้อีกทางเหมือนนักร้องรุ่นพี่อย่างอ้ายหำ ผู้ใหญ่บ้านเฉลิมพล มาลาคำ, แม่นกน้อย อุไรพร (เสียงอีสาน) เป็นต้น ใครสนใจก็ตามไปดูรายละเอียดเอาเอง (บ่มาลงโฆษณากับเฮา เอาแค่นี้น้อไผ่ บ่หว่ากันเด้อ)

pai 13

รางวัลด้านต่างๆ

  • สาขา การขับร้องเพลงดีเด่นด้านภาษาไทย ประเภท ชมเชยผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งชาย เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ปี 2552 จากเพลง แสงเดือนถามข่าวแสงดาวนำทาง ในอัลบั้มชุดที่ 4 อยากมีเธอเป็นแฟน ปี 2553 จากเพลง มีเธอจึงมีฝัน ในอัลบั้มชุดที่ 5 มีเธอจึงมีฝัน ปี 2557 จากเพลง ฝืนใจหน่อยได้ไหม ในอัลบั้มชุดที่ 8 ตั้งใจแต่ยังไปไม่ถึง
  • รางวัล ศิลปินทูตกีฬา ประจำปี 2551 สาขา ทูตกีฬาปิงปอง
  • รางวัล คนดีศรียโสธร มอบโดย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร
  • รางวัล ลูกกตัญญู ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ ประจำปี 2554 โดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ เข้ารับพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ
  • รางวัล เยาวชนดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2554 สาขา สื่อมวลชนเพื่อเด็กและเยาวชนที่ป้องกันปัญหาสังคม โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ เข้ารับพระราชทานโล่เกียรติคุณ และเกียรติบัตร จากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
  • รางวัล ศิลปินผู้ที่บำเพ็ญประโยชน์ ประจำปี 2557 จากคุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม

ทบ.2 ลูกอีสาน - ไผ่ พงศธ

นอกจาก ไผ่ พงศธร จะเสียงดีแล้ว ยังมีความสามารถด้านการแสดงอีกด้วย ซึ่งในปี 2561 ไผ่ ได้ร่วมแสดงละครกับ ต่าย อรทัย ดาบคำ ซึ่งแฟนๆ ยกให้เป็นคู่จิ้นในใจไปแล้ว ก็เรียกว่าทำเอาแฟนๆ ฟินกันเป็นแถว และล่าสุดกับละครเรื่อง มงกุฎดอกหญ้า ที่ร่วมแสดงกับคู่จิ้นอีกครั้ง

มีข่าวว่า ไผ่ กับ ต่าย อรทัย คบกันอยู่?

“จริงๆ มันเป็นความรู้สึกของมุมมองของแต่ละคนมากกว่า อันนี้ต้องขอบคุณ แล้วก็ยินดีที่เราสองคนทำให้ทุกคนที่ชื่นชอบเรามีความสุข จริงๆ แล้วผมกับพี่ต่ายเป็นเพื่อนร่วมงาน เป็นพี่น้องกัน ชอบในลักษณะเดียวกัน เช่นชอบเล่นกีฬา มีเรื่องอะไรก็จะปรึกษากัน และที่สำคัญพี่ต่ายก็เป็นไอดอลผม

ผมชอบที่เค้าดำเนินชีวิตเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้องๆ เราก็ดูวิธีการทำงานของเค้า ซึ่งเราชื่นชอบผลงานของเค้าอยู่แล้วครับ หลายคนจะมองว่าเราเป็นคู่จิ้นกัน เราเป็นคู่รักกัน ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิด คนไม่มองก็ไม่ผิด คนมองก็ไม่ผิด ถ้ามีความสุขเรายินดี”

เอาจริงๆ ลุ้นขึ้นมั้ย?

“ผมว่าเรื่องอนาคตข้างหน้ามันก็มองไม่ออกว่ามันจะเป็นอะไร แต่อย่างตอนนี้พี่ต่ายเป็นคนที่ผมชื่นชอบเรื่องของบทเพลง แล้วก็วิธีการทำงานของเค้า การรักษามาตรฐานของเค้า ซึ่งอยากจะบอกว่า เค้าเป็นนักร้องหญิงคนหนึ่งที่มีมาตรฐานในการดูแลชีวิตสูงมากๆ เราก็นำเอามาใช้กับตัวเราเองด้วย”

pai tai

แต่เชื่อว่าหลายๆ คนก็ยังรอเห็นไผ่เปิดตัวแฟน?

“เดี๋ยวจะบอกครับ ไม่นานหรอกครับ อายุขนาดนี้แล้ว ก็คงอีกไม่นานจริงมั้ย มันปฏิเสธไม่ได้หรอก แฟนเพลงเค้ายังมีครอบครัว เราก็ต้องมีครอบครัว”

หรือจะบอกว่า "ข่าวคู่จิ้น" คือการตั้งใจโปรโมท จนนำไปสู่การทำอัลบั้มใหม่ล่าสุด ชุด มิตรภาพ ที่ออกคู่กันระหว่าง ไผ่ พงศธร และ ต่าย อรทัย นั้นเอง

หึย - ไผ่ พงศธร - ต่าย อรทัย (อัลบั้ม มิตรภาพ)

 

redline

backled1

 

mp3

Fon Tanasuntorn4

ฝน ธนสุนทร

ฝน ธนสุนทร เป็นนักร้องหญิงร่วมสมัย ที่ร้องเพลงได้ดีทั้งแนวลูกทุ่งและแนวป็อป เธอเริ่มอาชีพ ในวงการเพลงด้วยการร้องเพลงแนวป็อป แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่เมื่อหันมาจับแนวลูกทุ่ง กลับได้รับความนิยมจนถึงขีดสูงสุด เธอมีผลงานเพลงออกมาเป็นระยะ และได้รับความนิยมจากแฟนเพลงตลอดมา อาจารย์ชลธี ธารทอง นักแต่งเพลงลูกทุ่งชื่อดัง ที่ปั้นนักร้องลูกทุ่งประดับวงการมากมาย ยกย่องเธอว่าเป็น 1 ใน 4 นักร้องลูกทุ่งหญิงทีมีมาตรฐานสมบูรณ์แบบ เช่นเดียวกับ ผ่องศรี วรนุช , พุ่มพวง ดวงจันทร์ และ สุนารี ราชสีมา

Fon Tanasuntorn6ฝน ธนสุนทร มีชื่อจริงว่า เตือนใจ ศรีสุนทร เกิดเมื่อ 29 มิถุนายน 2517 อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ในครอบครัวยากจนที่มีสมาชิกมากถึง 10 คน โดยพ่อถีบสามล้อ และแม่หาบของขาย เธอเป็นลูกคนโต และก็ได้ช่วยครอบครัวหารายได้ทุกทางที่พอจะทำได้ ระหว่างปี 2524-2529 เรียนชั้นประถมที่ โรงเรียนมุขมนตรี ช่วงปี 2531-2536 เรียนชั้นมัธยมที่ โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ฝนจบปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ จาก มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และจบปริญญาโท คณะรัฐประศาสนศาสตร์ จาก วิทยาลัยปทุมธานี

ฝน ธนสุนทร ซึ่งมีปู่เป็นผู้ฝึกฝนการร้องเพลงลูกทุ่ง เนื่องจากเคยเป็นนักร้องเชียร์รำวงเก่า เริ่มหารายได้จากการร้องเพลง ตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 2 เมื่อมีผู้ที่ชื่นชอบหน้าตาที่สะสวยของเธอ เข้ามาจีบ โดยนำเรื่องการว่าจ้างให้เธอไปร้องเพลงตามงานเลี้ยงต่างๆ มาเป็นข้ออ้าง แต่เสียงของเธอก็เป็นที่ยอมรับของคนที่ได้ฟัง ทำให้เธอมีงานมาเรื่อยๆ ในช่วงเดียวกันนั้นเธอเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง ด้วยการประกวดมิสทีนโอเล่ และได้ตำแหน่งมาครอง หลังจากนั้น จึงได้เป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณา "ลูกอมโอเล่"

ต่อมาสมัยเรียนชั้นมัธยมปีที่ 6 เธอได้รับเชิญให้ไปบันทึกเทปเพลงที่จัดทำขึ้นเพื่อฉลอง 100 ปีจังหวัดอุดรของทางจังหวัด โดยเธอได้ร้อง 3 เพลง คือ กราบเท้าพ่อหลวง, อุดรฯ มีของดี และเพลง 3 ส. โดยได้รับค่าเหนื่อยมา 500 บาท ซึ่งการทำงานในงานเพลงชุดนี้ ทำให้อาจารย์ปรีชา อรัญวารี นักจัดรายการวิทยุในสังกัดของบริษัท ชัวร์ออดิโอ ที่อุดรบ้านเกิด และได้ชักนำเธอเข้าสู่การเป็นนักร้องอาชีพเต็มตัว

ฝน ธนสุนทร ได้เซ็นสัญญาณเป็นเวลา 4 ปี กับบริษัท เคลฟเวอร์เอนเตอร์เทนเม้นท์ บริษัทในเครือของชัวร์ออดิโอ ที่เน้นทำเพลงแนวสตริง เนื่องจากทางต้นสังกัดเห็นว่า หน้าตาของเธอเหมาะกับแนวเพลงแบบนี้มากกว่า ซึ่งฝนก็ทำงานกับเพลงแนวนี้ได้ดี โดยมีผลงานเพลงออกมาในแนวป็อป 2 ชุด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 คือ "มุมหนึ่งของหัวใจ" และ "สายฝนแห่งความรัก" แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

บริษัทจึงตัดสินใจเปลี่ยนแนวเพลง มาให้เธอมาลองร้องเพลงลูกทุ่งตามแนวที่เธอถนัด โดยให้เริ่มร้องเพลงคู่กับ มนต์สิทธิ์ คำสร้อย และเกษม คมสันต์ ในชุด "เกี่ยวก้อย" ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากแฟนเพลงมากขึ้น จนในที่สุดก็มีผลงานเดี่ยวออกมาในปี พ.ศ. 2544 ชื่อ "ฮักอ้ายโจงโปง" ก่อนจะมาประสบความสำเร็จล้นหลามกับชุด "ใจอ่อน" ซึ่งนับตั้งแต่นั้น เธอก็ผลิตผลงานลูกทุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง จวบจนถึงปัจจุบัน และได้รับความสนใจจากแฟนเพลงมากมาย และทำให้เธอขึ้นมาอยู่ในแถวหน้าของวงการลูกทุ่งปัจจุบัน

Fon Tanasuntorn10ผลงานการแสดง

รับบทเป็น เพชรา เชาวราษฎร์ อดีตนางเอกชื่อดังของฟ้าเมืองไทย ในละครโทรทัศน์เรื่อง "มิตร ชัยบัญชา มายาชีวิต" ของ เจแอสแอล ทางช่อง7สี โดยประกบคู่กับ "กอล์ฟ พุฒิชัย อมาตยกุล" และ ละครเรื่อง ดาวจรัสฟ้า ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รับบทเป็น ฟ้า คู่กับ ปอ ทฤษฎี

รางวัล

  • นักร้องลูกทุ่งหญิงยอดเยี่ยม รางวัล "มาลัยทอง" ปี 2543 จากอัลบั้ม "ใจอ่อน" จากการจัดของวิทยุลูกทุ่ง F.M. 95 เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2544
  • รางวัล “เปรียว อะวอร์ดส์” จากนิตยสาร “เปรียว” เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2544
  • ผู้ขับร้องเพลงลูกทุ่งหญิงยอดเยี่ยม รางวัล "พระพิฆเนศทองพระราชทาน" ครั้งที่ 5 29 กรกฎาคม 2545
  • นักร้องลูกทุ่งหญิงยอดนิยม รางวัล "มาลัยทอง" ปี 2545 จากเพลง “ขอใช้สิทธิ์” จากการจัดของวิทยุลูกทุ่ง F.M. 95
  • ศิลปินส่งเสริมพระพุทธศาสนา จากกรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา ปี 2547
  • รางวัลชนะเลิศการขับร้องดีเด่นด้านภาษาไทย ประเภทเพลงไทยลูกทุ่ง เพลง “รักฉันแล้วรักใครไม่ได้” จากโครงการ “เพชรในเพลง” ครั้งที่ 2 จัดโดยสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร เนื่องในโอกาสวันภาษาไทยแห่งชาติ (29 ก.ค.2548 )
  • ได้เป็น"ลูกดีเด่น" จากสภาสังคมสงเคราะห์ เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ปี 2548 เมื่อ 12 ส.ค. 2548
  • นักร้องลูกทุ่งหญิงยอดเยี่ยม รางวัล "มาลัยทอง" ปี 2548 จากอัลบั้ม "ค่อยๆ ปล่อยมือ" จากการจัดของวิทยุลูกทุ่ง F.M. 95 เมื่อ 22 ม.ค. 2549
  • รางวัล นักร้องหญิงยอดนิยม สตาร์ เอนเตอร์เทนเมนท์ อะวอร์ดส์ 2006 (ประกาศเมื่อ 12 มี.ค. 2550)
  • รางวัล “ผู้ขับร้องเพลงไทยถูกหลักภาษาไทย” จัดโดย โครงการอนุรักษ์ส่งเสริมภูมิปัญญาไทยร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา รับประทานรางวัลจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ณ พระตำหนักสวนกุหลาบ (28 มิ.ย.2550)
  • รางวัลชมเชยผลงานดีเด่นด้านภาษาไทย ประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งหญิง เพลง “ที่พึ่งสุดท้าย” จากโครงการ “เพชรในเพลง” จัดโดยสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร เนื่องในโอกาสวันภาษาไทยแห่งชาติ (29 ก.ค. 2550)
  • รางวัลพิเศษศิลปินส่งเสริมสังคมและวัฒนธรรมดีเด่น จากงานมหานครอวอร์ด ครั้งที่ ๔ จัดโดยสถานีวิทยุ อสมท. เอฟ.เอ็ม. ๙๕ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (14 มิ.ย.2551)
  • รางวัลชนะเลิศ ประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งหญิง เพลง “เพลงรักบ้านทุ่ง” จากกรมศิลปากร โครงการ “เพชรในเพลง” เนื่องในโอกาสวันภาษาไทยแห่งชาติ ( 29 ก.ค.2551)

Fon Tanasuntorn

ใครจะไปรู้ว่านักร้องสาวเสียงดี ฝน ธนสุนทร จะต้องมาพบเจอกับเรื่องที่ไม่เป็นอย่างที่ใจคิด กว่าจะมาเป็นนักร้องลูกทุกชั้นแถวหน้าในปัจจุบันนี้ เพราะเมื่อนับย้อนไป เมื่อครั้งที่นักร้องสาวเดินทางมาเสี่ยงโชคในเมืองหลวงใหม่ๆ ด้วยความหวังจะเป็นนักร้องลูกทุ่ง แต่เมื่อไม่เป็นดังหวัง เพราะผลงานชิ้นแรกกลับเป็นงานเพลงแนวสตริง ทำให้ไม่ได้รับการตอบรับจนเกือบเก็บกระเป๋ากลับบ้าน บอกตอนนั้นทั้งร้องไห้และเสียใจ ที่ทำความฝันไม่สำเร็จ แถมยังไม่สามารถหาเงิน ส่งไปจุนเจือทางบ้านได้

Fon Tanasuntorn8''ตอนนั้นฝนลำบากมากค่ะ ครอบครัวก็ลำบาก แม่หาบของขาย กำไรวันละ 60-70 บาท พ่อก็ขี่สามล้อได้วันละ 30-40 บาท แล้วที่บ้านอยู่กัน 9 คน ก่อนหน้านี้คุณปู่จะเป็นเสาหลักของบ้าน พอฝนโตมาสักหน่อยก็จะไปร้องเพลงตามงานต่างๆ ได้วันละ 400-500 บาท ก็ถือว่าเยอะก็ให้ที่บ้านใช้ได้พออยู่พอกิน จนคุณปู่เสียฝนก็กลายเป็นเสาหลักของบ้านต้องทำทุกอย่าง จนได้เข้ากรุงเทพฯ มาร้องเพลงเซ็นสัญญากับค่ายชัวร์ แต่ตอนนั้นเขาเห็นว่าฝนน่าจะออกเป็นแนวสตริง ก็เลยได้ออกมา 2 ชุด แต่ไม่ดังไม่มีใครรู้จักเลย ก็เริ่มท้อใจ ทางบริษัทก็ท้อ ตอนนั้นถึงขั้นจะฉีกสัญญาและก็จะกลับบ้าน สงสารพ่อแม่ที่ต้องรอเงินจากเรา เพราะฝนเป็นพี่สาวคนโต ต้องหาเงินเลี้ยงดูทางบ้าน บางคนก็ไม่เข้าใจหาว่าเราไม่ยอมส่งเงินให้พ่อแม่ เพราะคิดว่าเป็นนักร้องแล้วต้องมีเงิน ท้อมากจนกำลังตัดสินใจว่าจะกลับบ้าน แต่แล้วก็มีจุดเปลี่ยนในชีวิตที่ทำให้เราเป็น ฝน ธนสุนทร คือ มีงานปีใหม่ที่บริษัท ฝนก็ร้องเพลงของ พี่ผึ้ง - พุ่มพวง ทุกคนก็เลยเห็นว่าเราร้องเพลงนี้ได้ ก็เลยมาร้องเพลงแนวนี้จนถึงทุกวันนี้ค่ะ''

ยอมรับว่าชื่นชอบเพลงลูกทุ่งมาตั้งแต่เด็กๆ ''ค่ะ ฟังเพลงลูกทุ่ง ร้องเพลงลูกทุ่งมาตั้งแต่จำความได้''

สุดภูมิใจที่ตอนนี้ชีวิตตนเองและครอบครัวดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนหลายเท่า ''ก่อนหน้านี้ฝนเสียใจมากที่ปู่เลี้ยงเรามา แต่เราไม่มีโอกาสดูแลเพราะปู่เสียไปก่อน จนมาวันนี้ก็บอกกับตัวเองว่าจะดูแลพ่อแม่ให้ดีที่สุด ตอนนี้พ่อก็สบายๆอยู่บ้านหาปลา แม่ก็ไปงานทอดกฐิน ใช้ชีวิตมีความสุข ดีใจที่ทำให้ท่านสบาย อยากจะบอกลูกๆ ทุกคนที่มีโอกาสดูแลท่านอยู่ ก็อยากให้ทำเต็มที่ค่ะ เพราะพ่อแม่ไม่ได้อยู่กับเราไปตลอดชีวิต'' สำหรับการเปิดใจจุดพลิกผันของนักร้องสาวคนสวย ฝน ธนสุนทร

Fon Tanasuntorn3

Fon Tanasuntorn9ผลงานเพลง

  1. อัลบั้มฮักอ้ายโจงโปง (มี.ค. 44)
  2. อัลบั้มใจอ่อน (ก.ค. 43)
  3. อัลบั้มแอบรักเขา (มิ.ย. 44)
  4. อัลบั้มขอใช้สิทธิ์ (ก.ค. 45)
  5. อัลบั้มพี่ชายชั่วคราว (มิ.ย. 46)
  6. อัลบั้มแผลเป็นวันวาเลนไทน์ (ส.ค. 47)
  7. อัลบั้มรักหมดใจ (ส.ค. 47)
  8. อัลบั้มดาวประดับใจ (ก.ค. 48)
  9. อัลบั้มค่อยๆ ปล่อยมือ (พ.ย. 48)
  10. อัลบั้มฝน ฝากรัก (ส.ค.2549)
  11. อัลบั้มหัวใจฝากถาม (ธ.ค. 49)
  12. วีซีดี-ดีวีดี บันทึกภาพการแสดงสดคอนเสิร์ต "ฝน ธนสุนทร โชว์" ตอน "ร้อง... เต้น...เล่นละคร" (ก.ค. 50)
  13. อัลบั้ม ถึงเวลา...บอกรัก (ส.ค.50)
  14. อัลบั้ม เรียกที่รักได้มั้ย? (ม.ค. 2551)
  15. อัลบั้ม เป็นแฟนกันมะ (ก.ย. 2551)
  16. อัลบั้มเพลงประกอบละคร "ดาวจรัสฟ้า" ชุด 1, 2 (ต.ค. 2551)
  17. อัลบั้ม ฝนเลือกเอง (เม.ย. 52)
  18. อัลบั้ม รักนี้ไม่มีลืม ( ก.ย.52)

 

Fon Tanasuntorn11

ปีหลังๆ ที่ผ่านมาเรามักจะเห็นสาว ฝน ธนสุนทร บนหน้าจอทีวีในฐานะพิธีกร คอมเมนเตเตอร์มากกว่าการร้องเพลง จนทำให้บางคนเริ่มคิดว่า ฝน อาจจะเลิกร้องเพลงแล้วก็ได้ "ทุกคนจะคิดว่าฝนห่างหายจากวงการเพลง ไม่ได้หายนะคะ ยังร้องเพลงอยู่ จ้างงานได้นะคะ ยังร้องเพลงอยู่ และยังมีซิงเกิลออกมาเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่องเหมือนกัน

แต่ว่าอาจจะไม่ได้รับการโปรโมตมากมายนัก แล้วก็เหมือนกับกระแสแนวเพลงอินดี้มาแรง เราก็จะแบบเหมือนมีดรอปๆ ลงไปบ้างแต่เราก็ยังมีงานเพลงอยู่ตลอด แล้วก็ไปทัวร์คอนเสิร์ต รับงานอีเวนต์ก็ยังมีอยู่ตลอด ที่แฟนๆ เห็นเหมือนห่างหายไป อาจจะเป็นเพราะว่า เห็นฝนทางจอทีวีเยอะ เล่นละคร พิธีกร คอมเมนเตเตอร์ค่ะ"

แล้วกับอาการป่วยที่เคยบอกว่า เป็นโรคพุ่มพวงเป็นยังไงบ้าง?

"ตอนนั้นคือมันไม่เหมือนกับว่าเป็นโรคพุ่มพวงนะคะ คือจริงๆ แล้วเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง แต่เรายังไม่ถึงขั้นเป็นโรคพุ่มพวง มันเหมือนกับว่า เป็นการเริ่มต้น ถ้าไม่ดูแลตัวเองก็จะเป็นโรคพุ่มพวงแล้วนะ อันนี้มันคือจุดเริ่มต้นแล้วนะ เกือบจะก้าวเข้าไปมากกว่าค่ะ ตอนนี้พอรู้ตัวถ้าเราจะเป็นอย่างนั้น เราก็ดูแลตัวเอง ก็คือพูดแต่ปากไม่ได้ ต้องทำจริงๆ แล้วนะ ไม่หายขาดค่ะ มันเหมือนกับว่า พอเราอายุมากขึ้น ไอ้พวกเซลล์ต่างๆ มันก็อ่อนแอลง เป็นปกติอยู่แล้ว ยิ่งเราทำงานเยอะ ไม่ได้พักผ่อน กินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ มันก็จะรวมพลังกันทำร้ายเรา

Fon Tanasuntorn13

เพราะฉะนั้นเราก็ต้องดูแลตรงนี้ให้ดีที่สุด ให้ร่างกายเรากลับฟื้นขึ้นมาแข็งแรง ซึ่งตอนนี้ก็คือค่อนข้างแข็งแรงดีแล้ว แต่ถ้าคุณยังกลับไปทำแบบนั้นอีก มันก็จะมาอีกนะ เพราะเหมือนเซลล์เราเริ่มอ่อนแอลงบ้างแล้ว การรับงานต่างๆ ก็ต้องคำนึงด้วยนะคะ ต้องวางแผนให้ดีๆ ว่าเราจะเดินทางตอนไหนเมื่อไหร่ยังไง แล้วเราจะได้พักผ่อนให้เต็มที่ แล้วก็วางแผนว่านั่งรถไปหรือบินไป เราจะไม่เหนื่อยจนเกินไป ก็ถ้าจะมีงานซ้อน เราก็จะคำนวณว่าไหวมั้ย ถ้าไม่ไหวเราก็จะขออนุญาต รับแค่งานเดียว"

 

redline

backled1

 

mp3

dok or 01ดอกอ้อ ทุ่งทอง

ถ้ามีคนบอกว่า บุปผา บุญมี นักร้องสาวเสียงดี เป็นลูกหลานฅนเมืองอุบลราชธานี คงจะไม่มีใครรู้จักและนึกขึ้นได้ว่าเธอร้องเพลงอะไรกัน แต่ถ้าบอกว่า ดอกอ้อ ทุ่งทอง เจ้าของอัลบั๊ม อกหักวันแห่เทียน ก็อาจจะมีหลายๆ คนร้องอ๋อ เพราะในชุดนี้มีเพลงที่ไพเราะอยู่หลายเพลง โดยเฉพาะเพลง ข้อความในมือถือ เพลง อกหักวันแห่เทียน และเพลง เจ็บโตย้อนโฟร์วีล ก็ดังตามกันมา และนี่คือประวัติของเธอพอสังเขป

อัลบั๊มแรก อกหักวันแห่เทียน อยู่ในสังกัดของยักษ์ใหญ่ในวงการเพลงอย่าง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ซึ่งออกมาเมื่อปี 2546 ซึ่งดูแลทางด้านคำร้องและทำนองโดย อาจารย์สุดโก้ เจียรนัย และเรียบเรียงดนตรีโดย อาจารย์สวัสดิ์ สารคาม แนวเพลงของอัลบั้มนี้ออกมาในลูกทุ่งหมอลำอีสาน

เส้นทางชีวิตจากทุ่งนาสู่การเป็นนักร้อง

dok or 07 ชื่อจริง : นางสาวบุปผา  บุญมี
บ้านเกิด : บ้านเลขที่ 53 หมู่ที่ 1 บ้านโนนค้อ ตำบลโนนค้อ อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี
บิดา : นายสง่า  บุญมี (เสียชีวิตเมื่อปี 2546)
มารดา : นางสำราญ  บุญมี
พี่น้อง : มีพี่น้อง 5 คน เป็นคนโตของครอบครัว มีน้องสาว 2 คน  น้องชาย 2 คน
การศึกษา :
  • ระดับประถมศึกษา : โรงเรียนบ้านโนนค้อ ตำบลโนนค้อ อำเภอบุณฑริก
    จังหวัดอุบลราชธานี
  • ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น-ปลาย : โรงเรียนนาส่วงวิทยา อำเภอเดชอุดม
    จังหวัดอุบลราชธานี
  • ระดับอุดมศึกษา : สาขาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต

dog or toong thong album2

และล่าสุดกับอัลบั๊มชุดที่ 2 ของเธอ เบอร์โทรเจ้าชู้ โดยมีครูเพลงบ้านป่า ครูสลา คุณวุฒิ กับทีมงานที่ลงตัวมาร่วมสร้างสรรค์และเติมแต่ง พัฒนาการร้อง การลำเพื่อให้งานออกมาดีที่สุด และมีความตั้งใจที่จะสืบสานวัฒนธรรมของอีสานให้คงอยู่ต่อไป ทั้งเสียงร้องที่มีเอกลักษณ์ของหมอลำ ที่ปัจจุบันแทบจะหานักร้องรุ่นใหม่ที่มีความรัก และสนใจกับแนวเพลงลูกทุ่งหมอลำ

dok or 03แม้ว่าอัลบั้มชุดนี้คงความเป็นลูกทุ่งหมอลำ แต่ก็หลากหลายด้วยแนวเพลง และจังหวะไม่ว่าจะเป็น "เบอร์โทรเจ้าชู้" เป็นลำเพลินประยุกต์ จังหวะสนุก สะท้อนภาพชีวิตผู้คนในยุคมือถือ จากปลายปากกาของ ครูสลา คุณวุฒิ เป็นการบอกเล่าเรื่องราวชีวิตผู้ชายในสังคมปัจจุบันที่เที่ยวแจกจ่ายเบอร์โทรให้สาวๆ แบบไม่อั้น ซึ่งอาจจะไปตรงใจของผู้ฟังหรือแฟนเพลงหลายคนก็ได้ หรือบทเพลง "ขอยืนเคียงข้าง" เป็นลำเดินกาฬสินธุ์ ที่อยากให้ฟังกัน เนื่องจากเป็นบทเพลงที่คอยให้กำลังใจของคนรัก ที่จะสัญญาจะอยู่เคียงข้างฝากความรัก ความหวัง เหมือนดั่งหุ้นส่วนความฝัน พร้อมเติมพลังให้กันตลอดเวลาโดยฝีมือการแต่งของ ครูสลา คุณวุฒิ อีกเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีบทเพลงลูกทุ่งอีสานอย่างเพลง "ขายก้อยคอยอ้าย" บทเพลงที่พูดถึงความรัก ความผิดหวังที่เกิดขึ้นระหว่างแม่ค้าขายก้อยกับหนุ่มแท็กซี่ ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์ของนักแต่งเพลงรุ่นใหม่อย่าง วสุ ห้าวหาญ

งานเพลงชุดนี้ ยังเป็นงานเพลงที่มีความแตกต่าง และแต่งเติมสีสันของความเป็นลูกทุ่งหมอลำ และลูกทุ่งอีสานคงอยู่ตลอดไปแล้ว ครูสลา คุณวุฒิ  ในฐานะของผู้ดูแลการผลิต มีเจตนารมณ์ให้เด็กรุ่นใหม่ได้ฟังเพลงหมอลำ และอยากให้ศิลปินรุ่นใหม่ร่วมสืบสานวัฒนธรรมของอีสาน หวังว่า ดอกอ้อ ทุ่งทอง จะสามารถถ่ายทอดความเป็นนักร้องลูกทุ่งหมอลำผ่านกลอนลำได้อย่างไพเราะน่าฟัง และเป็นอีกหนึ่งศิลปินที่น่าจับตามอง

ดอกอ้อ ทุ่งทอง ได้ฝากขอบคุณเป็นพิเศษว่า "กราบขอบพระคุณครูเพลงทุกท่านที่คิดสรรหางานที่ดีที่สุดมาให้ พิเศษสุดขอบคุณครอบครัวพี่บ่าว ข้าวเหนียว พี่นรินทร์ ที่ช่วยดูแลทุกอย่างระหว่างการทำงาน ขอบคุณ อาจารย์ตี๋ใหญ่ (สันติ สืบพัฒนกุล) ที่ช่วยประสานงาน หากสิ่งใดที่เป็นความประทับใจจากงานชุดนี้ ดอกอ้อ ขออุทิศแด่พระคุณของ คุณพ่อ คุณแม่ และมอบตอบแทนพระคุณของแฟนเพลงทุกท่านค่ะ"

ดอกอ้อ ทุ่งทอง มีผลงานอัลบั้มคู่ร่วมกับน้องสาวที่เป็นนักร้องด้วยกัน คือ ก้านตอง ทุ่งเงิน สังกัดค่าย แกรมมี่โกลด์ ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ อีกด้วย

 dok or 04

ความสำเร็จด้านการศึกษา

ดอกอ้อ ทุ่งทอง เจ้าของซิงเกิ้ลล่าสุด "เมียเก่า" ศิลปินอีกคนที่ไม่ยอมทิ้งการเรียน ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลามากกว่าคนอื่นก็ตาม เนื่องด้วยอาชีพที่ต้องเดินสายมอบเสียงเพลง มอบความสุขให้กับแฟนเพลงทั่วประเทศแล้ว ก็ยังมานะ อดทน จนสามารถคว้าใบปริญญามาให้แม่ได้ชื่นใจจนสำเร็จ

ดอกอ้อ ทุ่งทอง บัณฑิตหมาดๆ สาขาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต ใช้เวลาร่ำเรียนจนสำเร็จการศึกษาด้วยกันทั้งหมด 4 ปีเต็ม ด้วยความมานะพยายาม ที่เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย จนประสบความสำเร็จในวันนี้ โดยในวันงานได้มี คุณแม่สำราญ พร้อมด้วยน้องก้านตอง ทุ่งเงิน และคนในครอบครัว ไปร่วมแสดงความยินดีกันอย่างอบอุ่น

dok or 05

"รู้สึกตื้นตัน ตื่นเต้น ดีใจมากค่ะ ที่เราสามารถเรียนจบแล้วนำใบปริญญามามอบให้แม่ได้ ขอบคุณทุกคนเลยทั้งแม่สำราญ น้องก้านตอง พี่น้องที่อบอุ่นของดอกอ้อ ทีมงานแกรมมี่ โกลด์ แฟนทีวี ที่มาร่วมแสดงความยินดีกับดอกอ้อในวันนี้ รู้สึกเป็นอีกหนึ่งหน้าที่ที่ลูกคนนี้ต้องทำให้แม่ แล้ววันนี้ก็ทำสำเร็จแล้ว ภูมิใจมากๆ ค่ะ

น้องมีผัวแล้ว - ดอกอ้อ ทุ่งทอง

ยังไง ดอกอ้อ อยากฝากถึงน้องๆ ทุกคน อยากให้ตั้งใจเรียนหนังสือ ทำหน้าที่ของลูก ของนักเรียน ของนักศึกษาให้ดีที่สุด ไม่อยากให้ทิ้งการเรียน ส่วนใครที่หลงผิดไปชั่วครู่ชั่วยาม ก็ให้ดูพี่ดอกอ้อเป็นแบบอย่างก็ได้นะคะ ว่าอายุเป็นเพียงแค่ตัวเลข การเรียนรู้สามารถทำได้ตลอดเวลา ไม่มีคำว่าสาย อยากให้ทุกคนสู้ๆ นะคะ" ดอกอ้อ ทุ่งทอง กล่าวทิ้งท้าย

รางวัลที่ได้รับ

  • รางวัลคนดีศรีอีสาน มอบโดย มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
  • รางวัลมหานครอวอร์ดส ครั้งที่ 9 ประจำปี 2555 สาขารางวัลศิลปินคู่หรือกลุ่มยอดนิยม ได้แก่ ดอกอ้อ ทุ่งทอง และ ก้านตอง ทุ่งเงิน จากอัลบั้มชุดพิเศษ สังกัดแกรมมี่โกลด์

อยากมีผัวใหม่ - ดอกอ้อ ทุ่งทอง

dok or 06

โปรเจคพิเศษ “น้องอินดี้ พี่หมอลำ” ซึ่ง “ดอกอ้อ” โคจรมาพบกับหนุ่มอินดี้ 300 ล้านวิว “บอย พนมไพร” เจ้าของเพลงฮิต “ทดเวลาบาดเจ็บ” กับผลงานเพลงใหม่ล่าสุด “ตะเว็นตกดิน” ศิลปิน “ดอกอ้อ ทุ่งทอง และ บอย พนมไพร” เพลงนี้เป็นอารมณ์ช้ำรักของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่พยายามทำใจให้ลืมรักที่แย่ๆ ซึ่งมีหนุ่มคนสนิทมาอยู่เคียงข้างคอยปลอบใจ หากยังรู้สึกไม่ดีขึ้นก็จะอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าตะวันจะตกดิน

เพลงนี้แต่งโดยนักแต่งเพลงฝีมือดีอย่าง “ปรีชา ปัดภัย” และเรียบเรียงดนตรีโดยนักเรียบเรียงพันล้านวิวอย่าง “จินนี่ ภูไท” ที่แม้ว่าสไตล์การร้องเพลงจะแตกต่างกัน แต่ทั้ง 2 คน ดอกอ้อและบอยก็สามารถถ่ายทอดเพลงนี้ออกมาได้ลงตัวสุดๆ และเพลงนี้ถ่ายทำมิวสิควีดีโอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ครั้งนี้ทีมงาน MV ดอกอ้อและบอยไปถ่ายทำกันที่เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น บรรยากาศการทำงานเป็นกันเอง ศิลปินและทีมงานพร้อมก็ลงมือถ่ายได้เลย เพราะอากาศดีและยังมีดวงตะวันที่ให้เราได้ภาพสวยงามตามเพลง “ตะเว็นตกดิน” อยากให้ได้รอติดตามชมไปพร้อมๆกันเร็วๆนี้

ตะเว็นตกดิน - ดอกอ้อ ทุ่งทอง - บอย พนมไพร

ดอกอ้อ ทุ่งทอง กล่าวว่า “ดีใจที่โปรเจคนี้ได้น้องบอยมาร้องเพลงคู่กันค่ะ เคยคิดไว้ว่าถ้ามีโอกาสก็อยากร้องเพลงคู่กับน้องสักครั้ง เพราะเป็นคนละสไตล์เราแนวหมอลำส่วนน้องแนวอินดี้ ร้องเพลงคู่กันคงเป็นอะไรที่น่ารักมากนะ แล้ววันนี้อ้อกับน้องบอยได้มาร้องด้วยกันแล้วจริงๆ และเป็นครั้งแรกของพวกเรา 2 คนที่ได้ร้องเพลงคู่กันด้วย อยากให้ทุกคนได้ลองฟังกันว่าเราจะถ่ายทอดบทเพลงนี้ออกมาได้ถูกใจแฟนๆหรือเปล่า ฝากไว้ด้วยนะคะ กับเพลง ตะเว็นตกดิน ของ ดอกอ้อ ทุ่งทอง ร้องคู่ บอย พนมไพร แล้วมาฟังม่วนๆนำกันเด้อจ้า”

ติดตามชีวิตและการแสดงของเธอได้ที่ Facebook : ดอกอ้อ ทุ่งทอง

 

redline

backled1

 

Loading...

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1

นโยบายความเป็นส่วนตัว Our Policy

ยินดีต้อนรับสู่ประตูอีสานบ้านเฮา เว็บไซต์ของเรา ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)