foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
ช่วงนี้ เศร้า หดหู่ วิตกกังวล สมองไม่แล่นจนไม่อยากเขียนบทความใดๆ เลยครับ สถานการณ์โรคระบาดจากพยาธิโควิดครั้งนี้รุนแรงมาก คนติดกันเยอะ ตายกันแยะเป็นใบไม้ร่วง แต่ก็ยังมีพวกที่เอาแต่สนุก เย้วๆ ไม่กลัวตาย ไม่กลัวการระบาด ไปมั่วสุมทั้งในแหล่งการพนัน โบก ไพ่ ไฮโล สนุกเกอร์ ตลอดจนการกินดื่มร่วมกันแบบไม่ระวังตัว จนระบาดกลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ สงสารคนเฒ่าคนแก่อยู่บ้านที่พลอยติดไปกับลูกหลานขี้ดื้อหลายเด้อพี่น้อง เป็นตาซังแท้สู 🙏🙏🙏😁

: Our Sponsor ::

adv200x300 2

: Facebook Likebox ::

: Administrator ::

mail webmaster

: My Web Site ::

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75

No. of Page View

paya supasit

ju juใจบ่โสดาด้วยเว้าแม่นกะเป็นผิด ใจบ่โสดาดอมเว้าดีกะเป็นฮ้าย

        ## แม้นไม่สบอารมณแล้วจะพูดอย่างไรก็ไม่มีทางถูกใจได้ @รักกันไว้เถิด ##

mp3

boonta 01

บุญตา เมืองใหม่

บุญตา เมืองใหม่ มีชื่อจริงว่า จำปี ขนทรัพย์  มีชื่อเล่นว่า กิ๊ก เกิดเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 25?? ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ 87/1 ม.2 บ้านนาหว้า ตำบลนาเสิน อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี  บิดาชื่อ นายสมบูรณ์ มารดาชื่อ นางพันธุ์ ขนทรัพย์ มีพี่น้อง  7 คน เป็นคนสุดท้อง จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  

boonta 02"ครอบครัวกิ๊ก เป็นคนจังหวัดอุบลฯ หรือที่เรียกกันว่าชาวอีสาน มีพ่อแม่และพี่น้องทั้งหมด 7 คนด้วยกัน กิ๊กเป็นน้องคนสุดท้อง ความเป็นอยู่ของที่บ้านจะไม่รู้จักการซื้อของที่นอกเหนือจากของใช้จำเป็น เพราะเราก็ไม่ได้มีเงินทองมาก ใช้ชีวิตตามประสาคนบ้านนอกทั่วไป หาของกินจากของพื้นบ้าน จึงไม่ต้องใช้เงินมากนัก จนเราไม่คิดฝันว่าอยากได้โน่นได้นี่ อยากเป็นโน่นเป็นนี่ และถึงอยากจะได้ ก็ไม่สามารถที่จะได้อยู่ดี แม้กระทั่งเรื่องเรียนเราก็อยากที่จะเรียนต่อให้สูงๆ แต่ก็ไม่ได้เรียนเพราะที่บ้านไม่มีเงิน"

บุญตา เล่าถึงการเข้ามาเป็นนักร้องของเธอในวันนี้ว่า เมื่อเรียนจบป.6 ด้วยความเชื่อของแม่ที่ว่าเรายังไม่มีเงินเรียน หากเราทำงาน พอมีเงินแล้วจะกลับมาเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ จากที่เธอใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติมานาน ไม่มีเงินก็อยู่ได้หากขยันทำมาหากิน เธอจึงไม่มีความทะเยอทะยานอยากจะเรียนสูงๆ เป็นใหญ่เป็นโต และความคิดแบบเด็กๆ ที่ว่าเป็นลูกนกเมื่อโตแล้วก็ต้องบินออกไปหากินในต่างถิ่น เธอจึงยอมจากบ้านมา

“ตอนนั้นเพิ่งเรียนจบ ป. 6 พี่สาวที่เป็นหางเครื่องอยู่วงดนตรี เฉลิมพล มาลาคำ ก็มาชวนบุญตา และก็พี่สาวอีกคนไปเป็นหางเครื่องด้วยกัน ตอนแรกเรายังไม่อยากไป อยากเรียน แต่แม่บอกให้มาทำงานดีกว่า เพราะเรียนจบออกมาก็ไม่รู้จะทำอะไร ก็เลยตัดสินใจมาเป็นหางเครื่อง”

เป็นเพราะต้องออกจากโรงเรียนเพื่อทำงาน ตอนนั้นเป็นหางเครื่องให้กับ พี่มนต์สิทธิ์ คำสร้อย ก็เป็นวงของทางชัวร์ฯ น่ะค่ะ เต้นจนได้กระเถิบมาเป็นนักร้องในวง ..

บุญตา เมืองใหม่ นักร้องลูกทุ่งสาวเสียงดี จากอำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี ในสังกัดค่ายเพลงชัวร์ ออดิโอ ได้ฝากผลงานไว้แล้วหลายชุดตั้งแต่อัลบั๊มรวม ชัวร์ชะชะช่า 1-6, จดหมายรักจากชัวร์ และอัลบั๊มเดี๋ยวอัลบั๊มแรก จำไว้นะ เป็นที่รู้จักในหมู่แฟนเพลงลูกทุ่ง แต่พึ่งมาดังเปรี๊ยงปร๊างในอัลบั๊มที่ 2 ชุด คนดีที่อ้ายบ่ฮัก

boonta 03"จะว่า กิ๊ก เป็นนักร้องน้องใหม่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว เพราะก่อนหน้านี้ก็มีผลงานร่วมกับพี่ๆ ในชัวร์มาแล้วหลายอัลบั้มด้วยกัน ตั้งแต่ ชัวร์ชะชะช่าชุด 1-6 และอัลบั้ม จดหมายรักจากชัวร์ ทุกชุดก็จะเป็นการร้องหมู่หลายๆ คนก็ยังถือว่าไม่เต็มตัวเท่าไรนักกับการเป็นนักร้อง ยังไม่เป็นที่รู้จักของแฟนเพลงมากนัก สำหรับการเป็นนักร้องเดี่ยวแบบเต็มตัวในผลงานล่าสุดชุด คนดีที่อ้ายบ่ฮัก นี้ ก็ยังถือว่ายังเป็นน้องใหม่อยู่ค่ะ แต่ก็มีแฟนเพลงรู้จักมากยิ่งขึ้น" บุญตา เมืองใหม่พูดถึงการทำงานในค่ายชัวร์ ออดิโอ

นับว่าโชคดีกว่าคนอีกหลายๆ คนที่เขาใฝ่ฝันอยากเป็นนักร้องแต่ก็ยังไม่ได้โอกาสสักที จากเด็กท้องนามาสู่ฝัน เท่านี้ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีมากแล้ว "เพราะตัวกิ๊กเองไม่เคยวาดฝันมาก่อนเลยว่าจะเป็นนักร้อง แม้จะคลุกคลีอยู่ในวงดนตรี แต่เมื่อวันหนึ่งทางชัวร์ฯยื่นโอกาสมาให้ ตอนนั้นคิดว่าอย่างน้อยก็ขอเพียงได้ลองทำดู จนมาถึงวันนี้ก็ได้มีอัลบั้มเป็นของตัวเอง กิ๊กว่าคนเราอย่าไปคิดว่าจะต้องได้ทุกอย่างตามที่คิดไว้ เพราะนั่นคือการตีกรอบให้ตัวเองและถ้าไม่ได้ก็จะรู้สึกแย่ จริงอยู่ว่าคนเราควรคิดฝันไว้ แต่ควรจะให้ความฝันนั้นเป็นเป้าหมายชีวิตให้เราเดินดีกว่าเป็นการคาดหวัง และหากต้องพลาดจากสิ่งที่คิดหรือฝันไว้ ก็ให้มองในสิ่งที่เราได้ลงมือทำไปนั้น

อย่างน้อยๆ เราก็ได้อะไรกลับมาแล้ว เท่านี้เราก็จะสบายใจ อาจเป็นเพราะ กิ๊ก เองตั้งแต่เล็กจนโตมามักไม่ค่อยจะสมหวังในสิ่งที่ตั้งใจ หรือได้อะไรมาง่ายๆ ด้วยความเป็นอยู่ของครอบครัว ทำให้เรามีความคิดแบบนี้เป็นกำลังใจให้ตัวเอง ก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์นะคะหากใครจะนำไปความคิดนี้ไปใช้บ้าง ยินดีค่ะ"

"ครอบครัว กิ๊ก มีความเป็นอยู่ของที่บ้านจะไม่รู้จักการซื้อของ ที่นอกเหนือจากของใช้จำเป็น เพราะเราก็ไม่ได้มีเงินทองมาก ใช้ชีวิตตามประสาคนบ้านนอกทั่วไป หาของกินจากของพื้นบ้าน จึงไม่ต้องใช้เงินมากนักจนเราไม่คิดฝันว่าอยากได้โน่นได้นี่ อยากเป็นโน่นเป็นนี่ และถึงอยากจะได้ก็ไม่สามารถที่จะได้อยู่ดี แม้กระทั่งเรื่องเรียนเราก็อยากที่จะเรียนต่อให้สูงๆ แต่ก็ไม่ได้เรียนเพราะที่บ้านไม่มีเงิน"

boonta 07

บุญตา เล่าถึงการเข้ามาเป็นนักร้องของเธอในวันนี้ว่า "เป็นเพราะต้องออกจากโรงเรียนเพื่อทำงาน ตอนนั้นเป็นหางเครื่องให้กับ พี่มนต์สิทธิ์ คำสร้อย ก็เป็นวงของทางชัวร์ฯ น่ะค่ะ เต้นจนได้กระเถิบมาเป็นนักร้องในวง ตรงนี้ทำให้ได้รับการชักชวนให้เข้ามาเป็นนักร้องในสังกัด ชัวร์ออดิโอ แต่ก็ต้องฝ่าฟันกับอุปสรรคพอสมควร กว่าจะได้เป็นนักร้องในชุดแรก ชัวร์ชะชะช่า 1-2 จึงทำให้ไม่คิดท้อกับการยังไม่มีอัลบั้มเดี่ยว เพราะเราสู้มาได้ขนาดนี้แล้ว จะรอและสู้อีกนิดคงไม่เสียหายอะไร เพราะอย่างน้อยตอนนี้ก็ทำให้ความเป็นอยู่ของที่บ้านดีขึ้น"

อย่างนี้เงินที่หามาได้ให้ที่บ้านหมดเลยหรือเปล่า "ไม่ค่ะ กิ๊กจะเป็นคนเก็บและบริหารเงินเอง แต่จะส่งไปให้ทางบ้าน หรือทางบ้านมีเรื่องอะไรก็จะบอกเรามาอีกที ซึ่ง กิ๊ก จะบอกกับพ่อและแม่เสมอว่าจะไม่ให้เขาลำบากเหมือนแต่ก่อน ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องฟุ่มเฟือย ทุกอย่างที่ซื้อที่ใช้เงินต้องจำเป็น เพราะเราไม่อยากกลับไปลำบากอีก" ได้ฟังความคิดความอ่านของเธอแล้ว สัมผัสได้ถึงความเป็นผู้ใหญ่ที่ดูออกจะเกินตัว และเกินอายุไปสักนิด ทำให้เห็นแง่มุมของเส้นทางชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ได้สอนให้เป็นคนเข้มแข็งอดทนต่อปัญหาอย่างที่เธอคนนี้เป็น

คนดีที่อ้ายบ่ฮัก อัลบั๊มชุดที่ 2 ของ บุญตา เมืองใหม่

boonta 05boonta2vcd

แนวเพลงลูกทุ่งอีสานที่มีเพลงรักหลากหลายอารมณ์ ทั้งตัดพ้อ ต่อว่า อกหัก ช้ำรัก หรือความผูกพันระหว่างแม่กับลูก ซึ่งได้นำเอาวิถีชีวิตของคนอีสานมานำเสนอในรูปแบบที่แตกต่างกัน ในเพลงช้าๆ เศร้าๆ อย่างเพลง คนดีที่อ้ายบ่ฮัก , สาวศรีเมืองใหม่ , หอมกลิ่นข้าวจี่ เพลงจังหวะสนุกๆ อย่างเพลง แถมให้ก็บ่เอา และ สวย 199

คนดีที่อ้ายบ่ฮัก - บุญตา เมืองใหม่

ล่าสุด ''บุญตา เมืองใหม่'' ได้ฤกษ์เดินเครื่องปล่อยผลงานเพลงใหม่ในรอบ 4 ปี ประเดิมกับเพลง ''มีคนร้องไห้ยามอ้ายกอดเขา'' จากปลายปากกาของ ''สมชาย ตรุพิมาย'' นักแต่งเพลงคลื่นลูกใหม่มาแรง กับค่ายเดิม "ชัวร์ ออดิโอ"

ทั้งนี้ บุญตา ยอมรับว่า รู้สึกดีใจมากที่พี่เปิ้ลยังรักและเมตตาให้ตนกลับมาร่วมงานด้วยอีกครั้ง บรรยากาศในการทำงาน ยังอบอุ่นไม่เปลี่ยนแปลง มองตาแล้วรู้ใจ ไม่ต้องพูดคุยกันมาก ก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานให้ไหลลื่นได้

''เป็นเพลงแรกในรอบ 4 ปี และเป็นเพลงแรกที่กลับคืนค่ายชัวร์ฯ อีกครั้ง หลังจากแยกทางกันไปประมาณ 8-9 ปี ซึ่งระหว่างนั้นก็ไปทำเอง และอยู่ค่ายเล็กๆ ด้วย ที่กลับมาชัวร์อีกครั้ง เพราะว่าป๋าสมชาย ดินแดง ที่เป็นโบรกเกอร์จัดหางานศิลปิน ซึ่งป้อนงานให้มาโดยตลอด คุยเล่นคุยหัวกัน ทำนองว่ากลับมามั้ย เคยอยู่บ้านเดียวกัน ไม่อยากให้จากกันไปไหน ลองมาคุยกับพี่เปิ้ลอีกครั้งมั้ย เมื่อมาพูดคุยผู้ใหญ่ก็โอเค รู้สึกดีใจที่ได้กลับบ้านเก่า ที่ผ่านมาได้ไปเรียนรู้โลกภายนอก ทำให้โตขึ้นทั้งในเรื่องใน และนอกวงการ คิดว่าการกลับมาจะทำให้เราแข็งแกร่ง และเรียนรู้งานได้เยอะ ไม่ยากเกินความสามารถ ขอบคุณพี่เปิ้ลที่ให้โอกาสด้วย เหมือนมองตารู้ใจไม่ต้องคุยอะไรกันมาก

boonta 06

อยู่กับชัวร์ฯ มา 6-7 ปี เรียนรู้งานที่นี้ เกิดกับที่นี่ พี่เปิ้ลดูแลให้ความอบอุ่น อุ้มชูมาตั้งแต่แรก ทำให้บุญตาได้เป็นนักร้อง พอมานั่งพูดคุยเป็นเรื่องงาน เสียงเป็นอย่างไร นิสัยแบบไหน เพลงต้องแนวนี้นะถึงเหมาะกับเรา มีความสุขมาก เหมือนเด็กบ้านนอกที่ไม่ได้กลับบ้านเลย แล้วได้กลับบ้านมานั่งกินข้าวกับพี่กับน้อง ในบ้านหลังที่เราเคยอยู่อย่างอบอุ่น ช่วยสั่งสอนตั้งแต่ก้าวแรก บุญตารักงานตรงนี้ อยากให้แฟนเพลงช่วยอุ้มชูดูแลเราจนกว่าจะไม่มีแรงร้องแล้ว แอบหวังเล็กๆ อยากมียอดวิวมากๆ เหมือนคนอื่นๆ เขา อยากได้รางวัลเหมือนกับคนอื่นบ้าง แต่บุญตาเชื่อว่าถ้าเราตั้งใจทำให้ดีที่สุด ถ้ามีบุญวาสนาก็อาจจะพุ่ง หรือไม่ตกต่ำไปมากกว่านี้ ก็มีความสุขกับการรับใช้แฟนเพลงไปเรื่อย พอใจกับสิ่งที่ตนเองเป็นอยู่''

นักร้องลูกทุ่งสาวจากเมืองดอกบัว จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยอีกว่า ผลงานใหม่ป้ายแดงของตน เป็นเพลงลูกทุ่งอีสาน ท่วงทำนองช้าซึ้งปนเศร้า เนื้อหาสะท้อนเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีแฟนเจ้าชู้ ผู้ชายไปคบคนใหม่ ทั้งที่ยังไม่ได้เลิกกัน เป็นความรู้สึกที่ผู้หญิงพูดถึงผู้ชายที่ไปหลงผู้หญิงคนใหม่ ที่ไม่แคร์ความรู้สึกของผู้หญิงที่ยังคอย ร้องไห้ทุกวัน อยากให้เขารับรู้ถึงความรู้สึกเสียใจที่อัดแน่นอยู่ภายใน

อย่างไรก็ตาม บุญตา ยอมรับว่า การกลับมาสร้างสรรค์ผลงานอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ต้องเคาะสนิมพอสมควร นอกจากนี้ยังต้องปรับตัวกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แตกต่างจากเมื่อครั้งที่ตนแจ้งเกิดเป็นนักร้องค่ายชัวร์ฯ เมื่อหลายปีก่อน

''การกลับมาครั้งนี้ยอมรับว่า ต้องเคาะสนิมบ้าง แต่ไม่เยอะนะ การทำงานค่อนข้างยากนะ เพราะเป็นเพลงใหม่ ต้องมาสร้างใหม่ ทั้งอารมณ์การร้อง ห่างหายจากการเข้าห้องอัดพอสมควร ต้องขอบคุณอาจารย์ไพรัตน์ที่ช่วยสอน และแนะเทคนิคให้โดยตลอด ได้ทำงานกับคนรู้ใจ ยุคสมัยนี้แนวเพลง มีสื่อโซเชียลเข้ามา การแต่งตัวเปลี่ยนไปมาก ต้องปรับตัวใหม่พอสมควร การกลับมาครั้งนี้หวังอยากให้พี่น้องแฟนเพลงที่ติดตามผลงานเรามาตลอด เป็นเหมือนพี่เหมือนน้องได้มีความสุขไปพร้อมเรา เพราะเขาก็คาดหวังให้เราได้กลับมาร้องเพลงให้ฟังอีก คืออยากกลับมามอบความสุขให้เขา ถ้าทำตรงนี้ได้แล้วเชื่อว่าจะมีหลายๆ อย่างที่ดีตามมาเอง บุญตาเองก็อยากได้ความรักความเมตตาจากแฟนเพลงเหมือนเดิม บุญตา เมืองใหม่ ขอฝากเพลงใหม่ล่าสุด "มีคนร้องไห้ยามอ้ายกอดเขา" ให้พี่น้องแฟนเพลงได้มีความสุข กับการสร้างสรรค์ของค่ายชัวร์ฯ ด้วยนะคะ'' บุญตากล่าว

boonta 08 

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง Facebook : บุญตา เมืองใหม่

redline

backled1

 

mp3

daeng jittakon

แดง จิตรกร

แดง จิตกร ชื่อจริง คือ นายสมจิตร เกตุภูเขียว เกิดวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่บ้านศรีสุข ตตำบลศรีสุข อำเภอสีขมภู จังหวัดขอนแก่น จากครอบครัวชาวนาที่แสนยากแค้น ครอบครัวมีปัญหาเพราะพ่อแม่แยกทางกัน ตั้งแต่แดงอายุได้เพียง 2 ขวบ โดยทิ้งให้แดงผจญชะตากรรมอยู่กับยายเพียงลำพัง

หลังอายุได้ 13 ปี ต้องออกจากโรงเรียน จึงมีวุฒิแค่ประถมศึกษาปีที่ 4 เพราะยายอายุมากขึ้น บวกกับความยากจนหาเช้ากินค่ำ ต้องออกมารับจ้างทำนา โดยได้ส่วนแบ่งเป็นข้าวพอประทังชีวิตกับยาย อาหารหลักที่กินประจำคือ หน่อไม้ที่ต้องขึ้นไปหาบนภูเขา ต้องเดินทางไปกลับไกลกว่า 15 กิโลเมตร กุ้งฝอย หอยขม ปูนา ปลาสารพัดชนิด ซึ่งหายากเนื่องจากความแห้งแล้ง

ด้วยความที่ชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก เมื่อว่างจากการรับจ้างทำนาแล้ว จึงไปสมัครงานเป็น “คอนวอย” อยู่กับวงดนตรีชื่อ “ชุมแพคอมพิวเตอร์” มีหน้าที่ทำงานจิปาถะทุกอย่างตั้งแต่ ขนของขึ้นรถ ติดตั้งเวที ขนเครื่องเสียง ติดตั้งแสงไฟ ใครเรียกใช้เวลาใดก็ต้องทำ โดยได้ค่าแรงเพียงวันละ 50 บาทต่องาน แดงเป็นคอนวอยอยู่กับวงถึง 4 ปี จึงมีโอกาสจับไมโครโฟนร้องเพลง เพราะนักร้องประจำวงไม่สบาย แดงจึงได้ฝึกร้องเพลงและเล่นหมอลำอย่างจริงจังตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา เหมือนชะตาฟ้าลิขิตให้ได้เป็นนักร้อง

Daeng Jitakon 3

ข้อมูลจากปกเทปชุดหนึ่งของแดง จิตรกร กล่าวว่า "ชีวิตแดง จิตกร เริ่มดีขึ้น ส่งเงินให้ยายใช้เป็นประจำ ส่วนตัวเขาก็อยู่กับวง "ชุมแพคอมพิวเตอร์" จึงได้เป็นพระเอกหมอลำอย่างเต็มตัว วันหนึ่ง สุทัศน์ เอี่ยมชโลธร จาก บริษัท นิธิทัศน์โปรโมชั่น ต้องการนักร้องเข้าสังกัด และได้มาฟังแดงร้องเพลง จึงเกิดชอบในน้ำเสียงและชักชวนแดงมาทำเทป ซึ่งแดงดีใจมากที่ฝันของตนจะได้เป็นจริง สุทัศน์พาแดงเข้ากรุงเทพฯ และทำเทปชุดแรกให้กับแดงทันทีโดยมี อ๊อด คีรีบูน เป็นโปรดิวเซอร์ ชื่อชุด "ร.ป.ภ.หัวใจ" ซึ่งเป็นแนวลูกทุ่งอีสานที่แดงถนัด แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ"

แดง จิตกร ผิดหวังมากและเริ่มท้อ จึงเลิกร้องเพลงเพราะคิดว่าคงไม่มีโอกาสเป็นนักร้องที่โด่งดังได้ จึงหันไปทำงานก่อสร้างและไปอยู่กับเรือหาปลาถึง 2 ปี ต่อมาแดงได้เจอกับ ป๊อด บัณฑิต เอี่ยมสะอาด ได้นำแดงกลับมาทำเพลงอีกครั้งในสังกัด เคซีเอสกรุ๊ป และทำอัลบั้มชุดที่ 2-3-4 และชุดที่5 ชื่อ "พี่แดงคนเดิม" ถึงแม้อัลบั้มจะไม่โด่งดัง แต่แดงก็ยังรู้สึกที่ได้ทำเพลงที่ตนเองรักซึ่งช่วงนั้น เคซีเอส ทำเพลงและท็อปไลน์ ไดม่อนจัดจำหน่าย ว่ากันมา แดงได้เซ็นสัญญากับท็อปไลน์ ในช่วงนั้นไว้ แต่ยังไม่มีการทำเพลงเพราะยังไม่ได้จังหวะ และแดง จิตกร ก็ไม่ใช่นักร้องดังมาก่อน

dang jitหลังจากนั้น ป๊อด บัณฑิต ได้นำแดงมามอบให้ เสี่ยแบงค์ แห่งบริษัท ลาวัลย์การ์เมนท์ สกลนคร ซึ่ง ปัญญา คุณวุฒิ ได้เล่าให้ฟังว่า เสี่ยแบงค์ เจ้าของค่ายลาวัลย์เอนเตอร์เทนเมนท์ มีเพลงชุด "ลืมใจไว้อีสาน" ซึ่ง ครูสลา คุณวุฒิ กับ ปัญญา คุญวุฒิ ได้เตรียมไว้ให้ เอกชัย ศรีวิชัย เพื่อนของเสี่ยแบงค์ ขับร้อง ซึ่งในชุดนี้มีเพลงชื่อ "น้ำตาผ่าเหล้าด้วย" แต่จังหวะตอนนั้น เอกชัย กลับมาโด่งดังจาก "หมากัด" พอดี จึงไม่มีเวลาไปอัดเสียงชุดนี้

แดง ซึ่งว่างงานและโต๋เต๋อยู่แถวโรงงานการ์เมนท์ ได้อัดเพลง "น้ำตาผ่าเหล้า" ที่ ชุมแพ ขอนแก่น ห้องอัด อาจารย์หนุ่ม ภูไท จนเพลงนี้เพลงโด่งดังเปรี้ยงปร้าง แต่เพลงชุดนี้ มีปัญหาในการจัดจำหน่ายเพราะ เสี่ยแบงค์ นำไปให้ ซีเอ็นซีจัดหน่าย แต่ยอดขายช้า ทั้งๆ ที่เพลงดังมาก จึงพยายามนำมาให้อาร์เอสโปรโมชั่น โดยมนต์ เมืองเหนือ จัดจำหน่าย แต่เมื่อได้ตรวจสอบสัญญาแล้ว พบว่า ป๊อด ได้เซ็นสัญญาแดง จิตกร กับ ท็อปไลน์ ไว้ก่อน ในช่วงที่ เคซีเอส ผลิต ท็อปไลน์ขาย อาร์เอสจึงส่งกลับมาให้ท็อปไลน์ ซึ่งในเวลานั้น เสี่ยแบงค์ ค่ายลาวัลย์ จึงปั้น เขียว ดวงสดใส ขึ้นมา ต่อเนื่องกับแดง จิตกร ซึ่งเพลง "น้ำตาผ่าเหล้า" จึงเป็นเพลงที่มีปัญหาซับซ้อนเรื่องลิขสิทธิ์

เส้นทางนักร้องเริ่มต้นขึ้น เมื่อเขาได้มีโอกาสทำเพลง และให้บริษัทท็อปไลน์ฯ เป็นผู้จัดจำหน่าย ผลงานที่ที่สร้างชื่อให้เขาก็คือ เพลง "น้ำตาผ่าเหล้า" และล่าสุด ก็คือ เพลง "หัวใจคิดฮอด" เป็นผลงานการแต่งของ "สลา คุณวุฒิ"

หัวใจคึดฮอด - แดง จิตรกร

จากนั้น แดง จึงได้มาฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของสลา คุณวุฒิ ครูสลาจึงแต่งเพลง "ผ่าเหล้าผ่ารัก" "หัวใจคิดฮอด" "มนต์รัก ตจว." ให้แดงจนโด่งดังและตามมาอีกหลายๆ บทเพลงกับบริษัทท็อปไลน์ และเพลงดังล่าสุด ก่อนเสียชีวิต คือ เพลง "สักวาหน้าหนาว"

ส่วนเพลง "มนต์รัก ตจว." ที่กำลังโด่งดังอยู่ตอนนี้ เป็นผลงานการแต่งของ "พิณ พานทอง" นักแต่งเพลงชื่อดังอีกคนของวงการเพลงลูกทุ่ง (อีกนามแฝงของครูสลา คุณวุฒิ ที่ใช้แต่งเพลงเพื่อเพื่อนพ้องและศิษย์ต่างค่าย) โดยมีแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงนี้จากเพลง "มนต์รักลูกทุ่ง" ที่โด่งดังในอดีต เพียงแต่เปลี่ยนเนื้อหาให้เหมาะกับยุคสมัย อีกทั้งยังใช้ภาษาอีสานเพื่อสื่อความหมายโดยตรงกับคนอีกสาน และก็ไม่คิดว่าเพลงนี้จะฮิตมากขนาดนี้ และถือว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงเพลงหนึ่งของทั้งผู้แต่ง และนักร้องอย่าง "แดง จิตกร"

ปัจจุบันอยู่ที่ บ้านทุ่งสว่าง ต.ตูมใหญ่ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ แดง จิตกร มีทายาทกับภรรยา ชื่อ อุไรวรรณ 3 คน คือ น้องเอม เกตุกนก เกตุภูเขียว เอิร์น ฐิติมา เกตุภูเขียว และ เอิร์ธ ศุภกฤต เกตุภูเขียว บุตรชายคนโตต้องหยุดเรียนระดับวิทยาลัย เพราะพ่อป่วย ไม่มีเงินส่งเรียนต่อ

Daeng Jitakon 1

“หลังจากล้มป่วย ก็ต้องใช้เงินเก็บที่ได้จากการร้องเพลงแสดงคอนเสิร์ต เป็นค่ารักษาตัว และค่าใช้จ่าย ในการเดินทางไปทำคีโมหรือฉายแสงที่กรุงเทพมหานครจนหมดแล้ว จึงตัดสินใจหยุดไปรักษาเป็นเวลานานกว่า 3 เดือนแล้ว เพราะสงสารภรรยา ที่ต้องมาแบกรับภาระทั้งกู้ยืมเงิน หยิบยืมญาติและเพื่อนบ้าน ปัจจุบันกินเพียงยาสมุนไพรเท่านั้น แต่หากเป็นอะไรไปก็เป็นห่วงแต่ภรรยาและลูกอีก 3 คน จึงอยากวิงวอนให้ต้นสังกัดหรือผู้ที่มีจิตศรัทธาช่วยเหลือ” แดง จิตกร กล่าว

Daeng Jitakon 2

(30 เม.ย. 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักร้องลูกทุ่ง "แดง จิตกร" เสียชีวิตลงอย่างสงบแล้ว เมื่อเวลา 21.00 น. ในวัย 46 ปี หลังจากที่ทางญาติตัดสินพาออกจากห้องไอซียู เพื่อกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้าน เมื่อช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ข่าวดังกล่าวสร้างความโศกเศร้าเสียใจแก่คนสนิทและแฟนเพลง โดยร่างของ แดง จิตกร บำเพ็ญกุศลที่วัดทุ่งสว่างธรรมวารี ต.ตูมใหญ่ อ.คูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ พิธีสวดพระอภิธรรมศพ จะมีตั้งแต่วันที่ 1-6 พฤษภาคม 2559 และมีพิธีฌาปนกิจ ณ เมรุ วัดสว่างธรรมวารี วันที่ 7 พฤษภาคม เวลา 16.00 น.

เว็บไซต์ประตูสู่อีสาน IsanGate.com ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของนักร้องลูกทุ่งแดง จิตรกร ด้วยครับ

มนต์รัก ตจว. - แดง จิตรกร

redline

backled1

 

mp3

ekkaponเอกพล มนต์ตระการ

เอกพล มนต์ตระการ เจ้าของผลงานอัลบั้ม "หยาดเหงื่อเพื่อแม่" นักร้องชายคนล่าสุด ในสังกัดแกรมมี่โกล์ด โดยการสนับสนุนของครูสลา คุณวุฒิ

ekkapon album3เอกพล เป็นคนอำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ครอบครัวมีอาชีพทำนา และต้องการช่วยเหลือครอบครัวจึงไป สมัครเป็นนักร้องอยู่ที่ หมอลำคณะเงาฟ้าอัศวิน จนได้มาเจอกับครูสลา จากนั้นครูสลาพาไปฝากกับ คณะพิณแคนแดนอีสาน ของ ศิริพร อำไพพงษ์ และมีงานเพลงชุดแรกคือ "อวยพรน้องเพ็ญ" เป็นอัลบั้มแรก

ครูสลา คุณวุฒิ กล่าวถึงลูกศิษย์คนนี้ว่า "นักร้องรุ่นใหม่ส่วนมากจะมีนํ้าเสียงเหมือนกันหมด ไม่มีใครที่โดดเด่นออกมาเลยเท่าที่ดู ซึ่งเราจะหานักร้องที่มีนํ้าเสียงนุ่มเหมือนกับนักร้องเมื่อสมัยก่อนนั้นยากมาก ผมว่าเอกพลเขาเป็นนักร้องที่มีนํ้าเสียงนุ่มซึ่งตรงนี้ถือเป็นจุดเด่น ของเขาอย่างชัดเจนเลย และเขายังมีความเป็นลูกทุ่งจริงๆ อยู่ในตัวเองซึ่งตรงนี้คิดว่า น่าจะเป็นตัวแทน ของคนระดับรากหญ้าที่มีความรักในเสียงเพลง "

"เห็นว่าเขามีคุณสมบัติที่พร้อมแต่ขาดโอกาส และโดยปกติผมจะไม่ค่อยออกมาสนับสนุนใคร เพราะว่าสังคมรู้จักผมในฐานะคนเขียนเพลง ไม่อยากที่จะให้คนมองภาพอื่น"

นายร้อยหน้าลิฟท์ อัลบั๊มชุดที่ 3 ของ เอกพล มนต์ตระการ

"เอกพล มนต์ตระการ" นักร้องหนุ่มสู้ชีวิต จาก ตำบลบ้านแดง อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ทำให้แฟนเพลงทุกสถานที่ บ่นคิดฮอด และ ถามถึงผลงานชุดใหม่ของเขาอย่างต่อเนื่อง ครูสลา คุณวุฒิ และ ทีมงานแกรมมี่โกลด์ ใช้เวลาฟูมฟักร่วม 2 ปี เอกพล มนต์ตระการ จึงได้ออก อัลบั้มชุดที่ 3 "นายร้อยหน้าลิฟต์" มาให้แฟนเพลงได้สัมผัส เนื้อหายังคงยืนหยัด บอกเล่าเรื่องราว สู้ เศร้า เหงา รัก ของคนรากหญ้า หนุ่มบ้านนาผู้ไฝ่ฝันอยากมีเครื่องแบบสวมใส่ สอบ "รตอ." ไม่ได้จนสุดท้ายได้ "รปภ." นอกจากนี้ยังมีบทเพลงเพราะ อื่นๆ อาทิ จม.ขอลา, อกหักแม่นบ่, อยู่หม่องใด๋ก็คึดฮอด, ขอแรงมาช่วยลืม ฯลฯ

akapol 01

เอกพล มนต์ตระการ ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินออกจากค่ายแกรมมี่โกลด์อย่างเป็นทางการ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา (พฤษภาคม 2553) ว่า

"ทางพี่ตี่ กริช ทอมมัส คืนสัญญาให้ผมมาแล้ว คุยกันเมื่อช่วงวันที่ 4-5 พฤษภาคม ที่ผ่านมานี่แหละครับ พี่เขาก็ตามใจผมจะอยู่ต่อก็ได้ไปก็ได้ ผมเลือกไปสาเหตุเพราะการออกเทปมันห่างหลายปี ชุดสุดท้าย ”นายร้อยหน้าลิฟท์” ปี 2549  ทำออกมาแล้วไม่ค่อยประสบความสำเร็จ อาจสู้เด็กรุ่นใหม่ไม่ได้ ก็โทษตัวเราอย่างเดียวก็ไม่ได้ ผมว่ามีหลายๆ อย่าง”

akapol 02

ผู้สื่อข่าวถามว่า มาจากความแก่และแนวเพลงในตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่ลูกทุ่งอีสานเหมือนเดิมหรือเปล่า นักร้องชายยอดเยี่ยมรางวัลคมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 2 กล่าวตอบว่า "สภาวะหลายๆ เรื่อง คงไม่ใช่เรื่องแก่หรือแนวเพลง พี่นาง ศิริพร พี่ไมค์ทุกคนก็อายุเพิ่มขึ้น แต่เขาก็มีงานเพลงออกมาตลอด เปลี่ยนแนวไปบ้าง อย่างผมก็ยินดีเปลี่ยน สำคัญว่าเขาจะเปลี่ยนให้ไหมเท่านั้น ถ้าทำก็อยู่ได้ กลุ่มแฟนเพลงของผมก็มี ไม่ใช่ไม่มีอะไรเลย อันนั้นน่ากลัว ผมเจอครูสลาปรึกษาท่านตลอดก่อนที่จะไปยกเลิกสัญญา ท่านให้เราคิดดูดีๆ พอเราตัดสินใจออกครูก็บอกว่าจะไม่ทิ้ง“

นายร้อยหน้าลิฟท์ - เอกพล มนต์ตระการ

จากประสบการณ์อยู่แกรมมี่โกลด์มาหลายปีได้อะไรบ้าง และทิศทางของตัวเองจากนี้จะเป็นอย่างไร เอกพล ตอบด้วยเสียงเนิบๆ ว่า "ผมมาอยู่ที่แกรมมี่เพราะครูสลา ชุดแรกปี 2545 “หยาดเหงื่อเพื่อแม่” ถ้าถามว่าได้อะไรจากตรงนั้นบ้าง อันแรกเลยได้รู้วิธีการทำงาน ผมว่าได้ทุกอย่างเลยไม่เฉพาะการร้อง การใช้ชีวิตอยู่อย่างไรให้ถูกต้อง อยู่กับแกรมมี่ดีมากๆ ครับ"

แล้วทำไมเลือกมาอยู่ที่ค่ายท็อปไลน์ เอกพลบอกแบบซื่อๆ ว่า

“ส่วนตัวแล้วชอบตลาดเพลงแนวท็อปไลน์ น่าจะใช่ตัวผมลูกทุ่งอีสานคนรากหญ้า น่าจะเป็นตัวเรามากที่สุด ผมไม่ได้คุยกับค่ายไหน ไม่ค่อยยุ่งกับใคร พอมาคุยกับคุณทวีชัย จริยะเอี่ยมอุดม (ผู้บริหารค่ายท็อปไลน์) ท่านก็บอกว่ายินดีต้อนรับ แต่ว่าเป็นการคุยเบื้องต้นยังไม่เป็นทางการแค่รับรู้ข้อมูล”

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ที่ว่าแนวเพลงท็อปไลน์น่าจะเข้ากับสไตล์ของตัวเองนั้น คิดว่าจะเป็นแนวเพลงแบบเดิมที่เคยทำกับแกรมมี่ใช่ไหม เอกพลอธิบายว่า

akapol 03

“ตอนอยู่ที่แกรมมี่โกลด์เพลงช้าหวานๆ จะมาก ถ้ามาอยู่อีกค่ายก็ควรเพิ่มสีสันจังหวะเร็วๆ ที่ฟังง่าย แต่หวานซึ้งก็ยังมีอยู่ ต้องทำออกมาให้ดีที่สุด เปลี่ยนหลายๆ อย่างคือต้องมีสิ่งที่แตกต่างจากเดิม แต่คงต้องดูอีกทีว่าจะไปทางไหนให้มันเข้ายุคสมัย ไม่ทิ้งแฟนเพลงกลุ่มเดิมและเพิ่มแฟนเพลงกลุ่มใหม่ มีเตรียมไว้หลายเพลงแล้วครับ“ นักร้องหนุ่มกล่าวทิ้งท้าย

"เอกพล มนต์ตระการ" หลังจากทำงานเพลงมาแล้ว ในชุด "ฝันว่าได้เมื่อบ้าน" ในสังกัด "นายพลเอนเตอร์เท็นเม้นท์" หลังจากออกอัลบั้มใหม่ กับค่ายนายพลเอ็นเตอร์เทนเม้น ก็ถือว่า ผลการตอบรับจากแฟนเพลง เป็นที่น่าพอใจ เอกพล กล่าวว่า "จากชุดแรก ที่ทำกับค่ายนายพลฯ ก็ถือว่าน่าพอใจมากครับ แฟนเพลงรู้จัก และชื่นชอบกันมาก เหมือนเราได้กลับมาทำในสิ่งที่เรารักอีกครั้ง มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เงียบหายไป เพราะไปโชว์ตัวต่างประเทศครับ ตอนนี้ทางบริษัทก็เรียกตัวด่วน ให้ทำซิงเกิ้ลสำหรับอัลบั้มชุดใหม่แล้วครับที่เสร็จไปแล้ว พร้อมจะปล่อยออกมาให้ฟัง ก็มีเพลง 1. คนหลายใจห้ามฟัง 2. ฝากดาวข่าวใจ ส่วนอัลบั้มเต็ม อดใจรออีกนิด ได้ฟังกันครบแน่นอนครับ ก็ต้องขอบคุณแฟนเพลง และพี่ๆ สื่อทั้งหลาย และดีเจคลื่นวิทยุ ที่ยังไม่ลืม เอกพล มนต์ตระการ คงได้พบกันเร็วๆ นี้ ที่สถานีนะครับ เพราะทางทีมงาน กำลังวางโปรแกรมในการไปสัมภาษณ์ให้อยู่แล้วพบกันครับ" เอกพล กล่าวปิดท้าย

อ้ายฮักเจ้าที่สุดในโลก - เอกพล มนต์ตระการ

เอกพล กล่าวว่า "งานตอนนี้ลดลงไปจากเดิมประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากระยะการออกผลงานมันทิ้งช่วงห่างกันมาก มีการโปรโมตผลงานผ่านสื่อน้อย ทำให้ชื่อค่อยๆ หายไป แต่ที่ยังมีงานอยู่ยอมรับเลยว่า กินบุญเก่าสมัยเป็นนักร้องแกรมมี่ โกลด์ ก่อนออกมาผมขออนุญาตพี่ตี่ (กริช ทอมัส) ขอใช้เพลง หยาดเหงื่อเพื่อแม่ สัญญาปลาข่อน นั่งเฝ้าเขาจีบ และนายร้อยหน้าลิฟต์ ร้องทำมาหากิน พี่ตี่ก็อนุญาตโดยไม่เก็บลิขสิทธิ์ ต้องขอบคุณพี่ตี่และแกรมมี่ให้สัญญาคำไหนคำนั้น พี่ตี่เป็นคนน่ารักมีสัจจะ ถ้าไม่มีเพลงเหล่านี้ผมอยู่ไม่ได้แน่นอน"

ปัจจุบัน ผันตัวเองทำการเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามรอยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมอาชีพเสริมผลิตสินค้าเพื่อการเกษตรในนาม “สารมาเต็ม” แม้จะยังไม่มีผลงานเพลงใหม่ๆ ออกมา แต่เอกพลยังมีงานเดินสายร้องเพลงทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง แฟนเพลงยังให้การยอมรับในความสามารถอยู่เหมือนเดิม

ส่วนช่วงที่ว่างเว้นจากงานเพลง เอกพลจะทำการเกษตรปลูกทุกอย่างที่กิน และกินทุกอย่างที่ปลูก ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ของพ่อหลวง ซึ่งเมื่อลงมือทำ พิสูจน์แล้วด้วยตนเองแล้ว ยืนยันได้ว่า “ศาสตร์พระราชา” คือของจริง

akapol 09

“ผมเป็นเด็กบ้านนอก พ่อแม่ทำนา ตอนเด็กๆ ก็ช่วยพ่อแม่ทำนามาตลอด แต่มาว่างเว้นเมื่อมาเป็นนักร้อง เพราะต้องเดินสายบ่อย แต่ช่วงนี้พอจะมีเวลา จึงลงมือทำการเกษตรอย่างจริงจัง โดยนำ “ศาสตร์พระราชา” มาใช้ในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ เพื่อเป็นภูมิคุ้มกัน และสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้กับชีวิต ตามที่พ่อหลวงทรงชี้นำไว้ รวมถึงการถ่ายทอดแนวทางพอเพียงควบคู่เกษตรทฤษฎีใหม่ไปสู่พี่น้องเกษตรกรในชุมชนที่ผมอยู่ ผมว่าในโลกนี้ไม่มีพระราชาพระองค์ไหนเหมือนท่านอีกแล้ว ผมโชคดีมากที่เกิดเป็นข้ารองพระบาทพระองค์ท่าน โดยในเร็วๆ นี้ ผมวางแผนจะใช้สวนของตัวเองเปิดศูนย์เรียนรู้ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำไร่ทำนา ที่สามารถลดต้นทุนการผลิต เพิ่มปริมาณผลผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยขณะนี้ได้ทำแปลงนาสาธิตไว้แล้ว นอกจากนี้ ผู้ที่เข้ามาที่ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ ยังสามารถมาเรียนรู้ด้านปศุสัตว์ ประมง ฯลฯ ได้ด้วย เพราะผมได้รับความอนุเคราะห์จากหลายหน่วยงาน ที่ให้การสนับสนุนด้านองค์ความรู้และปัจจัยที่จำเป็นต่างๆ”

อย่างไรก็ตาม เอกพล ยืนยันว่า อนาคตไม่ว่าจะประสบความสำเร็จกับการทำธุรกิจมากเพียงใด ก็จะไม่ทิ้งการร้องเพลง จะร้องเพลงไปจนกว่าหมดลมหายใจ

มนต์ฮักทางหินแห่ - เอกพล มนต์ตระการ

"ผมรักการเป็นนักร้อง จะเป็นไปจนวันตายโน่นครับ ไม่ทิ้งอาชีพนี้แน่นอน ธุรกิจเสื้อผ้าเป็นอาชีพเสริม ซึ่งผมไม่ได้มีความถนัด แต่มองว่ามันเป็นช่องทางหารายได้เพิ่ม ช่วยต่อลมหายใจให้เรา ในช่วงที่งานลดน้อยลง" เอกพลกล่าว และขอฝากผลงานเพลงซิงเกิ้ลใหม่ๆ ที่ได้ลงทุนทำเอง

หอบใจไปเจ็บ - เอกพล มนต์ตระการ

 

redline

backled1

 

mp3

chalermpol 02เฉลิมพล มาลาคำ

ศิลปินนักร้องลูกทุ่ง หมอลำ นักแต่งเพลง

นักร้อง/นักแต่งเพลงลูกทุ่ง หมอลำ ที่มีผลงานเป็นที่น่าประทับใจอีกคนหนึ่ง ทั้งกลอนลำสำเนียงอีสาน และการประสานด้วยภาษาถิ่นสำเนียงเขมร ทำให้เพลงของเขามีลีลาที่น่าฟังประทับใจไปอีกแบบ

เฉลิมพล มาลาคำ เกิดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2505  ที่บ้านหนองบัว ตำบลหนองบัว อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ บิดาชื่อ นายภู มาลาคำ มารดา นางหน่อย มาลาคำ จบการศึกษาขั้นต้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนอัมปึล ช่วยครอบครัวทำนาในวัยเด็ก แต่มีความสนใจในการเป็นนักร้อง/หมอลำ เข้าร่วมการประกวดแข่งขันในเวทีต่างๆ มากมาย ประสบผลสำเร็จจากการประกวดร้องเพลงที่ สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย จังหวัดสุรินทร์ ต่อมาย้ายมาอยู่ที่บ้านโคกสูง ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก (เดิมขึ้นกับอำเภอกาบเชิง) จังหวัดสุรินทร์

เฉลิมพล มาลาคำ เริ่มเข้าสู่วงการจากการประกวดร้องเพลงของ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดสุรินทร์ เริ่มบันทึกเสียงเพลงแรก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 จากเพลง "สะอื้นอวยพร" เพลงที่สร้างชื่อเสียงให้มากที่สุดคือเพลง "ตามใจแม่เถิดน้อง" ซึ่งทำให้ดนตรีแนวลูกทุ่งหมอลำได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ต่อมาได้ย้ายครอบครัวไปลงหลักปักฐานใหม่ที่ หมู่บ้านท่าเจริญ หมู่ที่ 11 ตำบลท่าลาด อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

เพลงสร้างชื่อ ตามใจแม่เถิดน้อง ของ เฉลิมพล มาลาคำ

และมีเพลงที่เอาเรื่องจริงมาล้อเล่น (ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาอีสาน ถูกถ่ายทอดในอีกแง่มุมหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ลองฟังกันดู) ไผหม่าข้าวเปลือก หรือเพลงน่าฟังอย่าง อดีตรักวันเข้าพรรษา หรือ ตามใจแม่ ก็น่าฟัง

chalermpol mเฉลิมพล มาลาคำ หรือ ที่ผู้คนในวงการ ชาวบ้าน เรียกกันว่า บักหำ, อ้ายหำ, พ่อใหญ่บ้านหำ ("หำ" คำนี้ในภาษาอีสานหมายถึงน้องชาย พี่ชาย ไม่ได้มีความหมายในทางลบแต่อย่างใด อย่างผู้ใหญ่เรียกเด็กน้อยน่ารักว่า "บักหำน้อย" อ่านเพิ่มเติมที่นี่) สร้างชื่อจากเพลง "ตามใจแม่" กลอนลำที่ชาวอีสานคุ้นหูเป็นอย่างดี ด้วยเนื้อร้อง "ตามใจแม่ เจ้าเถิดหล้า ผู้ที่สร้างเฮามา ผู้ที่พาน้องใหญ่...." ส่งผลให้ เฉลิมพล มาลาคำ พุ่งขึ้นมาเป็นหมอลำแถวหน้าของเมืองไทย และคร่ำหวอดในวงการ ในฐานะคนเบื้องหน้า และในฐานะหัวหน้าวงดนตรีลูกทุ่งหมอลำ

และตอนนี้เขาได้ผันตัวเองมาอยู่เบื้องหลัง กลายเป็น นักแต่งกลอนลำ ที่นักร้องหมอลำทุกคนต่างต้องการงานเพลงของเขามาใส่ในอัลบั้ม ประกอบกับยุคนี้ คนฟังเพลงเริ่มนิยมเพลงลูกทุ่งอีสานมากขึ้น ยิ่งทำให้นักแต่งเพลงภาคกลางบางคนก็หันมาแต่งเพลงอีสานมากขึ้น แต่ถ้าเป็นเนื้อร้องแนวกลอนลำ ต้องมีชื่อ อาจารย์เฉลิมพล มาลาคำ อยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน

ทำให้เขาต้องดีไซน์ความคิดมากกว่าเดิม กว่าจะเขียนคำแต่ละคำต้องให้โดน ถ้าเขียนเรียบๆ จะไม่มีจุดขาย ต้องขายความแปลก แต่ท่ามกลางความนิยมลูกทุ่งอีสาน กลับพบว่า คำอีสานบางคำ เมื่อนำมาเขียนเป็นเพลง กลับโดนแบนไม่ได้ออกอากาศ อย่างเช่นคำว่า " อ้ายหำ" ซึ่งแปลว่า พี่ชาย ทำให้ครูเพลงอย่างเฉลิมพล งุนงงไปไม่น้อย 

chalermpol 03

ล่าสุด เฉลิมพล มีผลงานการแต่ง เพลง "กะเทยประท้วง" และมอบให้ ปอยฝ้าย มาลัยพร ขับร้อง "มันเป็นโลกหนึ่งของสาวประเภทสอง บางคนรังเกียจเขา แท้ที่จริงพวกนี้ไม่มีอะไร เขาเป็นคนสร้างสีสันให้กับทุกที่ ถ้าไม่มีพวกเขาก็ไม่มีสีสัน ก็นำเอาพล็อตนี้มาเขียน และเห็นว่าบุคลิกของปอยฝ้ายเขาได้ อ้อนแอ้นๆ น่าจะร้องได้ ดูเขาแล้ว ก็เขียนเลย ใช้เวลาวันกว่าๆ เท่านั้น" นอกจากนั้นยังมีเพลง "เกาะน้องแน่นๆ" ที่ร้องโดย สายใย อุดมพร หนึ่งในกลุ่มรวมดาวสาวอีสาน ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในภาคอีสาน เพลง "กะเทยหัวโปก" ลูกแพร อุไรพร และเขียนให้กับ อ้อยใจ แดนอีสาน ในชุด "ผัวพี่นะน้อง" นอกจากนั้นก็ยังมีหนังวีซีดีเรื่อง "เพลงรักบุญบั้งไฟ"

chalermpolส่วนผลงานของตัวเอง มีงานชุด "มุ่นอุ้ยปุ้ย" ที่เป็นเพลงแนวลูกทุ่งอีสาน เกี่ยวกับการแต่งงานที่หมายถึงคืนนี้คงไม่เหลืออะไรอีก เพราะสาวคนรักแต่งงานไปแล้ว คงโดนเจ้าบ่าวปู้ยี่ปู้ยำไม่เหลือให้ชื่นชม (หลับตามองเห็นภาพความเจ็บช้ำในครั้งนี้จนน้ำตาไหลริน) ทุกวันนี้ เฉลิมพล มาลาคำ ยังคงพาวงดนตรีเดินสาย และยังคงปรับปรุงให้เป็นวงดนตรีหมอลำคุณภาพที่มีงานแน่นทั้งปี

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย พ.ศ. 2554 เฉลิมพล มาลคำ ได้สมัครเป็น สมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อเตรียมสมัคร ส.ส.จังหวัดอุบลราชธานี แต่ต่อมาได้ขอถอนตัวเนื่องจากเหตุผลทางครอบครัว (ศรีภรรยาห้ามไว้เสียก่อน)

ล่าสุด เฉลิมพล มาลาคำ ได้ยุบวงดนตรีลูกทุ่งหมอลำไปแล้ว ด้วยเหตุผลถึงจุดอิ่มตัวในการทำวงดนตรีมานานหลายสิบปี และผันตัวเองมารับบทบาทล่าสุด การทำหน้าที่เป็น "ผู้ใหญ่บ้านนักพัฒนา" ที่ บ้านท่าเจริญ ตำบลท่าลาด อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โดยได้รับเลือกตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557

"เฉลิมพล มาลาคำ" คลายปมชีวิตถึงจุดตกต่ำ!? รายการ ยิ่งศักดิ์ยิ่งแซ่บ

และดำรงตำแหน่งดังกล่าวเรื่อยมา จนกระทั่งพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากครบวาระ 6 ปี เมื่อเดือน เมษายน พ.ศ. 2563 คุณงามความดีที่ทำจนได้รับรางัล "ผู้ใหญ่บ้านดีเด่น แหนบทอง" เมื่อปี 2562 ติดตามรายละเอียดได้จากสารคดีด้านล่างนี้

รายการชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร ทางช่อง ThaiPBS

หลังได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้าน "ผู้ใหญ่หำ" ก็ทุ่มเทให้กับการพัฒนาหมู่บ้าน สมกับการได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้าน สร้างผลงานเข้าตากรรมการหลายอย่างจนได้รับยกย่องให้เป็น "ผู้ใหญ่บ้านดีเด่น" นับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งจนถึงวันครบวาระ "หมอลำผู้ใหญ่บ้าน" ยังไม่เคยใช้เงินเดือนสักแดงเดียว โดยยกเงินเดือนให้เป็นกองทุนมอบให้กับผู้สูงอายุทุกบาททุกสตางค์

"เสียงจากผู้ใหญ่บ้าน" เพลงสะท้อนชีวิตจริงของ เฉลิมพล มาลาคำ

"เงินเดือนผู้ใหญ่บ้านก็รับนะ (หัวเราะ) แต่ว่าไม่ได้เอามาเข้ากระเป๋าตัวเอง เอามาทำเป็นกองทุนมอบให้กับผู้สูงอายุในหมู่บ้าน จริงๆ ตั้งแต่ยังไม่เป็นผู้ใหญ่บ้านก็มอบให้อยู่แล้ว ทำแบบนี้มานานกว่า 20 ปีแล้ว ให้ผู้เฒ่าผู้แก่คนละ 200 บาท เพราะพวกท่านไม่มีโอกาสหาเงินหาทอง หรือมีคนตายในหมู่บ้านจะเป็นใครก็ตาม ขอให้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านมารับเงินช่วยเหลือที่ผมเลย 2,000 บาท พอได้เป็นผู้ใหญ่บ้านก็มีความคิดว่า เราเอาเงินเดือนที่ได้รับไปเพิ่มให้พวกท่านกับเบี้ยยังชีพ ตอนแรกๆ เงินเดือนผู้ใหญ่บ้านให้ได้อยู่นะ คนละ 200 บาท แต่ละเดือนเงินยังไม่หมดด้วยนะ แต่เดี๋ยวนี้ไม่เหลือแล้วเพราะผู้สูงอายุมีเพิ่มมากขึ้น และต่อไปก็ต้องเพิ่มขึ้นอีก ก็เลยคิดว่าเงินเดือน 8,000 บาท เอามาตั้งเป็นกองทุนสะสมไว้เลยดีกว่า แล้วก็ไปบริหารกันเลย" อดีตผู้ใหญ่บ้านหำกล่าวอย่างอารมณ์ดี

chalermpol 04

เงินจากพวงมาลัยแฟนเพลงมอบให้ทั้งปี กว่า 2.4 แสนบาท นำไปทอดผ้าป่า สร้างหอระฆัง ที่วัดบ้านท่าเจริญ

ทุ่มเททำงานรับใช้ลูกบ้านจนครบวาระ 6 ปี ผู้ใหญ่หำ-เฉลิมพล มาลาคำ นักร้องลูกทุ่งหมอลำ เจ้าของฉายา 'หมอลำอัจฉริยะ' กลายเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านท่าเจริญ หมู่ 11 ต.ท่าลาด อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี หลังส่งมอบงานให้กับ โอ้-ภูมินทร์ มาลาคำ ลูกชายวัย 29 ปี ที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็นผู้ใหญ่บ้านคนใหม่สืบสานงานต่อ

ทั้งนี้ในการรับสมัครเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านที่ผ่านมา มีทายาทของผู้ใหญ่หำลงสมัครรับเลือกตั้งเพียงคนเดียว จึงได้ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านตามรอยผู้เป็นพ่อโดยอัตโนมัติ และมีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา

เฉลิมพล มาลาคำ บอกว่า แม้วันนี้ตนจะกลายเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านไปแล้ว แต่ก็ยังทำงานเพื่อช่วยชาวบ้านเหมือนเดิม ด้วยการให้คำปรึกษาลูกชาย ระหว่างที่ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ตั้งใจทำงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในหมู่บ้านให้ดีขึ้นมาโดยตลอด พอลูกชายมารับงานต่อก็แนะนำให้เอาชนะใจชาวบ้านด้วยการทำดี พร้อมรับใช้ชาวบ้านด้วยความจริงใจ ทำงานให้สุดความสามารถ ซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา อย่าให้โดนบ่นได้ว่าเมื่อไหร่จะออกจากตำแหน่ง

“ผมเป็นผู้ใหญ่บ้านมา 6 ปี บอกลูกให้ทำดีเป็นคนดีเหมือนพ่อ ที่พ่อเป็นมา 6 ปี เพราะทำดีชนะใจชาวบ้าน ทำยังไงให้เขารัก อย่าให้คนบ่นว่าเมื่อไหร่จะออกจากตำแหน่ง แต่ต้องให้คนพูดว่าอย่าเพิ่งออกเลย เขาก็เห็นเราทำงานมาตลอด พอเขาได้เป็นผู้ใหญ่บ้านต่อจากเราก็อยากให้เขาทำดีที่สุด ส่วนผมก็ยังเป็นที่ปรึกษาให้เขา ทำงานเพื่อชาวบ้านร่วมกันอยู่ครับ”

กับบทบาทผู้ใหญ่บ้าน ในรายการ "คนค้นคน" ของ ทีวีบูรพา

 

redline

backled1

 

Loading...

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1

นโยบายความเป็นส่วนตัว Our Policy

ยินดีต้อนรับสู่ประตูอีสานบ้านเฮา เว็บไซต์ของเรา ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)