foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
ช่วงนี้ เศร้า หดหู่ วิตกกังวล สมองไม่แล่นจนไม่อยากเขียนบทความใดๆ เลยครับ สถานการณ์โรคระบาดจากพยาธิโควิดครั้งนี้รุนแรงมาก คนติดกันเยอะ ตายกันแยะเป็นใบไม้ร่วง แต่ก็ยังมีพวกที่เอาแต่สนุก เย้วๆ ไม่กลัวตาย ไม่กลัวการระบาด ไปมั่วสุมทั้งในแหล่งการพนัน โบก ไพ่ ไฮโล สนุกเกอร์ ตลอดจนการกินดื่มร่วมกันแบบไม่ระวังตัว จนระบาดกลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ สงสารคนเฒ่าคนแก่อยู่บ้านที่พลอยติดไปกับลูกหลานขี้ดื้อหลายเด้อพี่น้อง เป็นตาซังแท้สู 🙏🙏🙏😁

: Our Sponsor ::

adv200x300 2

: Facebook Likebox ::

: Administrator ::

mail webmaster

: My Web Site ::

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75

No. of Page View

paya supasit

ju juเก้าสิฆ่าสิบสิฆ่าให้เอาแก่นคะยูงตี อย่าได้เอาบาลีต่อยตีตางฆ้อน

        ## จะฆ่าให้ตายก็ฟาดด้วยไม้เนื้อแข็ง อย่าตีด้วยธรรมะความรู้เลย @ธรรมะร่มเย็น ##

art local people

angkanangอังคนางค์ คุณไชย

ศิลปินพื้นบ้านอีสาน สาขา ศิลปะการแสดง

ศิลปินหมอลำที่มีผลงานมากมายอีกคนหนึ่ง ได้บันทึกแผ่นเสียงทั้งเพลงลูกทุ่ง หมอลำ และการลำเรื่องต่อกลอน

นางอังคนางค์ คุณไชย เกิดเมื่อ วันที่ 6 กุมภาพันธุ์ 2498 ณ บ้านเลขที่ 152 หมู่ 8 ตำบลโคกสาร อำเภอชานุมาน จังหวัดอุบลราชธานี (จังหวัดอำนาจเจริญ ในปัจจุบัน) แต่เดิมชื่อ "ทองนาง คุณไชย" มีพี่น้อง 7 คน (เป็นคนสุดท้อง) เริ่มการศึกษาเบื้องต้นระดับชั้นประถมศึกษาที่ โรงเรียนบ้านโคกสารเทิง ตำบลโคกสาร อำเภอชานุมาน จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยสอบได้ที่ 1 ของทุกชั้นเรียน ปัจจุบันสมรสกับ นายอำนวย ศิริมณี ทั้งคู่ไม่มีบุตรด้วยกัน จึงรับเลี้ยงลูกบุญธรรม 1 คน ซึ่งก็คือ "สุนิตา คุณไชย (ชื่อเล่น : พลอย)"

ก่อนเข้าสู่วงการหมอลำ เด็กหญิงทองนาง จบการศึกษาชั้นป.4 และไม่ได้เรียนต่อเนื่องจากฐานะทางบ้าน ยากจน ในวัยเด็กชอบฟังเพลง และร้องเพลงลูกทุ่ง หมอลำ เมื่อมีโอกาสทุกครั้งจะไปร้องเพลงที่ทางโรงเรียนจัดในหมู่บ้านทุกครั้ง ซึ่งจะได้คำชม และรางวัลบ้าง โดยมีคุณพ่อ เป็นผู้สนับสนุนในการร้องเพลง เมื่อพ่อเข้าในเมืองเพื่อไปขายสินค้าเมื่อไร ก็จะซื้อตำราเรียนหมอลำมาฝากเสมอ

จนวันหนึ่งพ่อได้มาไปฝากฝึกเรียนหมอลำกับ สำนักงานหมอลำของ อาจารย์ทองลือ แสนทวีสุข และ อาจารย์ฉวีวรรณ ดำเนิน (ศิลปินแห่งชาติ ปี 2536) เรียนอยู่ประมาณ 2 ปี และในปี 2514 อาจารย์อุไร สง่าจิตร หัวหน้าคณะอุบลพัฒนา เห็นว่า มีบทบาทการแสดงที่ดีประกอบกับมีสุ้มเสียงที่ไพเราะ จึงได้ให้เริ่มแสดงเป็นตัวประกอบก่อน และค่อยๆ พัฒนามาเป็นตัวนำ "นางเอกของเรื่อง" และได้แสดงเป็นนางเอกเรื่องแรก คือ ลำเรื่องต่อกลอนเรื่อง นางนกกระยางขาว ซึ่งได้รับการตอบรับจากแฟนหมอลำ ทางภาคอีสานและภาคอื่นเป็นอย่างมาก จนมีผลงานออกมาต่อเนื่องเรื่อยมา

angkanang 01

อังคนางค์ คุณไชย กับลูกสาว น้องพลอย

จนในปี 2517 จุดเปลี่ยนของ อังคนางค์ คุณไชย น่าจะอยู่ที่อัลบั้มเพลง สาวอุบลรอรัก และเพลง พี่จ๋าหลับตาไว้ ที่ทำให้มีกลุ่มแฟนเพลงขยายออก อย่างกว้างขวาง จนเรียกได้ว่าเป็นเพลงแจ้งเกิดในวงการเพลงลูกทุ่งหมอลำ และในปี 2521 ได้ออกจากคณะอุบลพัฒนา มาตั้งคณะเป็นของตัวเอง ชื่อคณะเมืองดอกบัว แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากต้องลงทุนมาก และดูแลลูกน้องเกือบ 200 กว่าชีวิต

ในปี 2524 จึงตัดสินใจยุบคณะ และไปรวมกับคณะหมอลำเรื่องต่อกลอน คณะเพชรอุบล ของ ป.ฉลาดน้อย ส่งเสริม (ศิลปินแห่งชาติ ปี 2549) ทำให้มีชื่อเสียง และเป็นคู่ขวัญกันจนเรียกได้ว่า ถ้าผิดจากคู่นี้ไปคู่กับคนอื่นๆ ก็จะได้รับการต้อนรับที่น้อยมาก ระหว่างนั้นก็มีการออกอัลบั้มกับค่ายเพลงต่างๆ หลายๆ ค่าย ในสไตล์ลูกทุ่ง-หมอลำ ลำเพลิน ลำเต้ย ลำล่อง หรือการแสดงลำเรื่องต่อกลอนต่างๆ เรื่อยมา และผลงานเพลงสร้างชื่อให้กับ อังคนางค์ คุณไชย มีอยู่หลายบทเพลง เช่น บ่าวภูไท , อีสานลำเพลิน , เสียงพิณบาดใจ , มีบ้างไหมรักจริง ฯลฯ ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ที่ทำงานมา อังคนางค์ คุณไชย ได้ตั้งปณิธานว่า

"จะอุทิศชีวิต เพื่อสร้างสรรค์ผลงาน การแสดงศิลปะพื้นบ้านลูกทุ่งหมอลำ ให้ไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม การแสดงพื้นบ้านให้กับประชาชน และอนุชนรุ่นหลังสืบไป โดยมีโครงการจะเปิดเป็นโรงเรียนสอนการแสดงหมอลำพื้นบ้าน สำหรับ เยาวชนรุ่นลูก รุ่นหลาน ที่มีใจรักในการแสดง และการร้องหมอลำในจังหวัดที่ตนเองอยู่"

ปัจจุบัน อังคนางค์ คุณไชย มีผลงานอยู่กับบริษัท เทปบูรพา (1991) จำกัด ในผลงานลำเรื่องต่อกลอนเรื่อง ดาวลูกไก่ และงานเพลงสุดยอดลำเพลิน เป็นสาวรอบสอง และผลงานล่าสุดคือ สุดยอดลำเต้ย ผัวไปใต้หนู ซึ่งได้ร้องคู่ กับศิลปินแห่งชาติปี 2549 ป.ฉลาดน้อย ส่งเสริม ซึ่งเป็นคู่ขวัญ คู่พระ คู่นาง กันมา ตลอด

อังคนางค์ คุณไชย ปัจจุบันได้ช่วยงาน และรับงานส่วนตัว และยังได้รับเกียรติใด้ดำรงตำแหน่ง กรรมการตัดสินการประกวดต่างๆ สำคัญๆ ของทางมหาวิทยาลัยขอนแก่น อีกด้วย

angkanang 02

พฤศจิกายน 2017 อังคนางค์ คุณไชย ได้รับเชิญในเพลง "เข้ามา" ร่วมกับ ปริญญา อินทชัย (ดาบอยเวย์ หรือ เวย์ ไทยเทเนี่ยม) และได้ถูกบรรจุในอัลบั้มของเวย์ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ปี 2563

ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 152 หมู่ 8 ตำบลโคกสาร อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ โทรศัพท์ 08-9029-0226 ติดต่อทาง Facebook ได้

รางวัลและเกียรติคุณที่ได้รับ :

  • ชนะเลิศการประกวดหมอลำเรื่องต่อกลอน
  • รับโล่เชิดชูเกียรติเป็นสุดยอดศิลปินพื้นบ้านอีสาน จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • รับโล่เชิดชูเกียรติคุณ เป็นศิลปินดีเด่นจังหวัดอำนาจเจริญ สาขาศิลปะกรรมการแสดงพื้นบ้าน จากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
  • รับโล่รางวัลเกียรติบัตรด้านศิลปะพื้นบ้านลำเรื่องต่อกลอน การแสดงเพลงลูกทุ่งอีสานจากหน่วยงานของราชการต่าง ๆ มากกว่า 30 รางวัล

อังคนางค์ คุณไชย - ฐานข้อมูลศิลปินมรดกอีสาน

รางวัลและการเชิดชูเกียรติ

  1. ร่วมแสดงศิลปะพื้นบ้านหมอลำจัดโดยหน่วยงานราชการหลายแห่ง
  2. ร่วมแสดงศิลปะพื้นบ้านลูกทุ่งอีสานในงานของจังหวัดและส่วนราชการหลายครั้ง
  3. แสดงศิลปะพื้นบ้านลูกทุ่งหมอลำ ทางสื่อโทรทัศน์ วิทยุหลายครั้ง
  4. เป็นวิทยากรรับเชิญให้ส่วนราชการในการถ่ายทอดศิลปะการแสดงพื้นบ้านจนถึงปัจจุบัน หลายครั้งและหลายหน่วยงาน
  5. ร่วมแสดงเผยแพร่ศิลปะการแสดงในต่างประเทศ เช่น สิงค์โปร์ เยอรมันนี ฮ่องกง สวิตเซอร์แลนด์ สวีเดน ฝรั่งเศส ออสเตรีย และประเทศอื่น ๆ อีกหลายประเทศ

อีสานลำเพลิน ต้นฉบับ คณะอุบลพัฒนา

อังคนางค์ คุณไชย "สาวผู้ดี" กับ "อีสานลำเพลิน"

โดย แวง พลังวรรณ จาก ผู้จัดการรายวัน 29-30 เมษายน 2543 หน้า 12

อังคนางค์ คุณไชย และ อีสานลำเพลิน คือต้นธาร-ต้นแบบของเพลงลูกทุ่งที่เรียกกันว่า "ลูกทุ่งอีสาน" เธอคือผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น "นักร้องคนแรก" สำหรับเพลงแนวนี้ เป็นนักร้องสาวที่มีตำแหน่งนางเอกหมอลำเป็นเครื่องประกัน และรับประกันว่า เพลงลูกทุ่งที่อิงแนวหมอลำของเธอนั้น ถูกต้องตามแบบแผนของศิลปะอันล้ำค่าของชาวอีสาน

เอกลักษณ์และความเป็นธรรมชาติในน้ำเสียง ที่เธอได้ถ่ายทอดผลงานการประพันธ์ให้เป็นบทเพลงนั้น คือ ต้นแบบและความภูมิใจของชาวอีสานทั้งภาค กิริยามารยาทอันนิ่มนวลอ่อนหวานที่ซ่อนไว้ภายในหัวใจแกร่ง คือตัวแทนของหญิงสาวชาวอีสาน ผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็นสาวผู้ดี และอังคนางค์ คุณไชย เธอคือนางเอกตลอดกาลในหัวใจของใครหลายคน แน่นอน รวมทั้งหัวใจดวงน้อยของผู้เขียนด้วย

angkanang 04

นางเอกหมอลำ คือ บุคลากรที่ได้ผ่านการกลั่นกรองและคัดสรรเป็นอย่างดี ด้วยสายตาและประสบการณ์ของครู หรืออาจารย์ผู้สอนลำ โดยพื้นฐานผู้ที่จะเป็นนางเอกหมอลำได้ จะต้องเป็นหญิงสาวที่มีรูปร่างดี หน้าตาสะสวย เสียงดี และยังต้องมีคุณสมบัติพิเศษอีกประการหนึ่งที่จะขาดเสียมิได้ คือ ต้องมีสติปัญญาและความจำเป็นเลิศ เพราะการเรียนลำนั้นจำเป็นจะต้องมีการท่องกลอนลำเป็นจำนวนมาก

และหากฝึกเป็นลำกลอนด้วยแล้ว นางเอกหมอลำจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องมีปฏิภาณไหวพริบ เพราะต้องใช้การลำแก้กลอน ตลอดรวมทั้งการศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรม ในระดับพอๆ กับพระสงฆ์ทีเดียว

ท่วงท่าในการร่ายรำที่สวยงาม อ่อนช้อยถูกต้องตามหลักการฟ้อนรำ ตามแบบแผนของหมอลำ คือสิ่งที่ต้องฝึกฝน รวมไปถึงการรักษากิริยามารยาท การพูดจาให้ไพเราะอ่อนหวาน และเป็นผู้มีจิตใจงาม ชาวอีสานเรียกคนประเภทนี้ว่า "สาวผู้ดี" และนี่แหละคือ คุณสมบัติของอังคนางค์ คุณไชย นางเอกทั้งในชีวิตจริงและในโลกมายา

อังคนางค์ คุณไชย มีชื่อเดิมที่น้อยคนนักจะล่วงรู้ เนื่องจากเธอได้เปลี่ยนเป็น "อังคนางค์" ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 นั่นหมายถึงว่า เธอเปลี่ยนตั้งแต่ก่อนที่จะมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในนามของนางเอกหมอลำชื่อสะท้านอีสาน หรือนักร้องชื่อก้องเมืองไทย ชื่อเดิมเธอหวงนักหวงหนาและเก็บงำไม่เคยพูดถึงคือ "ทองนาง" ทั้งนี้มิใช่เธอรังเกียจชื่อเดิม เป็นแต่เพียงว่า ผู้คนทั่วไปต่างรู้จักเธอคือ "อังคนางค์" ในนามของสาวหมอลำ และนักร้องเสียงเสน่ห์เป็นอย่างดีแล้ว และที่สำคัญไม่มีผู้ใดถามไถ่เธอเลย

อังคนางค์ คุณไชย (อ่านว่า คุน-นะ-ชัย) เกิดที่บ้านโคกสารเทิง ตำบลโคกสารเทิง อำเภอชานุมาน จังหวัดอุบลราชธานี (ในขณะนั้น) ซึ่งบัดนี้ ชานุมานเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดอำนาจเจริญ และเป็นอำเภอเดียวที่มีดินแดนติดแม่น้ำโขง และเป็นอำเภอเดียวของจังหวัดที่เป็นอำเภอชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน คือ สปป.ลาว

angkanang 05

อังคนางค์ คุณไชย ไหว้ครูพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา (นักแต่งเพลง)

เธอเกิดเมื่อปี พ.ศ. 2498 หลังจบการศึกษาภาคบังคับชั้นประถมปีที่ 4 เมื่อปี พ.ศ. 2509 เด็กหญิงทองนาง ก็เหมือนกับลูกชาวบ้านโคกสารเทิง และลูกชาวอีสานครึ่งค่อนภาค ที่มองเห็นภาพในอนาคตของตัวเองกรำงานอยู่กลางทุ่งนา เพราะการที่จะได้เข้าเรียนต่อในชั้นสูงๆ นั้น ไม่ใช่คนในฐานะลูกสาวชาวนาอย่างเธอจะใฝ่ฝัน ความฝันเช่นนั้น มันถูกสงวนไว้เฉพาะลูกครูหรือลูกตำรวจเท่านั้น

ด้วยความที่เป็นลูกสาวหล่า (ลูกสาวคนสุดท้อง) ในจำนวนลูก 7 คนของพ่อ-แม่ ทองนางจึงไม่จำเป็นต้องออกไร่ออกนาเหมือนพี่ๆ ที่แบกรับภาระไปก่อนหน้าแล้ว เธอได้ขอพ่อ-แม่ไปเรียนกลอนลำกับหมอลำกลอนชื่อดังของเมืองอุบลฯ อาจารย์ทองลือ แสนทวีสุข เรียนลำกลอนอยู่ได้ 2 เดือนครึ่ง ก็ได้พบกับอาจารย์กลอนลำสองสามี-ภรรยาคือ อาจารย์อัมพร สง่าจิตร และศรีภรรยา อาจารย์อุไร สง่าจิตร หมอลำคู่-ลำกลอนชื่อดังของเมืองอุบลฯ เช่นกัน จึงได้ลาออกจากสำนักงานหมอลำของอาจารย์ทองลือไปอยู่กับอาจารย์อัมพร

ในปี พ.ศ. 2511 อาจารย์อัมพรได้ย้ายสำนักงานหมอลำไปอยู่ที่ จังหวัดขอนแก่น ทองนางจึงต้องติดตามอาจารย์ไปอยู่ที่ขอนแก่น เพื่อเรียนวิชาการแสดงหมอลำกลอนให้สำเร็จ

ขณะนั้น "รังสิมันต์" คณะหมอลำเรื่องต่อกลอน กำลังดังทะลุฟ้าแดนอีสานด้วยลำเรื่องต่อกลอน "นางมโนราห์" ความดังของรังสิมันต์ได้จากคุณภาพ และความสามารถในเชิงศิลปะการแสดงที่เป็นเลิศของ ทองคำ เพ็งดี พระเอกเสียง "ควง" (กังวาน) เชิงชั้นการลำนั้นอยู่ระดับอาจารย์ และ ฉวีวรรณ ดำเนิน นางเอกเสียงใส และวาดลีลาที่งดงาม ว่ากันว่า คู่พระคู่นางของรังสิมันต์ "ทองคำ-ฉวีวรรณ" นั้นได้รับความนิยมจากชาวอีสาน ในระดับเดียวกันกับพระเอก-นางเอกคู่ขวัญ "มิตร-เพชรา" (มิตร ชัยบัญชา และเพชรา เชาวราษฎร์) ของวงการภาพยนตร์ไทยทีเดียว

morlum rangsiman

ความโด่งดังของรังสิมันต์นั้น มีเรื่องเล่าขานในหมู่นักฟังลำชาวอีสานว่า ถึงระดับผู้ฟังต้อง "ควดหม่องเยี่ยว" (ขุดที่ปัสสาวะ) หมายถึงบทบาทการแสดง และความไพเราะของเสียงกลอนลำของหมอลำได้ตรึงผู้ฟัง ซึ่งนั่งฟังอยู่กับพื้นดิน ส่วนใหญ่ได้แก่ลานวัดที่มีพื้นเป็นทราย ให้ถึงกับต้องใช้มือขุดทรายให้เป็นหลุม เพื่อถ่ายเบาที่ตรงนั้น เมื่อเสร็จกิจก็จะใช้ทรายรอบๆ ปากหลุมนั้นเกลี่ยทับแล้วนั่งฟังลำต่อไป เพราะการลุกออกไปถ่ายเบาข้างนอก แม้จะเสียเวลาเพียงนิดก็จะทำให้เรื่องราวสะดุดขาดตอน

การขาดตอนในการฟัง หรือพลาดไปแม้เสี้ยวนาที สำหรับการแสดงของคณะรังสิมันต์ถือว่า เป็นความสูญเสียอย่างมหันต์ทีเดียว เพราะในหมู่ชาวอีสานนั้นจะมีวัฒนธรรมหลังการฟังหมอลำอยู่อย่างหนึ่ง คือ การจับกลุ่มกล่าวขวัญทบทวนเรื่องราวหรือบทบาทของหมอลำที่ได้ชม ซึ่งการกล่าวขวัญนี้กินเวลาเป็นเดือนเป็นปี และถ้าหากได้มารู้ในภายหลังว่า ตัวเองนั้นพลาดทีเด็ดไปเพราะไม่รู้จัก "อั้น" หรือไม่รู้จักใช้วิธีปลดปล่อยที่แยบยลแล้ว ก็จะยังความเสียใจและเสียดายแก่ผู้นั้นไปอีกเป็นเดือนเป็นปี หรือจนกว่าหมอลำคณะนั้นจะย้อนกลับมาแสดงให้ได้แก้ตัวอีกครั้ง นั่นคือพฤติกรรมที่สะท้อนถึงอารมณ์ซาบซึ้งในศิลปะของชาวอีสานที่มีต่อหมอลำ ศิลปะประจำภาค

ดังนั้น "การควดหม่องเยี่ยว" ในเวลาฟังลำ จึงถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ควรได้รับการให้อภัย และกฎเกณฑ์ในเรื่องกิริยามารยาทอันดีงาม จะถูกงดเว้นเป็นการเฉพาะ ขณะเดียวกันจำนวนของกองทรายพูนบนลานวัด ยังใช้เป็นดัชนีชี้วัดความนิยมของ "มิตรที่แก่นแฟนที่รัก" ที่มีต่อคณะหมอลำได้อีกด้วย และคณะผู้ประเมินและวัดผลก็ใช่ใครอื่น ก็ สมภาร พระลูกวัดและลูกศิษย์สังฆ์การีวัด นั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นเจ้าของสถานที่ ที่จะต้องทำการเก็บกวาดลานวัดในตอนรุ่งเช้าวันถัดมา

angkanang 06

ด้วยชื่อเสียงเกียรติยศที่กำจรกำจายคับฟ้าอีสานของ คณะหมอลำรังสิมันต์ เป็นเหตุให้อาจารย์อัมพร หัวหน้าสำนักที่ทองนางฝึกหัดลำ ต้องเบนเข็มเปลี่ยนทิศทาง และปฏิรูปแนวลำกันใหม่ เลิกการฝึกหัดลำกลอน แล้วมาสอนและฝึกซ้อม "ลำเรื่องต่อกลอน" แทน เพื่อตอบรับและปรับตัวให้ทันกับกระแสความนิยมของมหาชน และการจะเป็นหมอลำเรื่องต่อกลอน หรือหมอลำหมู่นั้นจำเป็นต้องมีคณะ มีชื่อคณะ ซึ่งต่างจากลำกลอนซึ่งไม่จำเป็นต้องมีชื่อคณะ อาจารย์อัมพรจึงได้จัดการตั้งคณะหมอลำเรื่องต่อกลอนขึ้น และใช้ชื่อคณะว่า "อุบลพัฒนา"

ในระยะเริ่มต้น ทองนางได้รับวางตัวเป็นหางเครื่อง สำหรับช่วงโชว์เพลงและเต้นโชว์ ซึ่งเป็นช่วงโหมโรงก่อนถึงการแสดงหมอลำ และรับบทตัวประกอบเมื่อถึงช่วงที่หมอลำออกทำการแสดง เธอต้องรับบทได้ทุกอย่าง อาทิ นางทาสี นางสนมกรมใน ตัวตามนางเอก เรียกว่า ตัวแสดงประกอบฝ่ายหญิงมีตำแหน่งใดขาด เธอเป็นต้องมีหน้าที่เติมเต็มในส่วนนั้น

และเมื่อการแสดงจบลง บทบาทด้านหลังเวทีและที่บ้านอาจารย์ ซึ่งใช้เป็นสำนักงานหมอลำนั้น ทองนางต้องรับบทเป็นทั้งพี่เลี้ยงให้กับลูกๆ ของอาจารย์ เป็นคนรับใช้ที่ต้องคอยเก็บกวาด เช็ดถู ดูแลบ้าน ล้างถ้วย ล้างจาน และหน้าที่อื่นๆ ที่คนในฐานะผู้อาศัยจะพึงตอบแทนต่อผู้เป็นเจ้าของบ้าน

สไบแพร บัวสด เล่าความหลังเมื่อครั้งอยู่ "คณะอุบลพัฒนา" กับเพื่อนรัก อังคนางค์ คุณไชย

ปี พ.ศ. 2512 อาจารย์อัมพรได้จัดการเปลี่ยนชื่อให้ทองนางเป็น "อังคนางค์ คุณไชย" พร้อมๆ กันนั้น ก็เปลี่ยนชื่อเพื่อนรักชาวอุดรธานีของทองนาง ผู้ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขพากเพียรเรียนลำมาด้วยกัน คือ ทองใบ บัวสด ให้เป็น "สไบแพร บัวสด"

ปี พ.ศ. 2514 ชื่อเสียงของชาวคณะอุบลพัฒนาเริ่มดีขึ้น จึงได้บันทึกแผ่นเสียงการแสดงสดออกจำหน่าย ในรูปการแสดงแบบลำเรื่องต่อกลอน เรื่อง "นางนกกระยางขาว" อันเป็นเรื่องราวนิทานธรรมะ แสดงให้เห็นถึงทานบารมี ซึ่งมีตัวเอกชื่อ นางสุชาดา หนึ่งในจำนวนมเหสีหลายๆ คนของพระอินทร์ นางสุชาดาต้องรับผลแห่งวิบากกรรมโดยลงมาใช้ชาติใช้เวรกรรม ต้องนุ่งห่มถือครองผ้าขาวในร่างของนกกระยางขาว (นกกินปลาที่มีสีขาวปลอด) และต้องฝืนสัญชาติญาณสัตว์ด้วยการทำตบะ บำเพ็ญเพียรรักษาศีลข้อปาณาติบาตอย่างเคร่งครัด

angkanang 03

คู่พระ-คู่นางอุบลพัฒนาในอดีต ป.ฉลาดน้อย ส่งเสริม - อังคนางค์ คุณไชย

และด้วยความสาว สวย รูปร่างดี และเสียงดี บทนางเอกใน "นางนกกระยางขาว" จึงเป็นของอังคนางค์ คุณไชย คู่กับพระเอกตลอดกาลของอุบลพัฒนา ป.ฉลาดน้อย ส่งเสริม และต่อมาชื่อของ "ป.ฉลาดน้อย-อังคนางค์" ก็กลายเป็นคู่พระคู่นางไต่ระดับขึ้นเทียบชั้น "ทองคำ-ฉวีวรรณ" เหมือนปรากฏการณ์ที่ "สมบัติ เมทะนี-อรัญญา นามวงศ์" ขึ้นทาบรัศมี "มิตร-เพชรา" ในวงการหนังไทย

ในปีเดียวกันนี้ อุบลพัฒนา ได้เข้าประกวดแข่งขันลำเรื่องต่อกลอน ที่จัดขึ้นโดยสถานีโทรทัศน์ ช่อง 5 ขอนแก่น แล้วคว้ารางวัลชนะเลิศ นับแต่นั้น ชื่อเสียงของอุบลพัฒนาก็เป็นที่กล่าวขานถึงของแฟนหมอลำทั้งภาคอีสาน และข้ามภาคเข้ามาเปิดทำการแสดงในกรุงเทพฯ โดยการจัดของนักจัดรายการในกรุงเทพฯ อุบลพัฒนาได้เข้าเฉลี่ยส่วนแบ่งในตลาดที่รังสิมันต์เคยผูกขาดทั้งในภาคอีสานและในกรุงเทพฯ

angkanang cd angkanang cd2 angkanang cd3

สาเหตุที่อุบลพัฒนาสามารถแทรกตัวและผงาดขึ้นได้ ก็เนื่องจากราคาค่าจ้างหมอลำคณะรังสิมันต์นั้นถูกตั้งไว้สูง และยังพ่วงเงื่อนไขในการรับงานไว้อีกมากมาย อุบลพัฒนาจึงเป็นทางเลือกให้เจ้าภาพ และคณะกรรมการจัดงานที่มีทุนทรัพย์ไม่มากพอที่จะจ้างรังสิมันต์ได้ ต่างก็หันมาหาอุบลพัฒนากันทั้งนั้น และอุบลพัฒนาคือตัวเลือกอันดับ 1 ที่พัฒนาฝีมือจนดีวันดีคืน

สาวอุบลรอรัก โดย อังคณางค์ คุณไชย

อังคนางค์ คุณไชย มีชื่อเสียงโด่งดังเมื่อได้ลำคู่กันกับพระเอกคณะอุบลพัฒนา ป.ฉลาดน้อย ส่งเสริม มีลำกลอนอัดแผ่นเสียง (เทป/ซีดี) หลายเรื่อง เช่น นางนกกระยางขาว นางนกกระจอกน้อย พระเวสสันดรชาดก เป็นต้น เป็นนางเอก-พระเอกคู่กันของคณะอุบลพัฒนา

 การแสดงหมอลำ ร่วมกับ แม่ฉวีวรรณ ดำเนิน และ ป.ฉลาดน้อย ส่งเสริม

 

redline

backled1

 

art local people

ศิลปินพื้นบ้าน คือ ผู้สร้างสรรค์ผลงานอันหลากหลาย เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของพวกเราชาวอีสาน จึงขอประกาศเชิดชูคุณูปการของท่านเหล่านั้นให้ลูกหลานได้รู้จัก เพื่อเป็นแบบอย่างแก่อนุชนรุ่นหลัง ผู้จัดทำเว็บไซต์ไม่อาจทำความรู้จักกับศิลปินพื้นบ้านทุกท่านได้ ก็ได้แต่หวังว่าจะได้รับคำแนะนำจากท่านผู้รู้ในท้องถิ่นต่างๆ ได้ช่วยชี้แนะกันมา ยินดีรับข้อมูลและภาพประกอบของศิลปินชาวอีสานทุกท่านนำมาเสนอ ณ ที่นี้ ติดต่อได้ที่ webmaster @ isangate.com ขอบพระคุณทุกๆ ท่านครับ

สงวน ทรัพย์เตี้ย

sa nguan 01

พิณเป็นสัจธรรมแห่งการครองตน ตึงมากก็ขาด หย่อนมากก็ไม่ดี ให้อยู่สายกลาง
เปรียบกับสายพิณที่มีสามสาย แต่ละสายจะมีเสียงสูง กลางและต่ำ
ถ้าทั้งสามอยู่ในลักษณะพอดี ไม่ตึงหรือหย่อนเกินไป
เสียงพิณที่ออกมาก็จะมีความไพเราะน่าฟัง..."

ลืออำนาจ

ลืออำนาจ เป็นอำเภอหนึ่งใน จังหวัดอำนาจเจริญ เดิมคนรู้จักอำเภอลืออำนาจเพราะเป็นแหล่งผลิตผ้าไหมที่งดงาม ปัจจุบันอำเภอลืออำนาจมีสิ่งที่ทำให้คนรู้จักเพิ่มขึ้นอีก คือ เป็นแหล่งที่ผลิตพิณรูปร่างแปลกๆ ไม่ซ้ำแบบใคร เพราะ พิณเมืองลือมีรูปร่างที่ต่างไปจากเดิม ซึ่งแต่เดิมนั้นพิณจะมีรูปร่างแค่วงกลมหรือวงรีเท่านั้นแต่พิณเมืองลือ จะตกแต่งหน้าพิณจากวัสดุเหลือใช้และหาได้ง่ายในท้องถิ่น เช่น กระดองเต่า เปลือกหอยต่างๆ กะลามะพร้าว เศษไม้ แกลลอนน้ำมัน เขาวัว เขาควาย หน้าวัว หน้าควาย หน้าม้า หน้าหมู กระป๋องนม กะทะไฟฟ้า เป็นต้น

sa nguan 04

ผู้สร้างผลงาน

นายสงวน ทรัพย์เตี้ย เกิดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2474 ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 95 หมู่ 2 บ้านอำนาจ ตำบลอำนาจ อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ แรงบันดาลใจที่ทำให้พ่อสงวน ประดิษฐ์พิณขึ้นครั้งแรกนั้น เกิดขึ้นในช่วงที่มีอารมณ์เศร้า เนื่องจากภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากเสียชีวิตลง ซึ่งแต่ก่อนคุณพ่อสงวน มีอาชีพขายอาหาร เมื่ออยู่คนเดียว จึงคิดหาทางที่จะประกอบอาชีพอย่างอื่น ซึ่งตัวคนเดียวสามารถจะทำได้ แต่ก็ยังคิดไม่ออก 

sa nguan 02ปี 2537 ในงานนมัสการพระธาตุพนม ซึ่งจัดขึ้นทุกปี ในวันเพ็ญเดือน 3 พ่อสงวนได้ไปนมัสการพระธาตุพนมและได้เห็นวงดนตรีพื้นบ้านที่เข้ามาเล่นในงาน คือ วงโปงลาง เมื่อได้ฟังเขาเล่นก็เกิดติดใจในเสียงพิณ พอกลับมาบ้านจะหลับจะนอนก็ได้ยินแต่เสียงพิณ

ในปีต่อมา คุณพ่อสงวนได้ไปนมัสการพระธาตุพนมอีก ก็ได้เห็นวงโปงลางที่เขามาเล่นในงานอีก ในขณะนั้นวงโปงลางเขายังไม่ถึงเวลาเล่น คุณพ่อสงวนจึงได้ขอเด็กที่เฝ้าวงโปงลางเพื่อจะเข้าไปดูพิณ เขาไม่ยอมให้เข้าไปดู แต่ด้วยความยากรู้อยากเห็นเป็นอันมาก จึงได้จ้างเด็กที่เฝ้าวงโปงลางด้วยเงิน 50 บาท เขาจึงยอมให้เข้าไปดู

พ่อสงวนจับพิณขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ดูว่า เขาทำอย่างไร ขนาดเท่าใด ในขณะนั้นคุณพ่อสงวนก็คิดในใจว่า จะต้องทำให้ได้ จะทำอย่างไรดี เครื่องมือที่จะมาใช้วัดขนาดก็ไม่มี พอดีตาเหลือบไปเห็นเศษไม้ตกอยู่ที่พื้นชิ้นหนึ่งจึงได้หยิบขึ้นมาเป็นไม้สำหรับวัดขนาดของพิณ หลังจากได้ไม้วัดขนาดชิ้นนั้นมาแล้ว ก็ได้มาลองทำดู

pin 05แต่ก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร จะทำอย่างไร คุณพ่อสงวนจึงไปที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อหาซื้อพิณมาเป็นตัวอย่าง ซึ่งที่จังหวัดอุบลราชธานี มีร้านขายเครื่องดนตรีอยู่ จึงได้ซื้อพิณมาเป็นต้นแบบ จากนั้นก็ได้ทำมาเรื่อยๆ ได้ระยะหนึ่งก็ได้มาคิดว่าน่าจะทำอะไรที่มันแปลกไปจากเดิม

วันหนึ่งคุณพ่อสงวนได้ไปทำธุระที่จังหวัดอุบลราชธานี ขณะที่เดินผ่านหน้าร้านรับซื้อของเก่า ตาเหลือบไปเห็นหน้าควายอันหนึ่ง มีเขาสองข้างสวยงาม ถูกใจคุณพ่อสงวนมาก คุณพ่อสงวนจึงได้คิดว่าน่าจะเอาหน้าควายอันนี้มาทำเป็นพิณได้ จึงได้เข้าไปของซื้อเขามา พอกลับมาถึงบ้านก็เอามาลองทำดู ปรากฏว่าใช้ได้จริงๆ ใครได้พบได้เห็นก็ชมว่าสวยงามแปลกดี

pin 04ต่อมาคุณพ่อสงวนจึงได้ใช้วัสดุเหลือใช้อื่นๆ มาทำอีกและก็เป็นที่นิยมของคนดนตรี สิ่งที่แปลกก็คือ คุณพ่อสงวนไม่เคยออกแบบในกระดาษก่อนที่จะลงมือทำเลย แบบทุกแบบจะบันทึกไว้ในสมอง และกลั่นกรองออกมาให้แปลกใหม่เรื่อยๆ โดยไม่ซ้ำกัน เครื่องมือที่ใช้ตัด ขัด เกลา ยึดมีดโต้เล่มเดียวเป็นหลัก ถากและเกลาจนได้รูปแบบตามที่ต้องการ ใช้กระดาษทรายขัดเล็กน้อย เมื่อประกอบเป็นรูปร่างจะเหมาะสมกลมกลืน

ในระยะที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ พิณในจินตนาการของพ่อสงวน มีมากมายหลายแบบ เช่น พิณรูปนก เป็ด กระต่าย เต่า ปลา เสือ หน้าวัว หน้าควาย รูปคันไถ รูปคราด กระติบข้าว ฯลฯ ประมาณได้กว่า 1,000 ชิ้น ราคาจำหน่ายเริ่มตั้งแต่ 100 บาทถึง พันกว่าบาท

ผลงานที่คุณพ่อสงวนภูมิใจมากที่สุด คือ พิณรูปไถ รูปคราดและหน้าควาย โดยให้เหตุผลว่า พิณทั้งสามแบบนี้ จะสามารถเป็นสื่ออนุสรณ์เตือนใจลูกหลานชาวอีสานให้ทราบว่า เดิมทีบรรพบุรุษได้ใช้ควาย ไถ คราด เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำนาเลี้ยงชีพ

pin 06อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ พิณเป็นสัจธรรมแห่งการครองตน ตึงมากก็ขาด หย่อนมากก็ไม่ดี ให้อยู่สายกลาง เปรียบกับสายพิณที่มีสามสาย แต่ละสายจะมีเสียงสูง กลางและต่ำ ถ้าทั้งสามอยู่ในลักษณะพอดี ไม่ตึงหรือหย่อนเกินไป เสียงพิณที่ออกมาก็จะมีความไพเราะน่าฟัง "พิณเมืองลือ" จะเรียกว่า พิณจากใจก็ย่อมได้ เพราะผู้ผลิตก็ผลิตจากใจ วัสดุอุปกรณ์ที่นำมาผลิต ส่วนหนึ่งก็ได้มาจากน้ำใจอันดีงามของเพื่อนบ้าน

ผู้ที่เดินทางมาจากต่างถิ่นก็มาชม มาซื้อด้วยใจรัก พิณที่ผลิตได้ส่วนหนึ่งก็บริจาคให้สถานศึกษา เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ได้ศึกษา และให้ผู้มีใจรักในเสียงพิณจริงๆ ก็มีมาก ผู้ที่มาซื้อพิณไปบางคนก็ซื้อไปประดับบ้าน บ้างก็สะสม บ้างก็นำไปขายต่อ บางคนก็นำไปฝึกดีดพิณจริงๆ ปัจจุบัน พ่อสงวน ก็ยังตั้งหน้าตั้งตาผลิตพิณอย่างไม่ว่างเว้น

มีผู้สนใจทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดมาแวะชม แวะซื้อมิได้ขาด นับว่า พิณเมืองลือ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีศิลปไม่ซ้ำแบบใคร เป็นที่ภาคภูมิใจแก่คนเมืองลืออำนาจอย่างแท้จริง

ข้อมูล : ธงชัย ชัยศิริกุล
sa nguan 03
ขอแสดงความคารวะและอาลัย : ต่อการจากไปของ คุณพ่อสงวน ทรัพย์เตี้ย เมื่อ 27 พฤศจิกายน 2545 ทิ้งไว้แต่เบื้องหลังของผลงานที่หลากหลายให้กับเยาวชนคนรุ่นหลังได้เป็นแบบอย่างและศึกษา

 

redline

backled1

 

mp3

พิมพา พรศิริ : น้ำตาเมียซาอุ

...คิดมาอุราช้ำหนัก ผัวรักไม่เคยส่งเงิน
รู้ข่าวปวดร้าวเหลือเกิน เมื่อรู้ว่าเงินไม่มาถึงเมีย
พ่อแม่ผัวรับเต็มที่ เพราะเงินจากพี่ที่ซาอุดีอาระเบีย
ส่งมาให้ใช้กันนัวเนีย ส่วนลูกเมียนั่งเสียน้ำตา…"

เสียงเพลงหวานหูปนตัดพ้อต่อว่าที่ชื่อ 'น้ำตาเมียซาอุ' ของนักร้องหมอลำชื่อดัง 'พิมพา พรศิริ' ดังมาจากสเตอริโอคู่ทุกข์คู่ยากของชาวบ้านในแถบภาคอีสาน เนื้อท่อนแรกนั้นฟังเผินๆ ก็ดูเหมือนจะเป็นเพลงลูกทุ่งทั่วไป แต่พอมาถึงช่วง 'แร็ป' หมอลำซึ่งเป็นภาษาอีสานแท้ๆ นั้น ทำเอาหลายคนที่ไม่ชิน เกิดอาการมึนตึ้บกันเป็นแถบๆ แต่สำหรับลูกข้าวเหนียว บอกได้คำเดียวว่าถูกใจหลายเด้อ

pimpa 1

พิมพา พรศิริ (หนูแดง)

ชื่อ-สกุล : นางสาวนิตยา สุภาพ (พิมพา พรศิริ)
วัน เดือน ปีเกิด : 13 มกราคม 2512
ชื่อบิดา-มารดา : นายเพชร-นางทองอินทร์ สุภาพ มีอาชีพ เกษตรกรรม
วุฒิการศึกษา : มัธยมศึกษาตอนปลาย
ภูมิลำเนา : 174 หมู่ที่ 7 บ้านกันกง ตำบลละหาน อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ
ผลงานอัลบั้มเพลง : น้ำตาเมียซาอุ, พิมพาไถ่นาคืน, รักหนุ่มเร่หนัง, อีสานเขียว, อยากให้มีวันนั้นวันเดียว, หมอลำประยุกต์, ที่สุดของพิมพา, เสียงสะท้อนจากสาวไทย, พิมพาลีลา 2 และกับนักร้องอื่นๆ อีกหลายชุด
รางวัลเกียรติยศ :

ได้รับประกาศเกียรติคุณผลงานดีเด่น เป็นมรดกแก่วงการเพลงลูกทุ่งไทย ผู้ขับร้องเพลงลูกทุ่งดีเด่น ผลงานเพลง "น้ำตาเมียซาอุ" เนื่องในงาน "กึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย ภาค 2" ประจำปี 2534 จัดโด ยคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยเข้ารับรางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

pimpa

16 ปีที่แล้ว เพลง "น้ำตาเมียซาอุ" ทำให้เด็กสาววัย 16 ปี คนหนึ่งโด่งดังเป็นพลุแตก ในขณะที่เพลงๆ นี้ก็กลายเป็นเพลงอมตะไปเรียบร้อยแล้ว จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เด็กสาวคนนั้นเติบโตกลายเป็นผู้ใหญ่วัย 30 ปีเศษ แต่เธอยังเลือกที่จะเดินบนเส้นทางดนตรีต่อไป วันนี้เธอมีผลงานออกมาแล้วทั้งสิ้น 70 ชุด รวมทั้งอัลบั้มรวมฮิตด้วย

จะว่าไปแล้ว คนอีสานนั้นมีชีวิตผูกพันกับเพลงหมอลำมาตั้งแต่จำความได้ ส่วนใหญ่จะได้ยินจนชินหู และเห็นการเซิ้งมาจนชินตา เด็กเล็กๆ หลายคนหากได้ยินเสียงดนตรีทำนองหมอลำขึ้นมาเมื่อไร เป็นต้องตั้งวงเตรียมเซิ้งกันเลยทีเดียว นักร้องหมอลำที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่ต่างก็เคยเป็นอย่างที่เอ่ยมาแล้วทั้งนั้น อย่างเช่น พิมพา พรศิริ ที่ท้าวความถึงอดีตหนหลังให้ฟังว่า ตั้งแต่จำความได้ ก็ได้ยินเสียงหมอลำดังอยู่ทั่วทุกบ้านในแถบจังหวัดชัยภูมิ ที่ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอ

"ตั้งแต่เด็กจำความได้ก็ได้ยินเสียงหมอลำแล้ว มันเหมือนกับเพลงหมอลำได้แทรกอยู่ในทุกอณูของคนอีสาน ลำกลอนนี่ได้ยินจนชินหู และทำให้เราซึมซับสิ่งพวกนี้ไปโดยไม่รู้ตัว ทำให้เราชอบการร้องเพลง และเวลาหมอลำไปเล่นแถวบ้าน ก็จะชอบด ูแล้วก็จะมาเลียนแบบเขาลำยังไง ฟ้อนยังไง ก็จะจำมาเล่นกับเพื่อน

pimpa2พอโตขึ้นมาหน่อย จำได้ว่า เริ่มสาวแล้ว กำลังเรียนอยู่ที่ วิทยาลัยเทคนิคชัยภูมิ ความชอบด้านนี้ของเราก็ยังไม่หายไปไหน เวลาว่างก็จะหาหนังสือเกี่ยวกับเพลงมาอ่าน แล้ววันหนึ่งก็ไปเจอใบประกาศของโฆษกวิทยุชื่อดัง คุณลุงใหญ่ อยุธยา ที่รับสมัครศิลปินนักร้อง เราก็สนใจเลยเขียนจดหมายไปแนะนำตัว"

พิมพาเล่าต่อว่า "สาเหตุที่ส่งจดหมายไปขอสมัครเป็นนักร้องนั้น นอกจากความชื่นชอบในการร้องเพลงแล้ว อีกสาเหตุ หลักๆ เห็นจะเป็นปัญหาเรื่อง เงินทอง ที่เกิดขึ้นในครอบครัว เป็นช่วงที่พี่สาวไม่ค่อยสบาย ทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงมาก เลยคิดว่า จะต้องหางานทำเพื่อหาเงินมาช่วยแม่ แต่เรื่องที่ขอสมัครเป็นนักร้องก็เงียบหายไป"

จวบจนเวลาผ่านไป 2 เดือน คราวนี้ก็เลยเขียนจดหมายไปหาลุงใหญ่อีกครั้ง ถามแบบอ้อนๆ ว่า

ลุงใหญ่ลืมหนูแดง (ชื่อเล่นของพิมพา) แล้วหรือ? "

ซึ่งจดหมายฉบับนั้นเอง ทำให้ลุงใหญ่สงสัยว่า "หนูแดง" เป็นใคร และทำไมถึงเขียนมาแบบนี้ จึงสั่งให้ลูกน้องไปควานหาจดหมายฉบับก่อนๆ มา และก็ได้ติดต่อมา เพื่อให้ส่งเทปที่บันทึกเสียงร้องของพิมพาไปให้ฟัง

และนั่นจึงถือเป็นจุดกำเนิดของนักร้องหมอลำ ชื่อดัง นามว่า พิมพา พรศิริ

pimpa3"มีบางช่วงที่หายไป ก็มีแฟนเพลงถามถึงเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้หายไหนหรอกค่ะ เป็นเพราะไปทำเพลงเฉพาะภาค ทั้งเพลงภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคเหนือ ซึ่งการโปรโมทก็ไม่จำเป็นต้องออกทีวี ดังนั้นจึงโปรโมทเฉพาะในท้องถิ่น ก็เลยดูเหมือนหายหน้าไป"

หลังหมดสัญญากับบริษัทเมโทรเทปและแผ่นเสียงแล้ว พิมพา พรศิริ ตัดสินใจลงทุนทำเพลงเอง โดยให้เหตุผลว่า "อยากรวย" และอยากลองเสี่ยงดู ที่สำคัญอยากทำเพลงที่ตัวเองชอบ ซึ่งเธอก็ยอมรับว่า เจ็บตัวไปมากเหมือนกัน แต่ถือว่าได้ทำแล้ว ได้รู้รสชาติของมันว่าเป็นอย่างไร ไม่อย่างนั้นก็คาใจไปตลอดชีวิต

ช่วงที่ดังสุดๆ พิมพา พรศิริ เคยตั้งวงดนตรีโดยมีเธอเป็นนักร้องนำ แต่ตอนนี้ก็พอเหลือทีมงานอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ใหญ่โตเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่หากเจ้าภาพต้องการ เธอก็จะจัดหาให้ได้ หรือถ้าจะให้เธอฉายเดี่ยว ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือเช่นกัน

พิมพาบอกว่า "เนื้อร้องในเพลงของตนเปลี่ยนไปตามยุคสมัย อย่างเช่นเพลงที่โด่งดังกันมากอย่าง 'น้ำตาเมียซาอุ' แต่งขึ้นในช่วงที่ผู้ชายนิยมเดินทางไปขายแรงงานที่ประเทศซาอุดีอาระเบียกันมาก ส่งผลให้ผู้ที่อยู่ข้างหลังอย่างภรรยาต้องคอยคิดถึง และรอคอยเงินที่จะต้องส่งมาเป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน

น้ำตาเมียซาอุ - พิมพา พรศิริ

คล้ายๆ กับว่าเพลงคือ การบันทึกประวัติศาสตร์ในแต่ละยุคว่า ช่วงนั้นเขาได้ทำอะไรกันบ้าง มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ความคิดของคนช่วงนั้นๆ เป็นอย่างไร ปัจจุบันแฟนเพลงจะชอบฟังเพลงแนวอกหัก ผิดหวัง แล้วก็มีให้กำลังใจบ้าง เรียกว่าแบ่งแยกออกเป็นหลายแขนง หลายสาขา จะไม่มองในจุดเดียว อาจจะไม่เครียดมากไป บางคนก็ชอบสนุกสนานเลย เป็นอะไรที่หลายมุมมอง"

pimpa4ชีวิตปัจจุบันของ พิมพา พรศิริ หากว่างจากงานเพลง เธอก็จะช่วยที่บ้านทำไร่ทำนา เธอบอกว่าเธอไม่มีบ้านที่กรุงเทพฯ เพราะพ่อแม่อยากให้อยู่ด้วยกันที่จังหวัดชัยภูมิ ถ้าเข้ากรุงเทพฯ เพื่อทำงานก็อาศัยบ้านคนอื่นอยู่ ซึ่งถือเป็นชีวิตที่พอเพียง และได้อยู่กับธรรมชาติ และอากาศที่บริสุทธิ์

ล่าสุด เราได้เห็นผลงานของ พิมพา พรศิริ ที่ทำกับบริษัทนพพงษ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ในชุด "หัวใจฮำฮอน" ซึ่งเป็นลูกทุ่งอีสาน แนวสำนึกรักบ้านเกิด ส่วนอัลบั้มต่อไป กำลังจะออกมาในปลายปีนี้ อย่างแน่นอน

"ชุดล่าสุดของเรา จะเป็นเพลงแบบ นัน-สต็อปเมดเล่ย์ จุดมุ่งหมายคือ อยากจะให้ผู้ฟังมีสุขภาพแข็งแรง ด้วยการออกกำลังกาย โดยนำเพลงของเราไปเต้นแอโรบิกได้ มีท่าเต้นกระบองบ้าง ทำเป็นฟุตบอลบ้าง เรียกว่ามีหลายอย่าง ที่อยู่ในวีซีดี "อีสานแดนซ์" ก็เป็นอะไรที่สนุกสนาน ในรูปแบบของแอโรบิก" พิมพากล่าว

[ เนื้อหาของเพลง น้ำตาเมียซาอุ ]

ในวัย 45 ปี (2558) นักร้องหญิงเสียงดีจากตำบลละหาน อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ยังมีงานเดินสายโชว์ลูกคอต่อเนื่อง จากวันที่เพลง ''น้ำตาเมียซาอุ'' เริ่มต้นฮอตฮิตติดลมบน ทำให้ได้รับรางวัล ''ผู้ขับร้องเพลงลูกทุ่งดีเด่น'' เนื่องในงาน ''กึ่งศตวรรษลูกทุ่งไทย ภาค 2'' ประจำปี พ.ศ. 2534 โดยคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (ในขณะนั้น) และเข้ารับรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังมีคนอยากฟังเพลงนี้ไม่ขาด ทำเอาเจ้าตัวเป็นปลื้มสุดๆ 

pimpa5''เพลง น้ำตาเมียซาอุ เป็นเพลงอัลบั้มชุดแรก เป็นเพลงเอกเลย พี่น้องแฟนเพลงยังจำได้อยู่ 27 ปีแล้วเพลงนี้ยังไม่ตายไม่เคยหายไปไหนเลย มีคนขอให้ร้องให้ฟัง มีคนอยากฟังตลอด ก็รู้สึกดีใจมากๆ นะคะ ที่เพลงนี้อยู่ยาวทำให้แฟนเพลงคิดถึงเรา มีงานรับเชิญเรื่อยๆ''

พิมพา พรศิริ มีผลงานออกมาอีกกว่า 70 ชุด ต่อจากอัลบั้มน้ำตาเมียซาอุ แม้กราฟความสำเร็จไม่พุ่งเทียบเท่า แต่ก็ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายของการทำงาน เป็นที่รู้จักของมิตรรักแฟนเพลงเป็นอย่างดี มาถึงชั่วโมงนี้สุดยอดนักร้องลูกทุ่งหมอลำยอมรับว่า คิดหนักพอสมควรกับการทำผลงานใหม่ออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกันเต็มอัลบั้มเหมือนก่อน ด้วยรูปแบบการทำงาน ความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทำให้ยากต่อการขยับตัว

''ส่วนการทำเพลงใหม่ก็มีการวางแผนเหมือนกันนะคะ แต่ว่าต้องรอโอกาสเหมาะๆ จริงๆ การทำงานทุกวันนี้ต้องขึ้นอยู่กับเวลา จังหวะ และสถานการณ์ ความเคลื่อนไหวในวงการไม่เหมือนเดิมแล้วเนอะ การทำงานเพลงใหม่ๆ ออกมาทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แล้วเนอะ ศิลปินก็มีมากด้วย สังคมที่เปลี่ยนรูปแบบการบริโภคไปทำให้ต้องมาหาจุดว่าทำแล้วจะโดนไม่โดนมากขึ้น ต้องเดาใจผู้บริโภคมากขึ้น หากหาอะไรมาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ได้ก็เป็นเรื่องที่ยากค่ะ มันต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย ถ้าเราไม่เปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยมีความรู้สึกว่าเราก็ย่ำอยู่ที่เดิมไม่ไปไหนเลยคงไม่ได้ คงต้องมีการปรับเปลี่ยนตามกระแสตามยุคตามสังคมบ้าง เพราะฉะนั้นการทำงานใหม่คิดว่ามันต้องขึ้นอยู่กับจังหวะ สถานการณ์ สภาพแวดล้อมหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่างเพื่อทำให้ออกมาได้ดีที่สุด''

เจ้าของน้ำเสียงผลงานเพลงอันลือลั่นบอกอีกว่า การจะสร้างสรรค์ผลงานแต่ละครั้ง ต้องคำนึงถึงองค์ประกอบหลายส่วน และ ''ดวง'' ก็มีส่วนสำคัญ ทุ่มเททำงานมากแค่ไหนแต่บุญไม่พาวาสนาไม่มี ก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกัน ''มีโครงการเหมือนกันแต่ว่ามันต้องเหมาะจริงๆ ทำออกมาก็อยากให้มีความสุขกันทุกฝ่าย ผู้ลงทุนก็มีความสุข คนร้องก็มีความสุข คนฟังก็มีความสุขที่สุด เราเป็นศิลปินก็ต้องเข้าใจหลายส่วนด้วย นายทุนเขาลงทุนก็ต้องมีความหวัง ยิ่งการทำงานในยุคปัจจุบันที่มีการลงทุนสูงจะทำอะไรก็ต้องทำออกมาให้ดีที่สุด ส่วนตัวแปรการทำงานก็ต้องมีดวงด้วย (หัวเราะ) ไม่ได้งมงายนะ แต่จังหวะชะตาชีวิตคนมันก็มีส่วนประกอบด้วยนะ คือการทำงานมันต้องประกอบกันหลายส่วน ดวงก็มีส่วนสำคัญนะ บางคนทำให้เป็นให้ตายก็ไม่ประสบความสำเร็จ แตกต่างกับบางคนลงทุนทำอะไรแค่นิดเดียวได้เลยนะ โดนเลยนะ ก็คิดว่าบุญเก่าของเขามันเยอะ เราเชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ''

ทุกวันนี้นอกจากเดินสายร้องเพลงทำงานตามใจรักแล้ว ''หนูแดง'' พิมพา พรศิริ ยังไปเรียนปริญญาตรี คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี หาความรู้เพิ่มเติมด้วย ตามความคิดที่ว่า ''ไม่มีอะไรสายเกินเรียน'' และ ''การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด''

pimpa6

หลังโด่งดังเป็นพลุแตกจนได้รับฉายา หมอลำสาวเสียงมหัศจรรย์ ในเพลง น้ำตาเมียซาอุ วันนี้ "พิมพา พรศิริ อาร์สยาม" ขอกลับมาสร้างปรากฏการณ์มหัศจรรย์ให้กับวงการเพลงอีกครั้งกับซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดภายใต้ชายคา อาร์สยาม กับเพลง "สาวใหญ่สิลงคาน"

ใน อัลบั้มซุปตาร์อีสาน เพลงที่พูดถึงสาวใหญ่สาวโสดที่อยากเจอผู้ชายแบบไหนก็ได้ ขอแค่ยังไม่มีเมีย ก็พร้อมจะลงจากคานทันที โดย พิมพา พรศิริ อาร์สยาม ได้พูดถึงผลงานเพลงใหม่ล่าสุดนี้ว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณพี่น้องแฟนเพลงทุกคนที่ยังให้การต้อนรับมาตลอด ตั้งแต่เพลง น้ำตาเมียซาอุ ที่ทำให้ พิมพา พรศิริ โด่งดัง และเป็นที่รู้จัก

pimpa7

มาวันนี้ได้มีโอกาสมาอยู่บ้านหลังใหม่กับ ค่ายอาร์สยาม พร้อมส่งซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด สาวใหญ่สิลงคาน เป็นเพลงลูกทุ่งอีสานแนวเย้าแหย่กัน น่ารักๆ ซึ่งการถ่ายทำมิวสิควิดีโอเราก็ยกกองไปถึงลาดหลุมแก้วเลยค่ะ สนุกสนาน เฮฮา และอบอุ่นมาก ส่วนเรื่องราวจะเล่าถึงสาวโสดที่หัวใจไม่เคยได้ใช้งาน ไม่คิดจะมีครอบครัว แต่พอมาช่วงชีวิตหนึ่งก็อยากมีคู่ชีวิต คู่คิด แต่ด้วยอายุที่เริ่มเยอะแล้ว เลยคิดว่าผู้ชายที่เข้ามาจะเป็นแบบไหนก็ได้ ขอแค่เป็นคนดี และยังไม่มีแฟนไม่มีภาระก็พอ ยังไงลองติดตามกันดูนะคะ หวังว่าจะโดนใจสาวใหญ่สาวโสดทุกคนค่ะ ฝากเป็นกำลังใจให้ซิงเกิ้ลแรกในบ้าน อาร์สยาม เพลง สาวใหญ่สิลงคาน

สาวใหญ่สิลงคาน โดย พิมพา พรศิริ

 

redline

backled1

 

Loading...

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1

นโยบายความเป็นส่วนตัว Our Policy

ยินดีต้อนรับสู่ประตูอีสานบ้านเฮา เว็บไซต์ของเรา ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)