foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
ช่วงนี้ เศร้า หดหู่ วิตกกังวล สมองไม่แล่นจนไม่อยากเขียนบทความใดๆ เลยครับ สถานการณ์โรคระบาดจากพยาธิโควิดครั้งนี้รุนแรงมาก คนติดกันเยอะ ตายกันแยะเป็นใบไม้ร่วง แต่ก็ยังมีพวกที่เอาแต่สนุก เย้วๆ ไม่กลัวตาย ไม่กลัวการระบาด ไปมั่วสุมทั้งในแหล่งการพนัน โบก ไพ่ ไฮโล สนุกเกอร์ ตลอดจนการกินดื่มร่วมกันแบบไม่ระวังตัว จนระบาดกลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ สงสารคนเฒ่าคนแก่อยู่บ้านที่พลอยติดไปกับลูกหลานขี้ดื้อหลายเด้อพี่น้อง เป็นตาซังแท้สู 🙏🙏🙏😁

: Our Sponsor ::

adv200x300 2

: Facebook Likebox ::

: Administrator ::

mail webmaster

: My Web Site ::

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75

No. of Page View

paya supasit

ju juเก้าสิฆ่าสิบสิฆ่าให้เอาแก่นคะยูงตี อย่าได้เอาบาลีต่อยตีตางฆ้อน

        ## จะฆ่าให้ตายก็ฟาดด้วยไม้เนื้อแข็ง อย่าตีด้วยธรรมะความรู้เลย @ธรรมะร่มเย็น ##

looktung morlum artists

somjit bortong 02สมจิต ทองบ่อ

เจ้าของฉายา “หนุ่มหมอลำนาฏศิลป์ยอดฮิต”

นายสมจิต ทองบ่อ หรือชื่อในวงการว่า “สมจิตร บ่อทอง” เกิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม พุทธศักราช 2507 ที่บ้านคำเตย ตำบลส้มผ่อ อำเภอเลิงนกทา จังหวัดอุบลราชธธานี (ปัจจุบันคือตำบลคำเตย อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร) เป็นบุตรคนที่ 7 จากพี่น้องทั้งหมด 9 คน ของนายบุญทัน และนางจันทร์ ทองบ่อ สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนกุดชุมวิทยา อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร

นายสมจิต ทองบ่อ เป็นผู้ที่มีความกตัญญู ช่วยเหลือครอบครัวตั้งแต่เยาว์วัย เมื่อว่างเว้นจากการทำการเกษตร ก็มักใช้พรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ช่วยเหลือสังคมโดยการขับร้องเพลงลูกทุ่ง หมอลำ ในงานบุญ และงานกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนและชุมชนเสมอมา แต่ด้วยความที่ครอบครัวมีฐานะยากจน จึงขาดโอกาสในการเรียนต่อ จึงต้องออกมาช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวโดยการทำนา และในยามที่ว่างเว้นจากฤดูกาลทำนา สมจิต ทองบ่อ ก็ไม่ได้ปิดกั้นความสามารถของตน แต่กลับมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ที่จะทำตามฝันของตนให้เป็นจริง

กล่าวเฉพาะด้านศิลปะการแสดง นายสมจิต ทองบ่อ (สมจิตร บ่อทอง) ได้ศึกษานาฏศิลป์ไทยจาก อาจารย์บรรจง บุญทวี และอาจารย์เพ็ญศรี เพิ่มพูน แห่งโรงเรียนบ้านคำเตย ได้รับความรู้ด้านหมอลำจากครูผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน เป็นต้นว่า อาจารย์บุญเลิศ พรมชาติ แห่งคณะหมอลำรุ่งตะวันสีทอง อาจารย์ดาว บ้านดอน แห่งบริษัทชัวร์ออดิโอ จำกัด อาจารย์สมจิตต์ เพชรสังหาร แห่งคณะหมอลำเรื่องต่อกลอนทำนองขอนแก่น คณะแก่นนครบันเทิงศิลป์ อาจารย์เทพพร เพชรอุบล อาจารย์เฉลิมพล มาลาคำ อาจารย์สุดโก้ เจียระไน และอาจารย์ก้อง บ้องตื้น แห่งบริษัท เอ็มดี จำกัด จนนายสมจิต ทองบ่อ (สมจิตร บ่อทอง) สามารถแต่งเพลง เขียนกลอนลำ และเขียนบทละครหมอลำเรื่องต่อกลอนเป็นเรื่องหลายเรื่องได้ด้วยตนเอง

somjit bortong 05

การเข้าสู่วงการบันเทิง

สมจิต บ่อทอง ได้ไปสมัครเป็นหมอลำกับ "คณะรุ่งตะวันสีทอง" ในฐานะตัวแสดงประกอบ ต่อมาหัวหน้าคณะ (คุณครูบุญเลิศ พรมชาติ) เห็นแววความสามารถ จึงให้เล่นบทพระเอก โดยใช้ชื่อว่า “สมจิตร แสงชัย” และในปีพุทธศักราช 2532 ดาว บ้านดอน ได้ชักชวนสมจิตรให้เข้าเป็นศิลปินสังกัด ชัวร์ออดิโอ แต่ยังคงรับงานในคณะหมอลำรุ่งตะวันสีทอง และเปลี่ยนชื่อจาก สมจิตร แสงชัย เป็น “สมจิตร บ่อทอง”

ในปี 2533 ได้ทำให้วงการเพลงลูกทุ่งหมอลำสะท้านสะเทือนไปทั่ววงการ ด้วยการออกอัลบั้มชุดแรก “กุหลาบแดง” จนเป็นที่โด่งดัง กับค่ายชัวร์ออดิโอ และสร้างชื่อเสียงให้ผู้คนได้รู้จัก สมจิตร บ่อทอง อีกทั้งบทเพลง "กุหลาบแดง" ในทำนองลำเพลิน ก็ยังมีศิลปิน นักร้อง ชื่อดังมากมายนำมาขับร้องจนถึงปัจจุบัน เป็นเพลงที่นักร้องคนไหนนำไปร้องโชว์ก็เพราะทุกคน

กุหลาบแดง - สมจิตร บ่อทอง

"เพลงนี้ได้แต่งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2529 คือ แต่งตอนอยู่ในนากำลังเกี่ยวข้าวอยู่ แต่งจากความรู้สึกของตัวเองจริงๆ เพราะตอนนั้นเริ่มมีความรักใหม่ๆ ซึ่งกลอนลำนี้เขียนง่าย และเขียนเสร็จเร็ว นึกออกก็มาเขียนเอาไว้ เพลงนี้เป็นแนวกลอนลำเพลิน ได้แรงบันดาลใจมาจากตัวผมเองที่กำลังมีความรักอยู่อินมาก เป็นความรักแบบลูกทุ่งๆ พอดีช่วงนั้นเพลงของพี่เป้ากำลังดัง ผมเลยเอาตรงนั้นมาแต่งแล้วใส่ทำนองหมอลำเข้าไป ต่อมา อาจารย์ดาว บ้านดอน มาเปลี่ยนเป็นจังหวะหมอลำทั้งหมด เพราะเขาอยากให้แฟนเพลงเต้นได้แบบต่อเนื่อง มันเป็นเพลงที่อยู่คู่กับหมอลำมานาน ตอนนั้นไม่คิดว่ามันจะดังขนาดนี้ พูดง่ายๆ เลยว่าดังจนเหลือเชื่อสุดๆ เพราะมีคนเอาไปร้องตามร้านอาหาร ตามวงหมอลำ พูดได้ว่าแทบทุกวงเอาไปร้อง ไม่ว่าจะเป็นลำกลอน ลำซิ่ง ลำเรื่องต่อกลอน และไม่ว่าใครจะเอาไปร้องมันก็ฟังแล้วม่วนสุดๆ" สมจิตร เล่าถึงที่มาของเพลง "กุหลาบแดง" ซึ่งกลายเป็นเพลงประจำตัวของเขา และเป็นที่รู้จักของแฟนเพลงตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา หลังจากที่อยู่ในสังกัดชัวร์ออดิโอมาเป็นเวลา 8 ปี ในปี พ.ศ. 2541 จึงได้ย้ายมาอยู่สังกัด เอ็มดีเทป

ปี พ.ศ.2540 ได้ร่วมงานกับคณะแก่นนครบันเทิงศิลป์ จนถึงปีพ.ศ.2552 เป็นเวลา 14 ปี

พ.ศ. 2553 ได้แยกตัวออกมาจากคณะแก่นนครบันเทิงศิลป์ เพื่อทำคณะหมอลำเรื่องต่อกลอนทำนองขอนแก่นของตนเอง ชื่อ “คณะสมจิตร บ่อทอง” เดินสายแสดงคอนเสิร์ตทั่วประเทศ ปัจจุบันเป็นศิลปินสังกัดท็อปไลน์ ไดมอนด์

สมจิตร บ่อทอง ฤดูกาลใหม่ 2559 ที่กำลังจะมาถึงเปลี่ยนชื่อคณะใหม่ เวทีปกติป้ายจะเป็น "คณะสมจิตร บ่อทอง" ปีนี้ป้ายบนเวทีจะเป็นคณะ ''ศิลปินกุหลาบแดง'' ตามชื่อกลอนลำดังของตัวเองที่แฟนเพลงรู้จักกันดี เปลี่ยนชื่อครั้งนี้ยังแซวไปถึงคณะ ''ศิลปินภูไท'' อย่าหาว่าเลียนแบบนะเพื่อน

somjit bortong 06

ด้วยเป็นคนกตัญญูรู้คุณ มีจิตสาธารณะ มีความสามารถเฉพาะตัว รักและฝักใฝ่ในการเรียนรู้จากครูเพลงทั้งลูกทุ่งและหมอลำ รวมถึงมีคติในการดำเนินชีวิตว่า “การมีความมั่นใจในตนเองสูง จะทำสิ่งที่ชอบได้สำเร็จ” จึงนำจิตวิญญาณการต่อสู้ชีวิตของความเป็นลูกอีสาน มาหลอมรวมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยน้ำเสียงในการขับร้อง และกลอนลำที่ไพเราะหาใครเทียบไม่ได้ ประกอบกับท่ารำ 32 ท่า โดยใช้อวัยวะทุกส่วนของร่างกาย ประกอบกับลีลาการแสดงอย่างอ่อนช้อย เรียบง่าย สวยงาม ตามจังหวะก้าวย่างของดนตรี ซึ่งเป็นท่วงท่าที่เลียนแบบ และดัดแปลงมาจากพฤติกรรมตามธรรมชาติของคน สัตว์และสิ่งแวดล้อมรอบตัวในท้องทุ่งแดนอีสาน จนได้ฉายา “หนุ่มหมอลำนาฏศิลป์ยอดฮิต”

นายสมจิต ทองบ่อ (สมจิตร บ่อทอง) ยังได้รับรางวัลเกียรติยศรางวัลโล่เชิดชูเกียรติประกาศเกียรติคุณ “นาคราช” ประเภทศิลปินพื้นบ้านอีสาน สาขาดนตรีและนาฏกรรม ประจำปี 2557 จาก สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

somjit bortong 04

การทุ่มเทชีวิตจิตใจให้กับศิลปะการแสดงหมอลำอันทรงคุณค่า เพื่อให้ผู้คนได้เห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมแขนงนี้ จึงหมายมั่นปั้นใจอนุรักษ์ สานต่อและส่งเสริม มรดกทางวัฒนธรรมนี้ไว้ตราบนานเท่านาน นายสมจิต ทองบ่อ (สมจิตร บ่อทอง) จึงสมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินมรดกอีสาน สาขาศิลปะการแสดง (ลูกทุ่งหมอลำ) ประจำปีพุทธศักราช 2558 จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเป็นเกียรติประวัติสืบไป

ศิลปินมรดกอีสาน - สมจิตร บ่อทอง

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลดีเด่นประจำปี 2559 ให้แก่ นายสมจิต ทองบ่อ (สมจิตร บ่อทอง) ซึ่งถือเป็นบุคคลที่สร้างคุณงามความดี ทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติ สมควรได้รับพระราชทานรางวัล "พระธาตุนาดูนทองคำ" ประเภทบุคคลดีเด่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาขาทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

somjit bortong 01

ปัจจุบัน สมจิตร บ่อทอง นอกจากจะนำคณะไปแสดงให้ประชาชนได้ชมแล้ว ยังรับเชิญไปให้ความรู้ในสถาบันการศึกษาต่างๆ เช่น สอนนักศึกษาภาควิชาศิลปะการแสดงและนาฏศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี รวมทั้งแต่งเพลง และกลอนลำ สนับสนุนทางราชการ หน่วยงานต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ

การติดต่อและที่อยู่ปัจจุบัน

somjit bortong 03

สมจิตร บ่อทอง - เยือนรายการ ไมค์ทองคำหมอลำฝังเพชร"

สมจิตร บ่ทอง - ซุปเปอร์หม่ำ

 

redline

backled1

 

looktung morlum artists

duenpen 01เดือนเพ็ญ อำนวยพร

เดือนเพ็ญ อำนวยพร ชื่อ-นามสกุลจริงคือ อำนวย จันโทสี มีชื่อเล่นว่า น้อย เกิดวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2510 ภูมิลำเนาเป็นชาวอำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม เนื่องจากทางครอบครัวมีอาชีพทำนา มีฐานะยากจนมาก จึงไม่มีโอกาสใด้เรียนต่อ ด้วยความที่เป็นลูกคนโต พอจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พ่อแม่จึงส่งไปทำงานกับญาติที่กรุงเทพฯ เป็นสาวโรงงานทำงานเกี่ยวกับช่างทอง ใด้ประมาณ 2 ปีก็กลับมาทำนาช่วยพ่อแม่

ใด้มีโอกาสไปเล่นกับหมอลำคณะเล็กๆ ที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน จนอาจารย์ คำเกิ่ง ทองจันทร์ รู้ข่าวว่าเสียงดีใช้ได้ เลยชักชวนมาอยู่กับวงที่ จังหวัดร้อยเอ็ดด้วย คิดว่าจะเอาไปอัดเสียงคู่กับสาธิต ทองจันทร์ ซึ่งสมัยนั้น ตัวสาธิตเองยังไม่มีชื่อเสียง แต่กว่าจะใด้อัดเสียงต้องทำงานทุกอย่าง เริ่มตั้งแต่ ตักน้ำ นึ่งข้าว ซักผ้า ล้างถ้วยชาม

เข้าสู่วงการเริ่มแรกด้วยการเป็น "หางเครื่อง" ของวงดนตรี สาธิต ทองจันทร์ ได้ออกอัลบั้มชุดแรกคือ น้ำตาจากใจ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากเป็นแนว "ลำเดิน" ต่อมา อาจารย์คำเกิ่ง ทองจันทร์ ให้หันมาเปลี่ยนแนวเป็น "ลำเดินกาฬสินธุ์" ชุด สาวนาขาดรัก เจ็บแล้วบ่จื่อ ประสบความสำเร็จพอสมควร เป็นนักร้องในวงดนตรี สาธิต ทองจันทร์ อยู่หลายปี ก็เริ่มมีชื่อเสียง จึงใด้อัดเสียงคู่กันในชุด คู่รักคู่ชื่น ก็เริ่มมีคนรู้จัก

satit thongchan 04

ต่อมาก็เป็นอัลบั๊มเดี่ยว ชุด พื้นเมืองอีสาน มีกลอน คนหลังยังคอย ปีใหม่ใกลแฟน อย่าสะกิดแผลใจ เธอคือฆาตกร ก็ใด้รับการตอบรับจากแฟนเพลง แฟนหมอลำจนมีชื่อเสียงพอสมควร อาจารย์คำเกิ่ง ทองจันทร์ ก็เลยตั้งวงดนตรีให้พร้อมทั้งบันทึกเสียง ชุดใหม่ออกมาเรื่อยๆ เช่น ชุด น้ำตาสาวเย็บผ้า ชุดสาวนาหน้าแล้ง

พื้นเมืองอีสาน อัลบั้มเดี๋ยวชุดแรกของ เดือนเพ็ญ อำนวยพร

จนมาถึงชุด หัวอกสาวก่อสร้าง ซึ่งเป็นชุดที่ใด้รับ "รางวัลพระพิฆเนศทองพระราชทาน" จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในปี พ ศ 2540 ซึ่งเป็นความภูมิใจที่สุดในชีวิตการเป็นนักร้องหมอลำ ต่อมาก็มีชุด ขอเป็นแรงใจ คานทองห้องแอร์ และอีกหลายๆชุด ซึ่งอยู่กับ บริษัทกรุงไทยมาตลอด พอปี พ.ศ. 2544 ก็เลยมาลงทุนตั้งวงหมอลำเป็นของตัวเอง จนประมาณปี พ.ศ. 2553 ก็หมดสัญญากับบริษัทกรุงไทย แต่ก็ยังทำวงดนตรีอยู่ต่อมาจนถึงปัจจุบัน

 duenpen 02

ผลงานชุดนี้เป็นแม่แบบให้หมอลำสมัยนั้นหันมาลำทำนองนี้กันมากมาย เช่น พิมพ์ใจ เพชรพลาญชัย จินตหรา พูนลาภ ศิริพร อำไพพงษ์ (สมัยอยู่ที่กรุงไทยออดิโอ) สาธิต ทองจันทร์ เช่น ชุด พี่นิดคนเดิม แด่หญิงชายคู่นั้น ต่อมา เดือนเพ็ญก็ดังเปรี้ยงปร้างในชุด พื้นเมืองอิสาน คนหลังยังคอย เธอคือฆาตกร แนวดนตรีที่วงลำเพลินยุคนั้นชอบนำมาเล่นกันหน้าเวที และในชุดต่อๆ มาก็ประสบความสำเร็จ เกือบทุกชุด เช่น เดือนเพ็ญลำเพลิน สาวนาหน้าแล้ง ชาติหน้าค่อยพบกัน ชุดน้ำตาสาวเย็บผ้า (ดังมาก) จนนำมาทำเป็นลำเรื่องต่อกลอนทำนองลำล่อง มี สาธิต ทองจันทร์ เป็นพระเอก เดือนเพ็ญ อำนวยพร เป็นนางเอก สุระกานตร์ แสงคำ กับ หงษ์หยก วิไลวรรณ เป็นตัวโกง ศิริพร อำไพพงษ์ เป็นเพื่อนนางเอก อีกหลายชุด และมาดังเปรียงปร้างอีกทีก็คือ คานทองห้องแอร์

duenpen 05

และมาเปรี้ยงปร้างสุดๆ อีกครังในปัจจุบันคือเพลง เมื่อไหร่จะพอ ปัจจุบัน เดือนเพ็ญ อำนวยพร มีวงหมอลำใหญ่เอาการ มี ชาญชัย จตุรงค์ (เปเล่) ร่วมแสดงด้วย

รางวัลคนคอย - สาธิต ทองจันทร์ - เดือนเพ็ญ อำนวยพร

เดือนเพ็ญ อำนวยพร ให้สัมภาษณ์ในรายการ ตำนานพิณแคนซอ ว่าแท้จริงชื่อเล่นของเธอชื่อ "จ่อง, สาวจ่อง" ส่วนชื่อ "น้อย" นั้นเป็นชื่อของแม่ของเธอ หลายๆ เหตุผลเธอจึงได้ชื่อ "น้อย" ไปโดยปริยาย และเพื่อให้ชื่อคล้องกับชื่อเล่นของ สาธิต ทองจันทร์ ก็คือ "นิด" มาคู่กับ "น้อย" เดือนเพ็ญ อำนวยพร

  • พ.ศ. 2540 อัลบั้ม หัวอกสาวก่อสร้าง ได้รับ "รางวัลพระพิฆเนศทองพระราชทาน" จาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  • พ.ศ. 2557 เข้ามาเป็นศิลปินใน สังกัดอาร์ สยาม ออกอัลบั้ม อีสานตลาดแตก 3 และ เมื่อไหร่จะพอ

duenpen 03

แม้จะกลับมาโด่งดังอีกครั้งจากการออกซิงเกิ้ลใหม่กับ สังกัดอาร์สยาม จนกลายเป็นตัวแทน "ผู้หญิงรักเดียวใจเดียว" ไปแล้ว แต่กลับมีคนเห็นหมอลำสาว ดาวค้างฟ้า เดือนเพ็ญ อำนวยพร อาร์สยาม (อำนวย จันโทสี) เปิดร้านขายกาแฟชื่อ เดือนเพ็ญนมนัว อยู่ย่านวงเวียนหมู่บ้านเอื้ออาทร ในตัวเมือง จังหวัดมหาสารคาม พร้อมกระแสว่าเป็นหมอลำตกอับเสียแล้ว

งานนี้ พี่น้อย - เดือนเพ็ญ อำนวยพร ของเราจะว่าอย่างไร

“ไม่ว่าอะไรเลยค่ะ (หัวเราะ) คือพี่น้อยตั้งใจจะหาอาชีพเสริมอยู่แล้ว นอกเหนือจากงานร้องเพลงหมอลำ ที่เป็นงานที่เรารัก และทำมาทั้งชีวิต ส่วนใครจะมาว่าเป็นหมอลำตกอับ ก็ไม่เป็นไรค่ะ เราถือว่าเราไม่อายทำกิน เพราะเราก็มีภาระต้องกินต้องใช้ทุกวัน ร้านที่เปิดก็เล็กๆ ค่ะ ขายกาแฟ นมสด ขนมปังปิ้ง กับอาหารจานเดียว

duenpen 04

ฝากแฟนเพลงผ่านไปผ่านมาแวะอุดหนุน ถ่ายรูปกับพี่น้อยได้นะคะ อยู่โซนวงเวียนหมู่บ้านเอื้ออาทร ซอยหมู่บ้านเสริมไทย ในมหาสารคามนี่แหละค่ะ ส่วนงานคอนเสิร์ต พี่น้อยก็ยังรับปกตินะคะ เจ้าภาพติดต่อได้เหมือนเดิมค่ะ นี่ก็มีทำสัญญารับงานไปถึง ปี 61 – 62 ไว้แล้ว และช่วงหน้าฝนนี้ก็มีแผนจะไปรับงานทางยุโรปด้วยค่ะ ฝากแฟนเพลงที่อยู่ใกล้มาให้กำลังกันได้นะคะ”

รักแท้แพ้ลับหลัง - เดือนเพ็ญ อำนวยพร

 

redline

backled1

 

looktung morlum artists

satit thongchan 01สาธิต ทองจันทร์

สาธิต ทองจันทร์ มีชื่อจริงตามบัตรประชาชนว่า นายสานิต ไชยทองศรี เกิดเมื่อ 10 มิถุนายน 2500 เป็นคนบ้านหนองหูลิง ตำบลบัวขาว อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ มีพี่น้อง 6 คน เป็นลูกชาวนา แต่ว่าบิดาชอบเป่าแคน เสียงแคนเสียงลำเลยฝังใจ "เด็กชายนิด" มาตั้งแต่เล็ก เรียนจบแค่การศึกษาภาคบังคับ ป.4 จากโรงเรียนบ้านหนองหูลิง ที่บ้านเกิด เลยได้บวชเณรร่ำเรียนนักธรรมจนสอบได้นักธรรมตรี สึกออกมาทำนาที่บ้าน แต่ใจรักอยากเป็นหมอลำ เคยขอพ่อ-แม่ว่าอยากไปสมัครเป็นหมอลำ แต่ก็ถูกทักท้วงห้ามปราม

สาธิต ทองจันทร์ ในวัยหนุ่มมีความใฝ่ฝันบนเส้นทางแห่งเสียงเพลงอย่างมุ่งมั่น จึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านเพื่อเสี่ยงดวงเข้าวงการ (ด้วยการแอบขายข้าวเปลือกของพ่อ เอาไปเป็นค่ารถ ที่มาของเพลงชุด มือสังหาร) มาเผชิญโชคที่จังหวัดมหาสารคาม ด้วยการไปสมัครอยู่กับ วงดนตรีศักดิ์สยาม เพชรชมพู ในตำแหน่ง "คอนวอย" ที่ต้องคอยแบก คอยขนเครื่องดนตรีจิปาถะ นานๆ ทีจะได้ร้องสักเพลงหนึ่ง ด้วยการขึ้นร้องเพลงแทนนักร้องประจำในวงขัดตาทัพเป็นบางช่วง เคยได้อัดแผ่นครั้งเดียวชื่อเพลง "ตำแหน่งชาวนา" แต่ก็ไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร หัวหน้าไม่ยอมตัดแผ่นให้นำไปแจกเสนอกับโฆษกรายการในสถานีวิทยุ

จากนั้น สาธิต ทองจันทร์ จึงย้ายมาประจำอยู่ที่วงชอง “สุภาพ ดาวดวงเด่น” และมีโอกาสบันทึกเสียงคู่กันกับหัวหน้าวงอยู่เสมอ แต่ก็ยังไม่ได้รับความนิยมจากแฟนเพลงเท่าที่ควร แต่แรงใจยังไม่สิ้นสู้ต่อไป สักวันคงจะประสบความสำเร็จบนเส้นทางสายถนนดนตรี

satit thongchan 02

ภายหลังจากที่ สุภาพ ดาวดวงเด่น ได้หยุดวงลง จึงได้เข้าร่วมงานกับ “วิฑูรย์ วงษ์ไกร” แห่งคณะ “เงาฟ้าอัศวิน A-100“ ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับคณะ “ร. รุ่งเรืองศิลป์” ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็นชื่อคณะ “คณะลูกอีสาน 100 เปอร์เซนต์“ รับงานในรูปแบบวงดนตรีลูกทุ่งหมอลำ

ที่วงนี่เองได้รู้จัก อาจารย์คำเกิ่ง ทองจันทร์ ซึ่งตอนเป็นนักร้องลูกวงสุภาพ ดาวดวงเด่น เคยพบอาจารย์อยู่ที่บ้านหนองกุง ตำบลภูเงิน อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด พอช่วงสุภาพหยุดวงทั้งหมด เลยย้ายตัวมาอยู่คณะลูกอีสาน 100% และได้เข้าฝากตัวเป็นศิษย์ อาจารย์คำเกิ่ง ทองจันทร์ ที่นี่

satit thongchan 03

จนในที่สุดความฝันก็เป็นจริงจนเมื่อ อาจารย์คำเกิ่ง ทองจันทร์ แห่งคณะทองจันทร์โปรโมชั่น ได้เขียนกลอนลำให้กับสาธิต ทองจันทร์ พามาฝากอยู่กับ "นายห้างกรุงไทย" ที่ให้การสนับสนุนนำมาบันทึกเสียง จนมีชื่อเสียงโด่งดังหลายกลอน เช่น ปากโกรธใจคิดถึง, ผิดหรือพี่จน, สมน้ำหน้าตนเอง, ความรักเหมือนควันบุหรี่, มือสังหาร ล้วนแต่เป็นกลอนลำที่ได้รับความนิยมและครองใจแฟนเพลงมาจนถึงปัจจุบัน

ปากโกรธใจคิดถึง - สาธิต ทองจันทร์

สาธิต ทองจันทร์ ได้ชื่อว่าเป็นหมอลำที่มีผลงานการอัดเสียงมากที่สุด (มากกว่า 30 ชุด) และทุกชุดได้รับความนิยมอย่างสม่ำเสมอ ไม่ถึงขนาดขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่ทว่าขายหมดขายสิ้นทำยอดจำหน่ายสูงๆ ทุกชุด

เป็นลูกศิษย์กตัญญูอยู่กับ อาจารย์คำเกิ่ง ทองจันทร์ ไม่เคยไปไหน ร้องเพลงแรกที่อาจารย์แต่งให้คือ หยุดน้ำตาเถิดน้อง และชุดอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย อาทิ ฝากใจไว้กับดิน, สวรรค์ให้มา, รักแท้คือแม่ฉัน, แก้วหลงกรุง, ปากโกรธใจคิดถึง ฯลฯ

satit thongchan 04

เป็นเจ้าของฉายา หมอลำสวมแว่น เป็นคนเดียวที่สวมแว่นสีชาร้องเพลงทุกครั้งทุกเวที อ่อนน้อม ร้องไปเรื่อยๆ ไม่หวือหวา ไม่โยก ไม่เต้น ไม่ส่ายเอว แต่เพลงของเขากลับครองจิตใจนักฟังเพลงหมอลำอย่างเหนียวแน่นมาเป็นเวลาช้านาน

เคยมีผลงานเพลงฮิตๆ มามากมายอาทิ “มือสังหาร” “รักแท้คือแม่ผม” “หยุดน้ำตาเถิดน้อง” สาธิต ทองจันทร์ หมอลำดัง ไม่ยอมตกยุค ออกเพลงเนื้อหาทันสมัย “ผู้เฒ่าหลงไลน์” มากระชากใจคนวัยเดียวกัน พ่วงลงละคร ”ข้ามาคนเดียว” และทำธุรกิจน้ำดื่มให้ลูกๆ ได้มีงานทำ

satit thongchan 05

สาธิต ทองจันทร์ ให้สัมภาษณ์เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2559 นี้ว่า “สำหรับเพลงยังอัดเสียงไม่เสร็จ อยู่บรัษัทเดียวกับ สิทธิพร สุนทรพจน์ เพราะตอนนี้ผมถ่ายละครช่อง 7 เรื่อง “ข้ามาคนเดียว” เล่นเป็นดาว ด่านเกวียน เป็นหัวหน้าวงหมอลำซิ่ง มีลูกสาว คือ แก้ม แก้ม กวินตรา ผมเล่นละครเป็นเรื่องแรกกับค่ายดาราวีดีโอ เมื่อก่อนนั้นไม่เคยเล่นเลย เคยมีหนังเรื่อง ”ผีแม่ม่าย” ที่เขาไปถ่ายที่เวทีที่ผมแสดง

สำหรับการทำวงดนตรีผมไม่ได้ทำแล้ว แต่รับเชิญทุกวง เขาจ้างไปก็ขึ้นทุกที่ เขาจ้างมาหานักดนตรี หางเครื่องเวที ก็ไปกับเขา สุขภาพของผมก็แข็งแรงดี ยังทำนาอยู่ที่ อำเภอกุฉินารายณ์ กาฬสินธุ์ บ้านเกิด (ให้สัมภาษณ์ไปพร้อมกับร้องเพลงที่เกี่ยวกับประวัติตัวเองให้ฟังด้วย) และผมทำธุรกิจขายน้ำดื่มชื่อยี่ห้อ พี่นิด สาธิต ทองจันทร์ มี 2 สาขา ที่ อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม กับที่อำเภอกุฉินารายณ์ มีรูปพี่นิดอยู่ที่ถังด้วย ถังใหญ่เกือบ 20 ลิตร ขายแค่ 10 บาท

ธุรกิจน้ำดื่มก็ดี ทำให้ลูกๆ 4 คนได้มีงานทำกัน อาทิตย์นึงก็ได้เงินเขาว่า ดีกว่าทำงานกรรมกร และเปิดร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ ให้ลูกสาว มีรับเติมน้ำมัน ที่กุฉินารายณ์ กับอำเภอนาเชือก สำหรับลูกที่สืบทอดอาชีพผม มีอยู่คนหนึ่งร้องเพลงใช้ชื่อ "สาธุ ทองจันทร์” ทำเพลงกับวิลาศ เมืองอุบลครับ ตอนนี้มีเพลง "ผัวปัจจุบัน" (ค่ายเพลงนาทามเร็คคอร์ด) เนื้อหาแบบว่า ขอเป็นผัวปัจจุบัน ในยูทูป มีคนดูเป็น 190,000 ครั้งแล้ว

ผู้เฒ่าหลงไลน์ - สาธิต ทองจันทร์

และยัง มีเพลง “ผู้เฒ่าหลงไลน์” ซึ่งชีวิตจริง ผมเล่นไลน์ด้วยใช้ชื่อว่า “พี่นิดคนเดิม" เดือนหน้านี้ผมกับทีมงานกำลังจะบุญมหากฐินให้พ่อคำเกิ่ง ทองจันทร์ ในวันที่ 21 ตุลาคม 2559 ที่วัดบ้านหนองกุง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มีงานฉลองกฐินด้วย ฝากบอกบุญกับแฟนเพลงด้วยครับ” พี่นิด ขวัญใจคนเดิมกล่าวทิ้งท้าย

satit thongchan 06

ปัจจุบัน สาธิต ทองจันทร์ ยังคงรับงานการร้องเพลง ร้องลำเหมือนเดิม ขับกล่อมให้แฟนเพลงได้หายคิดถึง ติดต่อและติดตามความเคลื่อนไหว การแสดงต่างๆ ได้ทาง Facebook สาธิตทองจันทร์ และ Facebook Fanpage : สาธิต ทองจันทร์ - พี่นิดคนเดิมแฟนเพจ ได้เลยครับ

ด้วยรักและคิดฮอด - สาธิต ทองจันทร์

 

redline

backled1

 

mp3

kong meechai 01นายคง มีชัย

ร็อคคงคย

เมื่อพูดถึงดนตรีพื้นบ้านอีสานใต้ "กันตรึม" ยิ่งถ้าเอ่ยถึง "กันตรึมร็อค" นอกจากผู้คนจะนึกถึงนักร้องในตำนานอย่าง "ดาร์กี้ กันตรึมร็อค" ผู้ล่วงลับไปแล้ว อีกคนที่จะต้องกล่าวถึงก็คือ "วงดนตรีร็อคคงคย" ที่มี คง มีชัย เป็นผู้นำทั้งการแต่งเนื้อร้องและทำนองในเพลงดังหลายๆ เพลง หนึ่งในนั้นคือ “สดัจเคินแม” แปลว่า เทวดาของแม่ หรือ ราชาของแม่ เป็นภาษาเขมรตรงๆ และมาดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมาเพราะมีการนำไปดัดแปลงเนื้อร้องเป็นภาษาลาวอีสานในชื่อเพลง "ลูกเทวดา" ที่ขับร้องโดย สนุ๊ก สิงห์มาตร

นายคง มีชัย เกิดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2507 ที่บ้านเลขที่ 4 หมู่ 4 ตำบลสมุด อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์

วงดนตรีชื่อ "ร็อคคงคย" เป็นชื่อที่ใช้ในการแสดง "ดนตรีพื้นบ้านกันตรึม-หมอลำ" ของ นายคง มีชัย ชาวอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ได้ก่อตั้งวงขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2535 สังกัดค่ายไพโรจน์ซาวด์ มีจุดเด่นคือเพลงที่ร้องใช้เนื้อเพลงเป็นภาษาเขมร หรือภาษาเขมรปนกับภาษาไทย

ผลงานที่สร้างชื่อได้แก่ชุด "เสียวโว๊ย" ซึ่งจัดจำหน่ายโดยไพโรจน์ซาวด์ในปี พ.ศ. 2539-2540 เพลงยอดนิยมของอัลบั้มนี้คือ "เจิ๊ดเอ๊ยเจิ๊ด" "เสียวโว๊ย" และ "ไอ้หนุ่มก่อสร้าง" ซึ่งทั้งสามเพลงนี้ถูกนำไปบันทึกเสียงใหม่ในอัลบั้ม "น็อตหลุด" โดยค่ายรถไฟดนตรี และอัลบั้ม "มันทั้งม้วน" โดยค่ายไพโรจน์ซาวด์

เสียวโว๊ย - ร็อคคงคย

"ใครบอกว่า "คงคย" ตายแล้ว บางคนบอกว่า คงคยสิ้นชีวิตแล้ว วงยุบหรือเปล่า? มีข่าวมากมาย ก็อยากจะแก้ข่าวว่า คงคยยังอยู่นะ คนที่ตายคือลูกน้อง สมาชิกในวงคนหนึ่งเสียชีวิต ไม่ได้หมายความว่า คงคยจะตายไปด้วย แฟนเพลงสับสนตรงนี้" คง มีชัย หัวหน้าวงกันตรึมร็อคคงคย เล่าให้ฟังในบ่ายวันหนึ่ง

kong meechai 05

"กันตรึม" คือดนตรีพื้นบ้านภาคอีสานใต้ ละแวกสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ แต่ร้องเป็นภาษาเขมร หรือขแมร์สำเนียงแถบจังหวัดสุรินทร์ เพราะวัฒนธรรมทางภาคอีสานมีความหลากหลายในตัวเอง ทั้งภาษาอีสาน ภาษาส่วย ภาษาเขมร และยังมีวัฒนธรรมแตกต่างกันไป ปัจจุบันความนิยมในมหรสพอย่าง "หมอลำ" กว้างขวางและเป็นที่ยอมรับมากกว่า "กันตรึม" เพราะขนาดของประชากรที่เสพฟัง

ในการแสดงกันตรึมมีความแตกต่างจากหมอลำตรงที่ จะร้องคู่ชาย-หญิงเป็นเรื่องเนื้อหาที่นำมาขับขาน เช่น พระเวสสันดร บางครั้งก็ร้องเกี้ยวกันระหว่างหนุ่ม-สาว พอยุคสมัยเปลี่ยนแปลง เนื้อหาก็เปลี่ยนให้ฟังสนุกและฟังง่ายขึ้น หากร้องเป็นตำนานแบบเดิม คนยุคนี้จะไม่ค่อยสนใจเท่าที่ควร

ผลงานชุดแรกของ "ร็อคคงคย" คือ "คงเคย" ชุดที่ 2 "เสียวโวีย" ชุดที่ 3 "เด่งได้อ๊ะ" ชุดที่ 4 "เมาขแมร์" ชุดที่ 5 "ร็อคสเต็ย" พอมาถึงผลงานชุดที่ 6 พวกเขาใส่ความเป็นพิเศษลงไปในอัลบั้มอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ก็คือ จังหวะดนตรีทันสมัยขึ้น ผสมผสานกลิ่นอายเพลงลูกทุ่งและกันตรึม พร้อมเพิ่มเนื้อร้องภาษาไทย เนื่องจากต้องการขยายตลาดสู่แฟนเพลงในวงกว้างขึ้น

งานนี้ คง มีชัย ยังทำงานร่วมกับ ทุย ลูกไท โปรดิวเซอร์คู่ใจเช่นเดิม โดยมี รุ่งเรือง ดาวสุรินทร์ ดูแลด้านคำร้องทำนองอีกทีหนึ่ง เนื้อหาของเพลงในอัลบั้มพูดถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนชนบท และเรื่องราวความรักในแบบสนุกๆ กระเซ้าเย้าแหย่กันระหว่างหนุ่มสาว ซึ่งเป็นเพลงแต่งใหม่ทั้งหมด 10 เพลง ในทำนองกันตรึม มีทั้งเพลงร้องเดี่ยวและร้องคู่ระหว่าง คง มีชัย และน้ำหวาน เมืองสุรินทร์ (หนึ่งในนักร้องเสียงดีจากจำนวนสมาชิกวงกันตรึม 50 ชีวิต)

kong meechai 03

คง มีชัย นักร้องและหัวหน้าวงเปิดเผยว่า "กันตรึมอย่างเดียวตลาดมันแคบ ภาษาขแมร์จะเป็นแค่ 3-4 จังหวัดเท่านั้น เขาก็เลยอยากให้กลุ่มผู้ฟังกว้างขึ้น ก็เลยเอามาใส่สไตล์ลูกทุ่ง แต่ใจจริงแล้วผมอยากให้มันเป็นกันตรึมร็อคเหมือนเช่นเคย

อัลบั้มต่อไป ผมว่าน่าจะลงมาสไตล์คงคยดีกว่า คือ... เราถนัดทางนี้ และอีกอย่างเราอยากทำดนตรีทำอะไรเอง จะได้รู้ว่าสไตล์กันตรึมเป็นยังไง สนุกยังไงเราเติบโตมาจากกันตรึม ในส่วนของลูกทุ่งวันนี้มีใครต่อใครขึ้นมาเยอะแยะมากมาย เราจะไปเอาดีทางลูกทุ่งคงจะเป็นไปไม่ได้ ก็คงกลับมาที่จุดนี้ ถ้าดวงดีก็คงจะมีรอบสองบ้างเหมือน สดใส รุ่งโพธิ์ทอง ผมก็ฝากแฟนเพลงทุกครั้งว่า จะคงสไตล์คงคยไว้ ถึงแม้จะไม่เต็มรูปแบบกันตรึม แต่เราก็ยังคงกันตรึมไว้"

คง มีชัย เล่าถึงชีวิตการเป็นนักร้องว่า เริ่มจากการได้รับการชักชวนให้สมัครเข้าเป็น สมาชิกอาสารักษาดินแดน (อส.) จังหวัดสุรินทร์ ที่คอยให้ความรู้กับชาวบ้านเกี่ยวกับเรื่องการป้องกันตัว และให้ความรู้ในเรื่องทั่วๆ ไป ตลอดระยะเวลา 13 ปี

"ช่วงนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นนักร้อง เพราะผมมีคำถามว่า ทำอย่างไรถึงจะทำให้ชาวบ้านสนใจ มาฟังเรื่องที่อาสาสมัครทุกคนอยากจะบอกกับพวกเขา ด้วยความที่ชอบร้องเพลง ผมจึงใช้เพลงเป็นสื่อในการเชิญชวนชาวบ้านมาร่วมฟังการบรรยายความรู้ในเรื่องต่างๆ ให้กับชาวบ้าน จากความชอบของผมในการร้องเพลง เล่นดนตรี และเขียนเพลง ทำให้เป็นที่สนใจของหลายๆ คน นับตั้งแต่นั้นมาผมก็มีโอกาสออกเทป"

คงคย คือ อะไร?

เราถามถึงชื่อและความหมายของคำว่า "คงคย" ได้คำตอบว่า คือชื่อของเขา "คง มีชัย" นี่เอง ที่คนในละแวกบ้านเรียกชื่อเล่นๆ ของเขาเป็นภาษาขแมร์ว่า "บักคงคย" ซึ่งมีความหมายว่า "คง ผู้มีความซน ดื้อ น่ารัก"

"ผมรักดนตรีมาตั้งแต่เด็กเวลาไปดูกันตรึม จนได้งานทำเราก็เอาดนตรีไปควบคู่กับงาน ตอนนั้นอยู่กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอกาบเชิง เอาดนตรีไป มีบทบาทกับชาวบ้านมวลชนสัมพันธ์ ต้องมีสันทนาการ ถ้าไม่งั้นงานจะจืด ประสบความสำเร็จน้อย เป็นการพัฒนาทั้งจิตใจคนและวัตถุ ดนตรีมีส่วนมาก"

kong meechai 04

เขาเริ่มเป็นที่รู้จักกันแคบๆ ในเขตอำเภอ จนกระทั่งมีโอกาสออกอัลบั้มชุดแรก จึงเริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น "หลังจากทำเพลง งานกองร้อยอาสาฯ ก็เยอะ แฟนเพลงก็ตอบรับเยอะมากขึ้น จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ" เขาเล่าต่อ "พอผมดัง คนขายเทปก็รวย ชุดแรกที่ผมขาย (เทปมาสเตอร์) ได้ 1,000 บาท ตอนนั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่รู้ว่าจะดัง ชุดที่ 2 ได้มา 3 หมื่นดีใจมากแล้ว โดยชุดแรกกับชุดสองทำในจังหวัดสุรินทร์ (ไพโรจน์ซาวด์) ถือว่าเป็นใบเบิกทางที่ภูมิใจ ชุดที่ 3 เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ออกกับอีวีเอส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ โดย อีจีเอ็มเร็คคอร์ด จัดจำหน่าย เขาได้ 50 กว่าล้าน ผมได้มา 3 หมื่น (4 คน) แต่ก็โอเคเขาได้เงิน แต่ผมได้งาน

พอชุด 4 ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่ เพราะนั่นไม่ใช่สไตล์ของคงคย ชุด 5 (มิราเคิ้ล จัดจำหน่าย) กระแสตอบรับกลับมาดีอีก แต่บริษัทเขาเจ๊ง พอชุด 6 เป็นของเอ็มจีเอ ขายมาสเตอร์ไปประมาณแสนกว่าบาท"

หลังจากเข้าสู่วงการบันเทิงชีวิตก็เริ่มเปลี่ยนจากทหารรับใช้ชาติที่เคยถือปืน หันมาจับไมค์แทน "ตอนนั้นผมไม่ได้คาดคิดว่าจะมาเดินสายนี้ เพราะผมมีงานหลักอยู่แล้ว คือเป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน หลังจากงานด้านการทหารลดบทบาทลง งานด้านการพัฒนาก็เข้ามามีบทบาท แต่ละกองร้อยต้องมีผลงานด้านการพัฒนา เพื่อจะทำอะไรให้ทางหน่วยเหนือได้รู้ว่า พวกเรามีการเคลื่อนไหว มีผลงนอยู่ ไม่สมควรยุบอะไรทำนองนั้น (หัวเราะ) ประสบการณ์ความรู้ตรงนั้นก็ยังไม่มีเลย แต่ใจก็รักมาแต่เด็ก ชีวิตตอนนั้นกู้ดอกร้อยละสิบมาตลอด เดือนชนเดือน ตอนนี้ก็โอเคชีวิตดีขึ้น เปลี่ยนให้คนอื่นกู้บ้างแต่ตอนนี้ก็ช็อตแล้ว (หัวเราะ) พอมีข้าวสารมีเลี้ยงลูกน้อง เพราะที่บ้านผมทำนา"

หน้าฝนเป็นช่วงพักวง คงคยจะเปิดวงอีกทีในช่วงเดือนตุลาคม และในช่วงพักวง ลูกน้องก็กระจัดกระจายแยกย้ายกันไปทำมาหากินตามอัตภาพ แล้วกับมาพบกันใหม่ก่อนหน้าหนาวเพื่อซ้อมดนตรี แล้วรับงานเดินสายแสดงอีกครั้ง

"ปัญหาวงก็มีตั้งแต่ตื่นนอน หุงหาอาหารทุกอย่างต้องเป็น รบจ. คือ ระเบียบประจำวัน ทหารจะใช้คำนี้ ถ้าอยู่หลายคนเราจะต้องมีระเบียบวินัย สิ่งที่เข้มงวดสำหรับวงก็คือ การพนัน ชู้สาว และยาบ้า ห้ามเด็ดขาด เราเล่นอย่างมาก 4 ชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องพึ่งยา การพนันก็เหมือนกัน ใช่อยู่แค่บาทสองบาท แต่อย่าลืมว่า คนเราเป็นมิตรเมื่อยามกู้ เป็นศัตรูเมื่อยามทวง พอทวงปุ๊บเริ่มมีอคติต่อกันแล้ว ชู้สาวเราไม่สามารถควบคุมทุกสถานการณ์ได้ แต่เราจะบอกว่าอย่าให้ได้ยิน อย่าให้รู้ ปัญหาเหล่านี้มันเคยเกิด ถึงได้ตั้งกฏขึ้นมา ปัญหาเหล่านี้มีทุกวงอยู่แล้ว"

หัวหน้าวงร็อคคงคยกล่าวว่า ช่วงแรกๆ มีคนจ้างให้ไปแสดงมาก โดยในช่วงเทศกาลจะเล่นวันละ 3 แห่ง (เช้า-บ่าย-กลางคืน) แต่โชคไม่ค่อยดีตรงที่พอวงของเขาเริ่มมีชื่อเสียง ก็เจอกับยุคเศรษฐกิจแฟบ ทำให้มีคนจ้างน้อยกว่าที่ควร

kong meechai 06

"ผมว่ามันคงกระทบทุกวงการทุกธุรกิจแหละนะ ยกเว้นอยู่อันเดียวคือธุรกิจขายโลงศพ (หัวเราะ) น้ำขึ้นก็ได้ น้ำลงก็ได้ ของแน่นอนที่สุด" หนุ่มคงพูดอย่างคนที่ผ่านประสบการณ์ร้อน-หนาวมามาก

นายคง มีชัย มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ไม่เฉพาะในเขตภาคอีสานเท่านั้น ยังได้รับการติดต่อให้ไปแสดงทั่วประเทศ แม้กระทั่งประเทศใกล้เคียงอย่างกัมพูชา และอีกหลายประเทศ ด้วยทั้งท่วงทำนอง จังหวะและเนื้อหาในบทเพลงของ คง มีชัย นั้นมักสะท้อนสภาพวิถีชีวิตจริงในสังคมปัจจุบัน จึงเป็นที่นิยมชมชอบจากผู้ฟังจำนวนมาก

นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้มีจิตเป็นสาธารณะกุศล ช่วยเหลือสังคม ในด้านต่างๆอย่างสม่ำเสมอ เช่น การสอนการเล่นดนตรีและการขับร้อง ให้แก่เด็กนักเรียนในชนบทที่ห่างไกล ทั้งยังช่วยในกิจกรรมสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนกระทั่งปัจจุบัน

ด้วยความวิริยะอุตสาหะในการประกอบสัมมาชีพ และความเพียรพยายามในการเผยแพร่วิชาความรู้ ตลอดทั้งการอุทิศตนในการช่วยเหลือและสร้างสรรค์สังคม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นายคง มีชัย จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ศิลปินพื้นบ้านอีสาน สาขาดนตรีและนาฏกรรม ประจำปีพุทธศักราช 2561 จาก มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

kong meechai 07

Q : ทุกวันนี้ทำอะไรอยู่

A : ผมก็ยังทำงานส่งห้องอัด ทำเพลงหาเสียงให้การเมืองในอีสานใต้ ศึกษาโปรแกรมดนตรีเกี่ยวกับเพลงที่มีเข้ามาเรื่อยๆ เราต้องตามให้ทันเพื่อจะได้ไม่ตกยุค ส่วนอัลบั้มผมก็ทำอยู่ตลอดขายมาสเตอร์ให้แก่ไพโรจน์ซาวด์ ไม่ได้สังกัดบริษัทไหน

Q : พักหลังๆ ไม่เห็นมีงานเพลงตามสื่อเลยเพราะอะไร

A : ผมไม่ค่อยได้เจอพวกสื่อมวลชนเท่าไหร่ มันโดนจำกัดด้วยเรื่องของภาษา มันยาก เลยผันตัวเองมาอยู่เบื้องหลัง แต่งเพลงขายบ้าง ตอนนี้ก็มีแต่งให้ ยิ่งยง ยอดบัวงาม ไป 3 เพลง พอว่างก็มาอัพเดทความรู้กับ สมบูรณ์ ปาราชิงตัง (นักเรียบเรียงเสียงประสานฝีมืออันดับต้นๆ ของวงการหมอลำ) เพื่อนกันทำงานร่วมๆ กันอยู่

Q : ที่บอกว่าภาษาเป็นอุปสรรค ทำไมเมื่อก่อนไม่มี

B : เมื่อก่อนผมดัดแปลงเอาทำนองกันตรึมมาใส่ทำนองลาว มันแปลกคนสนใจ คำว่าดังกับรวยไม่เหมือนกัน ตอนนั้นไม่ได้ตั้งใจพอผมประยุกต์ใส่ดนตรีสากลเข้าไปไม่นึกว่ามันจะดัง มาช่วงหลังภาษามันยากเกินไป คนอาจจะเข้าใจยาก มันเลยไม่เปรี้ยงปร้าง แต่เรตติ้งในอีสานใต้ผมยังรักษาเอาไว้

A : แล้วเพลง "ลูกเทวดา" เกิดมาได้อย่างไร

B : เพลงนี้ชื่อ “สดัจเคินแม” แปลว่า เทวดาของแม่ หรือ ราชาของแม่ เป็นภาษาเขมรตรงๆ ผมทำอยู่ในอัลบั้มที่แล้วพอดี อาจารย์สมบูรณ์ ปาราชิตัง แกมาบอกว่า อยากเอาเพลงนี้ไปใส่เนื้อลูกทุ่งอีสาน ประกอบให้อัลบั้มของ สนุ๊ก สิงห์มาตร เพราะขาดเพลง เราทำงานร่วมกันอยู่ ผมก็ให้ไป มันดังขึ้นมาผมให้เครดิต อาจารย์สมบูรณ์

Q : ตอนนี้วงร็อกคงคยยังรวมตัวกันอยู่ไหม

B : ทีมเก่าบางคนเสียชีวิตไปแล้ว บางคนไปต่างประเทศ ที่ยังอยู่ก็ หมอลำรสริน ลำซิ่ง เป็นทีมเก่า ตั้งแต่งานชุดที่ 3 (2540) และก็มีเฉพาะกิจแล้วแต่เจ้าภาพจะเรียกใช้ ผมทำวงแบบพอเพียงเราไม่สามารถกำหนดราคาได้ งานเลี้ยงตามบ้านจะไปเรียก 5-6 หมื่นก็ไม่ได้ ต้องแล้วแต่เจ้าภาพ ผมก็มีรับเชิญไปตลอดโดยเฉพาะแถบพัทยา ที่นั่นคนอีสานใต้เยอะ

kong meechai 08

Q : เหตุที่ทำนองกันตรึมไม่ตายไปจากอีสานใต้เพราะอะไร

A : ทำนองกันตรึมมีความสัมพันธ์กับประเพณีทุกงานพิธีกรรม กันตรึมจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับบาป-บุญ คุณโทษ เกี่ยวกับพระไตรปิฎก เวลาร้องเวลาสวดจะด้นสดๆ ด้วยคำคล้องจ้องมันสุดยอดนี่คือ ศิลปะที่แท้จริง ไม่ใช่ด้นตามเนื้อที่เขียนล่วงหน้า ผมได้ตรงนี้มาเป็นครูให้ตัวเองทำให้ผมมีวันนี้ได้

Q : วันนี้หากจะให้กันตรึมกลับมาสู่ตลาดอีกครั้งควรปรับตัวอย่างไร

A : ถ้าจะให้คนภาคอื่นๆ มาฟังกันตรึม ต้องประยุกต์คำและเลือกเครื่องดนตรีให้เหมาะสม ผมเคยทำตอนอยู่กับบริษัทอีวีเอส กระแสมันต่างกัน ถ้าคนไหนเอาทำนองเพลงผมไปร้อง มันจะแหวกแนวสนุก

นวดนตรีกันตรึมประยุกต์แบบ คง มีชัย แบบร็อกคงคย กลายเป็นต้นแบบให้ค่ายเพลงลูกทุ่งอื่นๆ ได้สร้างกลุ่มนักร้องแนวเดียวกัน อาทิ วงร็อกสะเดิด, ร็อกเอาเยาะ, ร็อกสะแด่ว ฯลฯ

กระจอกแท้ - ร็อคคงคย

หลังเพลงดังสะท้านประเทศ “คง มีชัย” แยกตัวออกจากวงไปเป็นศิลปินเดี่ยว ชีวิตนักร้องมีขึ้น มีลง เป็นเรื่องปกติ แต่สองสามปีมานี้ คง มีชัย กลับมาดังอีกหน จากเพลง “กระจอกแท้” โดยมี แจ๊ส ชวนชื่น เล่นในเอ็มวีเพลงกระจอกแท้ และรถแห่ดนตรีสดทุกคันต้องเล่น

บทบาทล่าสุด "นักการเมืองคนยาก"

เมื่อมีการเลือกตั้งทั่วไป 2562 นักร้องกันตรึมอย่าง คง มีชัย ถูกทาบทามให้ลงเล่นการเมืองระดับชาติ เขาก็ออกหาเสียงสไตล์ผู้แทนคนยาก เดินเคาะประตูบ้าน แวะตามหมู่บ้าน ร้านค้า และย่านชุมชนต่างๆ พร้อมผู้ช่วยผู้สมัครอีก 2 คน โดยราชากันตรึมร็อก แต่งกายอย่างสุภาพ ใส่สูท สวมแว่นตาดำ ยกมือไหว้ และร้องเพลงแนะนำตัวสนุกสนาน

kong meechai 02

พี่ๆ พรรคเสรีรวมไทย นะครับ จำได้ไหมครับ พรรคเสรีรวมไทย ส่งผู้สมัครชื่อ นายคง มีชัย คงคยนั่นไง สมัครได้เบอร์เจ็ด กระจอกแท้ เขารู้กันทั่วประเทศ สุรินทร์ เขต 7 กาเบอร์ 7 เบอร์เจ็ดกระจอกแท้ ”

แม้จะไม่ประสบผลสำเร็จในแวดวงการเมือง คง มีชัย ก็ไม่ได้ท้อแท้เสียใจ ยังคงโลดแล่นในวงการเพลง ด้วยการอยู่ทั้งเป็นเบื้องหน้าบนเวที และอยู่เบื้องหลังในฐานะคนทำดนตรี เนื้อร้องให้กับศิลปินอีสานใต้รุ่นใหม่ๆ อยู่เหมือนเดิม

ที่อยู่ปัจจุบันสามารถติดต่อได้ที่ นายคง มีชัย 124 หมู่ 1 บ้านรุน ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ หมายเลขโทรศัพท์ 081-0712264 หรือทาง E-mail : Kongkoy.kk@hotmailThis email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

redline

backled1

 

Loading...

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1

นโยบายความเป็นส่วนตัว Our Policy

ยินดีต้อนรับสู่ประตูอีสานบ้านเฮา เว็บไซต์ของเรา ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)