foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
ช่วงนี้ เศร้า หดหู่ วิตกกังวล สมองไม่แล่นจนไม่อยากเขียนบทความใดๆ เลยครับ สถานการณ์โรคระบาดจากพยาธิโควิดครั้งนี้รุนแรงมาก คนติดกันเยอะ ตายกันแยะเป็นใบไม้ร่วง แต่ก็ยังมีพวกที่เอาแต่สนุก เย้วๆ ไม่กลัวตาย ไม่กลัวการระบาด ไปมั่วสุมทั้งในแหล่งการพนัน โบก ไพ่ ไฮโล สนุกเกอร์ ตลอดจนการกินดื่มร่วมกันแบบไม่ระวังตัว จนระบาดกลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ สงสารคนเฒ่าคนแก่อยู่บ้านที่พลอยติดไปกับลูกหลานขี้ดื้อหลายเด้อพี่น้อง เป็นตาซังแท้สู 🙏🙏🙏😁

: Our Sponsor ::

adv200x300 2

: Facebook Likebox ::

: Administrator ::

mail webmaster

: My Web Site ::

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75

No. of Page View

paya supasit

ju juเก้าสิฆ่าสิบสิฆ่าให้เอาแก่นคะยูงตี อย่าได้เอาบาลีต่อยตีตางฆ้อน

        ## จะฆ่าให้ตายก็ฟาดด้วยไม้เนื้อแข็ง อย่าตีด้วยธรรมะความรู้เลย @ธรรมะร่มเย็น ##

looktung morlum artists

takatan 01ตั๊กแตน ชลดา

ตั๊กแตน ชลดา นักร้องลูกทุ่งที่มีชื่อเดิมว่า ชลดา ทองจุลกลาง ชื่อเล่น ตั๊กแตน หรือชื่อใหม่ตามบัตรประชาชนที่เพิ่งเปลี่ยนใหม่ว่า "พบพร ภาคินทร์" ที่หลายคนอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นชื่อใหม่เท่าไหร่ เกิดเมื่อ 17 พฤษภาคม 2526 ที่อำเภอพระทองคำ จังหวัดนครราชสีมา เป็นบุตรของนายสอน และนางยวน ทองจุลกลาง เป็นลูกสาวคนสุดท้อง ในจำนวนพี่น้อง 4 คน

ตั๊กแตน ชลดา จบระดับชั้นประถมศึกษาที่ โรงเรียนทับมะขาม อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา แล้วมาต่อชั้นมัธยมศึกษาที่ โรงเรียนทับรั้งวิทยาคม อำเภอพระทองคำ จังหวัดนครราชสีมา และมาศึกษาปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาเอกสื่อสารมวลชน (ภาคพิเศษ) มหาวิทยาลัยรามคำแหง

สำหรับจุดเริ่มต้นในการเป็นนักร้องนั้น ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยเด็กๆ ที่เธอจำความได้ว่า ได้ยินเพลง "นกจ๋า เสียงร้องมาเจ้าคงสุขใจ..." ที่แม่ร้องให้ฟังตั้งแต่เด็ก จากนั้นจึงเริ่มร้องตามแม่ แม้ว่าจะยังไม่เคยเห็นหน้านักร้อง จากนั้น แววนักร้องของเธอก็เริ่มฉายออกมาเมื่อครูเห็น ชลดา จุลทองกลาง อ่านทำนองเสนาะเพราะ มีเสียงดี คุณครูเลยให้ ตั๊กแตน ชลดา ร้องเพลงประกวด โดยเพลงที่เธอมักจะใช้ประกวดก็คือเพลง นักร้องบ้านนอก ของราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์

takatan 02

หลังจากที่ ตั๊กแตน ชลดา เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก็ได้เข้ามาหางานทำในกรุงเทพมหานคร โดยทำงานในโรงงานเย็บผ้า เคยทำมาหลากหลายอาชีพ อย่างกระเป๋ารถเมล์ก็เคยเป็นแล้ว อย่างร้านจิ้มจุ่มก็เคยเป็นเด็กเสิร์ฟมาก่อน แต่แล้ววันหนึ่งเธอเดินไปแถวบางแค เห็นการประกวด "ชุมทางเสียงทองสัญจร" จึงไม่รอช้าเข้าไปร่วมประกวดด้วยเพลง อายแสงนีออน ของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ แต่แล้วเธอก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน ตกรอบไปในที่สุด

เข้าสู่วงการบันเทิงโดยผ่านการประกวดรายการ First Stage Show ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 3 ซึ่งคนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ คือ ไอซ์ ศรัณยู วินัยพานิช และรองอันดับ 1 คือ ป๊อบ ปองกูล รวมถึงเคยเข้ารวมประกวด "เงาเสียงลูกทุ่ง .357" ซึ่งจัดโดย ลูกทุ่งเอฟเอ็ม โดยเป็นเงาเสียงของพุ่มพวง ดวงจันทร์

อัลบั้มชุดแรก "หนาวแสงนีออน" โดย ตั๊กแตน ชลดา

แต่กว่าที่ ตั๊กแตน ชลดา จะได้มีอัลบั้มเดี่ยวเป็นของตัวเอง และเซ็นสัญญาเข้าสังกัดแกรมมี่ โกลด์ เธอก็ต้องมาเทสต์เสียงถึง 3 ครั้ง กระทั่งในปี พ.ศ. 2549 ได้มีโอกาสออกอัลบั้มชุดแรกคือ "หนาวแสงนีออน" ที่มีเพลงฮิตอย่าง ขอจองในใจ, นักร้องงานเลี้ยง แต่ผลงานกลับไม่โดดเด่นเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ. 2550 ตั๊กแตน ชลดา ก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอกลับไปฝึกร้องเพลง และทำอัลบั้มออกมาใหม่ ใช้ชื่ออัลบั้มว่า "ถนนค้นฝัน" โดยมีเพลงฮิตอย่าง "ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้" ซึ่งแต่งโดย ครูสลา คุณวุฒิ ที่ส่งให้ ตั๊กแตน ชลดา โด่งดังเป็นพลุแตก และตามมาด้วยเพลง "จิรักหรือจิหลอก" ส่งผลให้เธอมีทั้งงานคอนเสิร์ต งานโชว์ตัว และงานอื่นๆ เข้ามาอีกมากมาย

takatan 03

ตั๊กแตน ชลดา สานต่อความสำเร็จของอัลบั้ม "ถนนค้นฝัน" ด้วยการเข็นอัลบั้มชุดที่ 3 ออกมา คือชุด "ดอกนีออนบานค่ำ" ที่มีเพลงฮิตอย่าง แฟนเก็บ, อย่าโทรมาแค่ปลอบใจ, มีคนเหงารออยู่เบอร์นี้ และ ตั๊กแตน ชลดา ก็มีอัลบั้มที่ 4 คือชุด "คนเหงาที่เข้าใจเธอ" ในปี พ.ศ. 2552 ที่มาพร้อมกับเพลงฮิตมากมายอย่าง คนเหงาที่เข้าใจเธอ, คืนใจให้กัน, อยากเป็นคนรัก ไม่อยากเป็นชู้

ตามมาด้วยอัลบั้มชุดที่ 5 คือชุด "เลือกคำว่าเจ็บ เก็บไว้คนเดียว" ในปี พ.ศ. 2553 ที่มีเพลง ฉันแค่เหงา เขาแค่ปลอบ, เจตนา..แต่ว่าไม่ตั้งใจ และอัลบั้มที่ 6 กับชุด "รักได้ครั้งละคน เชื่อใจได้คนละครั้ง" ซึ่งมีเพลงฮิตที่เป็นชื่อเดียวกับอัลบั้ม ก่อนที่จะมีอัลบั้มชุดที่ 7 ในปี 2556 คือ "นาทีเดียวเพื่อรัก ทั้งชีวิตเพื่อลืม" ที่มีเพลงฮิตคือ นาทีเดียวเพื่อรัก ทั้งชีวิตเพื่อลืม และเหตุเกิดที่เธอ ผลอยู่ที่ฉัน

นอกจากนี้ ตั๊กแตน ชลดา ยังเคยออกอัลบั้มพิเศษ ได้แก่ อัลบั้มรวมเพลง ในวันที่สายลมพัดผ่าน อีกทั้งยังได้ร่วมร้องเพลงของราชินีลูกทุ่งอย่าง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ร่วมกับศิลปินคนอื่นๆ ในอัลบั้ม "ดวงจันทร์กลางดวงใจ" พุ่มพวง ดวงจันทร์ ชุดที่ 2 และมีโอกาสได้ร้องเพลง "เจ็บนี้ไม่มีวันจาง" ในอัลบั้ม ดอกไม้จากผองศิษย์ด้วยรักแด่ครูสลา ซึ่งเป็นอัลบั้มพิเศษของคนลูกทุ่ง ร่วมร้องเพลงเพื่อเป็นเกียรติให้ ครูสลา คุณวุฒิ และยังมีเพลง เคียงข้างสร้างฝัน คู่กับ ไมค์ ภิรมย์พร เพลง คนบ้านเอง ร้องคู่กับ ก๊อต จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ และล่าสุดกับเพลง ภูมิแพ้กรุงเทพ คู่กับ ป้าง นครินทร์

takatan 04

รางวัลที่ได้รับ

  • รางวัลรางวัลศิลปินลูกทุ่งหน้าใหม่ยอดนิยมฝ่ายหญิง อัลบั้ม หนาวแสงนีออน และรางวัลเพลงลูกทุ่งยอดนิยม เพลง ขอจองในใจ ในงานมหานครอวอร์ดสครั้งที่ 1 พ.ศ. 2547
  • รางวัลนักร้องหญิงยอดนิยม อัลบั้มชุดที่ 2 ถนนค้นฝัน ในงานสตาร์เอนเตอร์เทนเมนต์อวอร์ดส 2007 และรางวัลรางวัลนักร้องหญิงยอดเยี่ยม จากเพลง หน้าไมค์สายเก่า พ.ศ. 2550
  • รางวัลศิลปินเพลงลูกทุ่งยอดนิยม รางวัลเพลงฮิตมาราธอน จากเพลง ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ และรางวัลนักร้องยอมเยี่ยม จากเพลง อย่าโทรมาแค่ปลอบใจ งานมหานครอวอร์ดสครั้งที่ 5 พ.ศ. 2551
  • รับพระราชทานโล่เกียรติคุณพร้อมเกียรติบัตรจาก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในรางวัล ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเยาวชน เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2553 สาขาสื่อมวลชนเพื่อเด็กและเยาวชนที่ป้องกันปัญหา
  • รางวัลลูกกตัญญูแห่งปี 2553 รับพระราชทานโล่รางวัลจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎ ราชกุมาร
  • ได้รับโล่รางวัลเกียรติยศสาขาศิลปินนักร้องต้นแบบเยาวชนดีเด่น ในการรณรงค์ป้องกันต่อต้านปัญหายาเสพติด กับ โครงการรวมพลังเยาวชนไทยต้านภัยยาเสพติดเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา โดย ฯพณฯ พลเอก พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรี เป็นผู้มอบรางวัล พ.ศ. 2554
  • รางวัลชาวพุทธตัวอย่าง รับพระราชทานจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พ.ศ. 2554
  • รางวัลลูกกตัญญูแห่งปี 2554 รับพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณโดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ
  • รางวัลนักร้องลูกทุ่งหญิงยอดนิยม เพลง เลือกคำว่าเจ็บเก็บไว้คนเดียว สยามดาราสตาร์อวอร์ด 2011

takatan 05

ด้านการแสดงนั้น ตั๊กแตน ชลดา เคยเล่นภาพยนตร์เรื่อง อีส้ม สมหวัง ชะชะช่า สายฟ้ากับสมหวัง และอีหล้าเอ๋ย และเคยเล่นมิวสิควิดีโอเพลง คนบ้านเดียวกัน ของ ไผ่ พงศธร เรียกได้ว่าผลงานของ ตั๊กแตน ชลดา มีมากมายจนไม่น่าแปลกใจที่ใครๆ จะยกให้เธอเป็นหนึ่งใน ซุป'ตาร์ของวงการลูกทุ่ง ซึ่งเธอคนนี้ก็ยกให้ ศิริพร อำไพพงษ์ เป็นนักร้องในดวงใจ มีนักแสดงที่ชอบคือ เจิ้งอี้เจี้ยน ชอบทานไก่ย่าง ส้มตำ เป็นอาหารโปรด อีกทั้งยังชอบเลี้ยงปลาทองอีกด้วย

ถ้าใครเป็นแฟนคลับสาวตั๊กแตน เราคงจะคุ้นชินกับภาพของเธอในลุคสาวหน้ากลมผมม้า แต่ช่วงหลังมานี้ กลับเห็นภาพของสาวตั๊กแตนที่สวยขึ้นเป็นกอง จนคนอดสงสัยไม่ได้ว่า ตั๊กแตน ชลดา ไปทำศัลยกรรมมาหรือเปล่า ซึ่งเธอก็ไม่ปิดบังแฟนเพลงยอมรับว่า ไปทำศัลยกรรมมาจริงๆ โดยเฉพาะที่จมูก เพราะเธอคิดว่า การทำศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องเสียหาย หากทำออกมาสวย แฟนๆ ชื่นชอบ ตั๊กแตน ชลดา ก็พอใจแล้ว

takatan 06

ตั๊กแตน ชลดา จดทะเบียนสมรสกับนักร้อง เพชร สหรัตน์ (นายสห สหเจริญพาณิชย์ เป็นนักร้อง นักแต่งเพลงอินดี้ชื่อดังคนหนึ่ง ซึ่งรวมถึงเพลงดังของตั๊กแตน หลายเพลง) เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 แต่การดำรงชีวิตคู่ของการแต่งงานครั้งนี้ไม่ราบรื่นนัก ทำให้ทั้งสองได้จดทะเบียนหย่ากันไปเมื่อช่วงเดือน มีนาคม พ.ศ. 2561 แต่ในช่วงที่ความรักทั้งคู่ยังหวาน ตั๊กแตน ชลดา ได้เปลี่ยนแนวเพลงจากการร้องเพลงรักหวานๆ มาเป็นเพลงโจ๊ะๆ สนุกๆ ให้แฟนๆ ได้สนุกสนานมากมายหลายเพลงทีเดียว ซึ่งเป็นผลงานของนักแต่งเพลงที่ชื่อ เพชร สหรัตน์ แม้จะเลิกราจากกันผลงานเพลงเหล่านี้ก็ยกลิขสิทธิ์ให้กับตั๊กแตนไป โดยไม่ต้องปรากฏชื่อคนแต่งเพลงไว้อยู่หลายเพลง

ในวันที่ 22 ตุลาคม 2562 ตั๊กแตน ชลดาได้ประกาศว่าได้หมดสัญญากับ แกรมมี่ โกลด์ เป็นที่เรียบร้อย หลังเจ้าตัวตัดสินใจไม่ต่อสัญญา และเดินหน้าเป็นนักร้องอิสระเต็มตัว โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาที่ ตั๊กแตน อยู่กับแกรมมี่ โกลด์ ตั๊กแตนมีอัลบั้มชุดแรก หนาวแสงนีออน ปี 2549 ถึง ชุดที่ 9 ของขวัญหรือของเหลือ ปี 2559 กับอีก 1 อัลบั้มที่ไม่ได้วางขายคือ อัลบั้มชุดที่ 10 โคตรเลวในดวงใจ และซิงเกิ้ลเดี่ยวหลากหลายเพลง เพลงสุดท้ายของตั๊กแตน กับทาง แกรมมี่ โกลด์ คือเพลง 'แมงขี้นาก' ที่เพิ่งปล่อยไปในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562

ไหง่ง่อง - ตั๊กแตน ชลดา ร้อง - เพชร สหรัตน์ แต่ง

ตั๊กแตน ชลดา หรือชื่อจริงที่เปลี่ยนใหม่ตามบัตรประชาชนว่า พบพร ภาคินทร์ (ซึ่งชื่อและนามสกุลใหม่นั้นมีความหมายว่า ผู้มีโชค มีกำไร โดยเป็นความเชื่อส่วนตัวล้วนๆ ของเจ้าตัว ด้วยความเชื่อว่าจะทำให้ชีวิตไม่มีอุปสรรค) หรือ ดีเจพบพร ในการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊คของเธอ ที่หลายคนรู้จัก เจ้าของเพลงฮิต โคตรเลวในดวงใจ, ไหงง่อง , บ่งึดจักเม็ด , ส่อหล่อแส่แหล่ , สาดไล่โสด ฯลฯ หรือเพลงล่าสุด ข้ามสะพานความคิดถึง นอกจากจะร้องเพลงสร้างความบันเทิงให้กับแฟนๆ เป็นนักร้องลูกทุ่งสุดแซ่บที่หลายคนรักแล้ว ตั๊กแตน ชลดา ยังคงทำหน้าที่เป็นเสาหลักให้นักร้องลูกทุ่งรุ่นใหม่ ที่ชอบการร้องเพลง ซึ่งเธอขึ้นแท่นผู้บริหาร ค่ายผัดกระเพรามิวสิค PKP Music ตอนนี้มีศิลปินในสังกัดทั้งชายและหญิง แต่ละเพลงก็ฮิตไม่แพ้ขุ่นแม่เลย

takatan 07

โดยผลงานแรกหลังออกจากแกรมมี่โกลด์ มาทำค่ายเพลงเอง ตั๊กแตนปล่อยอัลบั้มใหม่ในรอบ 3 ปีกับอัลบั้ม 'ชุดที่ 11 โบกใหญ่ๆ' และอีก 1 อัลบั้ม 'ชุดที่ 12 คนรักนอกสมรส'

 แฟนๆ ของเธอสามารถติดตามข่าวคราว งานเพลง การแสดงคอนเสิร์ตได้ทาง Facebook : ตั๊กแตน ชลดา

 

redline

backled1

 

looktung morlum artists

ปิดไฟใส่กลอน จะเข้ามุ้งนอนคิดถึงใบหน้า นั่งเขียนจดหมาย แล้วรีบทิ้งไปโรงงานทอผ้า ..."

จนกระทั่งบัดนี้ ก็ยังไม่มีคำตอบว่า ปิดไฟแล้วมองเห็นเขียนจดหมายได้อย่างไร? คนแต่งเนื้อร้อง ทำนองก็จากไปนานแล้ว... แต่คนร้องเพลงยังอยู่ ไปทำความรู้จักกันหน่อย

rakchart 02

รักชาติ ศิริชัย

รักชาติ ศิริชัย มีชื่อจริงว่า จรูญ สุขรักษ์ ต่อมาเปลี่ยนใหม่เป็น นายบุญช่วย จิวิสาย มีชื่อเล่นว่า "จ่า" เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2498 ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ในครอบครัวที่มีพี่สาว 2 คนที่เป็นนางเอกหมอลำ ทำให้รักชาติซึมซับเรื่องจังหวะดนตรีมาตั้งแต่เล็ก เมื่อได้ช่วยตีกลอง ฉับ ฉิ่ง ในระหว่างที่พี่สาวซ้อมหมอลำ แต่รักชาติกลับสนใจเพลงลูกทุ่งมากกว่าหมอลำ โดยในช่วงนั้นเขาชื่นชอบเพลงของ "รุ่งเพชร แหลมสิงห์" มากเป็นพิเศษ

รักชาติ เริ่มจับไมค์ร้องเพลงครั้งแรกในงานแต่งงานงานหนึ่ง จากนั้น เขาก็ออกตะลอนประกวดร้องเพลงในพื้นที่ใกล้เคียง และก็ชนะได้รับรางวัลเสียเป็นส่วนใหญ่ ในช่วงหลังๆ จึงมักได้รับการปฏิเสธจากผู้จัดการประกวดไม่ให้เข้าร่วมประกวดด้วยอีก

ต่อมา รักชาติ ได้ไปสมัครเป็นนักร้องกับวงดนตรีชื่อ "จุฬาภรณ์" ที่จังหวัดมหาสารคาม แต่วงก็อยู่มาได้แค่ 2 เดือนก็หยุด ด้วยความช่วยเหลือของคนในวงการ รักชาติ ได้มีโอกาสบันทึกเสียงเพลงแรกในชีวิต เป็นเพลงของ ครูชลธี ธารทอง ชื่อ "จดหมายฉบับสุดท้าย" แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เขาจึงเดินทางกลับบ้านและมาบวชอยู่ 1 พรรษา ระหว่างนั้น มีเพื่อนมาพูดคุยเรื่องการเป็นนักร้องที่กรุงเทพฯ เมื่อสึกออกมา รักชาติ จึงตัดสินใจลงมาเสี่ยงโชคที่กรุงเทพฯ โดยหวังจะมาสมัครเป็นนักร้องกับวงดนตรี "รุ่งเพชร แหลมสิงห์" ที่เขาชื่นชอบ แต่ปรากฏว่าเมื่อเดินทางถึงซอย "บุปผาสวรรค์" แหล่งรวมของวงดนตรีลูกทุ่งทั่วไทยในยุคนั้น เขาได้เห็นมีการประกาศขายรถบัสเดินสายของวง "รุ่งเพชร" ทำเอาใจคอของ รักชาติ ห่อเหี่ยวไปไม่ใช่น้อย

rakchart 03

แต่ก็ยังถือว่าโชคดีในที่สุด รักชาติก็ไปอยู่กับวงดนตรี "ศรีไพร ลูกราชบุรี" ซึ่งก็มีโอกาสได้ร้องเพลงหน้าเวทีบ้าง ไม่ได้ร้องบ้าง ต่อมาเมื่อวงมาเดินสายอยู่แถวภาคเหนือ รักชาติ ได้ไปพบ สุชาติ เทียนทอง นักร้องนักแต่งเพลงชื่อดังคนหนึ่ง เพื่อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ ซึ่งครูสุชาติก็รับเขาและแต่งเพลงให้ร้องหลายเพลง และหากว่ายามใดที่มีทุนทรัพย์ ครูก็พาลูกศิษย์เข้าห้องอัดเสียงด้วย ถ้าไม่มีก็หยุดไปก่อน

รักชาติ ร้องเพลงของสุชาติอยู่หลายเพลง เริ่มตั้งแต่ "แขกจ๋า" และ "ตุ๋ยโฮเตล" แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนมาถึงเพลงที่ 8 เพลงสุดท้ายที่ตกลงกันว่า "ถ้าไม่ประสบความสำเร็จอีก ก็คงต้องล้มเลิกการผลักดัน" และเพลงสุดท้ายนั้นก็ทำให้ รักชาติ ศิริชัย โด่งดังเป็นพลุแตก เพราะมันคือเพลง "ฉันทนาที่รัก" ซึ่งเป็นเพลงยุคแรกๆ ที่กล่าวถึงชีวิตของสาวโรงงาน กับข้อความอันเป็นปริศนาในเพลง ที่บอกว่า "ปิดไฟใส่กลอน จะเข้ามุ้งนอนคิดถึงใบหน้า นั่งเขียนจดหมาย แล้วรีบทิ้งไปโรงงานทอผ้า" ซึ่งจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ชัดเจนว่า ปิดไฟแล้วจะเขียนจดหมายได้อย่างไร?

rakchart 04

จากความสำเร็จของเพลง "ฉันทนาที่รัก" รักชาติ ศิริชัย ยิ่งทวีความดังมากขึ้นไปอีกจากผลงานเพลง สุดฮิต อย่าง "รักข้ามคลอง" และ "ฉันทนาใจดำ" ความดังของเขา ทำให้มีการฉวยโอกาส ตั้งวงดนตรีชื่อ "ฉันทนาที่รัก" ออกเดินสายทั่วประเทศ มีคณะลิเกชื่อคณะ รักชาติ ศิริชัย ที่เล่นเรื่อง "ฉันทนาที่รัก" และคำว่า "ฉันทนา" ถูกใช้แทนความหมายของเหล่าบรรดาสาวโรงงาน จวบจนถึงปัจจุบัน

รักชาติ ศิริชัย สารภาพถึงเรื่องราวที่ผ่านมากว่า 30 ปี ว่า “ผมเป็นนักร้องอยู่ในวงของครูสุชาติ เทียนทอง อยู่หลายปี เริ่มมีชื่อเสียงบ้างแต่ยังไม่โด่งดัง จนปี พ.ศ. 2520 มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น ทำให้ผมเสียใจมาก ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนกับเด็กๆ เพราะมีข่าวลือว่าผมจะออกไปตั้งวงดนตรีเองกับช่างไฟ ซึ่งมันไม่เป็นความจริงเลย เรื่องการออกไปตั้งวงเองไม่เคยอยู่ในหัวผม ครูก็บอกว่าไม่เป็นไร ไว้เดินสายเชียงใหม่เสร็จแล้วค่อยคุยกัน ผมทั้งเสียใจและน้อยใจมาก ที่ทำดีแต่ไม่มีใครเห็น

หลังจากนั้นมา พอกลับมาที่กรุงเทพฯ ก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้อีก และผมก็พิสูจน์ตัวเองคืออยู่กับครูตลอด ไม่ไปไหน จนวันหนึ่งครูก็มายื่นเพลง “ฉันทนาที่รัก” ให้ และบอกว่า 'ถ้าไม่ดัง ก็เลิกทำแล้วนะ' แล้วเพลงนี้ก็ออกมาดังจริง ดังจนถึงทุกวันนี้ ตอนนั้นที่เพลงฉันทนาที่รักดังมาก มีนายห้างมาติดต่อให้ผมไปอยู่ด้วยผมก็ไม่ไป เพราะถือเป็นข้อพิสูจน์ว่า "เราไม่เนรคุณครู" เราอยู่กับครูตลอดจนเลิกวง ทุกวันนี้ผมเริ่มมาคิดได้ว่า สงสัยว่าเหตุการณ์วันนั้น อาจจะเป็นการลองใจเรา”

ฉันทนาที่รัก - รักชาติ ศิริชัย

แต่หลังจากนั้น ความนิยมของรักชาติก็ค่อยๆ ลดลง ปี 2536 รักชาติหันไปผลิตผลงานเพลงหมอลำออกมาชุดหนึ่ง ชื่อว่า "อดีตรักฉันทนา" แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก

ปี 2550 รักชาติ ศิริชัย ได้ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ ด้วยการสลัดเครื่องแต่งกายแบบลูกทุ่ง หันไปออกผลงานเพลงแนวเพื่อชีวิต ชื่อชุด "รักชาติเพื่อชีวิต 1" ในขณะที่เนื้อหาของเพลงก็เป็นสำเนียงปักษ์ใต้เสียเป็นหลัก เคยร่วมแสดงภาพยนตร์ชีวิตของชาวเพลงลูกทุ่ง เรื่อง มนต์เพลงลูกทุ่ง เอฟ.เอ็ม. (พ.ศ.2545) ของเสี่ยแหบ วิทยา สุภพรโอภาส นักจัดรายการวิทยุชื่อดัง

รางวัลเกียรติยศ

  • แผ่นเสียงทองคำพระราชทาน เพลงยอดนิยมลูกทุ่งชาย พ.ศ. 2522
  • โล่ห์พระราชทาน งานกึ่งศควรรษลูกทุ่งไทย ครั้งที่ 1

rakchart 05

รักชาติ ศิริชัย นักร้องเจ้าของเสียงเพลง “ฉันทนาที่รัก" เข้ากรุง ยึดอาชีพเสริมขายทุเรียน สับปะรด พร้อมรับงานร้องเพลง สุ้มเสียงยังเป๊ะเพราะออกกำลังกายแบกยกทุกวัน “ตอนนี้ผมมาทำอาชีพขายผลไม้อยู่ที่ตลาดนัดในกรุงเทพฯ ปกติผมอยู่อุตรดิตถ์ อำเภอท่าปลา บ้านของภรรยา พอลงมาทำงานร้องเพลงในกรุงเทพฯ ก็จะเอาสับปะรดบ้าง ทุเรียนบ้างลงมาขาย ทุเรียนหลงลับแลแท้ๆ ผมขายกิโลกรัมละ 300-400 บาท แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีแล้ว ก็เลยขายสับปะรด เป็นของห้วยมุ่น อุตรดิตถ์ กับสับปะรดภูแล ของเชียงราย ผมขายทุกวันเลย เปลี่ยนไปตามตลาดเรื่อยๆ หลายตลาด บางครั้งก็ไปขายตรงร้าน ป.กุ้งเผา ปิ่นเกล้า ซึ่งเป็นตลาดนัดประจำ ผมจะไปวันเว้นวัน บางทีก็ไปขายที่ซอยพาณิชย์ธน”

นักร้องเจ้าของเสียงเพลง “รักข้ามคลอง” กล่าวต่ออย่างคล่องแคล่วถึงอาชีพค้าขายที่เจ้าตัวภูมิใจ เพราะเป็นอาชีพสุจริตว่า “ผมขายกับภรรยา ผมปอกสับปะรดเองเลย ขายเป็นกิโล ปอกก่อนชั่ง ถ้าเป็นภูแลกิโลละ 100 บาท ส่วนห้วยมุ่น กิโลกรัมละ 30 บาท ขายหมดบ้างไม่หมดบ้าง เพราะเอามาทีหนึ่งเยอะ ขนใส่รถปิกอัพ แล้วเอามาตั้งขาย ผมไม่ได้ขึ้นป้ายเป็นชื่อผม แต่ขึ้นป้ายชื่อสับปะรด มีแฟนเพลงเขาก็จำได้บ้าง เขาถามผมก็บอกไป บางทีเจอพวกตลก นักดนตรีมาขายของก็คุยกัน กลายเป็นเพื่อนพ่อค้าแม่ขายด้วยกัน บางคนก็ถามใช่หรือเปล่า บางคนก็แซวว่า ต้องร้องเพลงไปด้วยขายไปด้วย (หัวเราะ)

rakchart 06

เมื่อก่อนไม่เคยค้าขาย เคยแต่ทำนา “ก่อนเข้าวงการ ผมไม่เคยค้าขายนะ ผมทำนาเลี้ยงควายที่ขอนแก่น เพิ่งจะมาทำตอนมีครอบครัวนี่แหละ ก่อนนั้นก็เคยขายอาหารตามสั่งแถวจรัลฯ ซอย 8 งานร้องเพลงก็รับอยู่ไม่ได้ทิ้ง ช่วงว่างก็ขายของ แต่ช่วงนี้งานน้อยลงทุกที ก็เลยมาขายของ ส่วนเพื่อนนักร้องที่มาขายของเท่าที่ทราบก็มี ชัชชัย ชัชวาลย์ เจ้าของเพลง “มอเตอร์ไซค์หุ้มทอง” ที่ขายพวกเครื่องสำอางตามตลาดนัด เคยเจอกันตามงานร้องเพลงครับ”

สำหรับเพลงชุดล่าสุด นักร้องรุ่นกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย เล่าอย่างละเอียดว่า ตนเองได้มีส่วนแต่งเพลงด้วย

“งานล่าสุด ทำเพลงเองขายหน้าเวที ชื่อชุด “รักชาติยูเทิร์น” มีเพลง ฉันทนาที่รัก โชคดีน้องแดง ฉันทนาใจดำ สาวอุดรใจดำ รักข้ามคลอง เหล้าจ๋า เพราะคุณคนเดียว จากกันที่จันทบุรี ไอ้หนุ่มมอเตอร์ไซต์ โดยมี แหลมทอง บัวไทย ทำดนตรี และมีเพลงใหม่ คือ “ปลอบใจแม่หม้าย” “หลอกกันทำไม” “ห่วงสาวชาวนิคม“ เพลงนี้ พูดถึงสาวนิคมอุตสาหกรรม ผมแต่งเนื้อร้องเอง ผมหัดแต่งเพลงมาตั้งแต่บ้านนอก เคยแต่งเพลงให้แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ ชื่อเพลง “ของเล่นเศรษฐี” ใช้ชื่อว่า ช. ศิริชัย แต่งให้ สันติ ดวงสว่าง เพลง “เกตุแก้วใจดำ“ กับ ”บังอรลืมนา” ตั้งแต่เขาอยู่อาร์เอส แต่เป็นเพลงที่ไม่ค่อยได้เชียร์ ตอนที่ผมร้องเพลงหมอลำ ผมก็แต่งเนื้อร้อง 5 กลอน ชื่อชุด “อดีตรักฉันทนา” ผมก็ได้วิชามาจาก ครูสุชาติ เทียนทอง ครูก็แนะ และบอกให้กำลังใจให้ทำให้ได้ และเป็นตัวแทนให้ได้ อย่างเพลงแก้ “รักข้ามคลอง” ครูก็ให้ผมลองแต่ง ให้ จำปา เมืองวิเชียร ร้อง ครูเขาก็ช่วยปรับแก้ให้ และก็มีเพลง “สายน้ำมรณะ” ผมเขียนท่อนเกริ่นหมอลำ อาจารย์สุชาติ ก็เขียนเนื้อไทยต่อ”

แรงงาน แรงใจ ในเพลงลูกทุ่ง - รายการสารพันลั่นทุ่งบางเขน ThaiPBS

นักร้องลูกทุ่งสู้ชีวิต กล่าวถึง อนาคตที่เจ้าตัวคิดไว้และฝากทิ้งท้ายถึงแฟนเพลง “ลูกชายของผม อายุ 22 ปี เรียนที่พาณิชยการ ราชดำเนิน ก็ร้องเพลง เล่นดนตรี เคยเล่นอยู่ตามร้านอาหารอยู่พักนึง แต่ตอนนี้มาทำงานอยู่บิ๊กซี ลูกชายคนเล็กก็ไปทำงานภูเก็ต ตอนนี้ผมก็อยู่กันสองคนกับตายาย วางแผนในชีวิตว่า จะค้าขาย ควบคู่ไปกับการร้องเพลง ก็ต้องทำสองอย่างนี่แหละ ทำเท่าที่ทำได้ สุขภาพโดยรวมก็ดี แต่ปัญหาเรื่องขาปวดขา ปวดหลังเป็นมาร่วมสิบปี เพราะเคยไปช่วยเขายกเสาไฟฟ้า ที่สถานีวิทยุที่ขอนแก่น สมัยที่อยู่ขอนแก่น แล้วกระดูกหัก ตอนนี้ ผมยังรับงานร้องเพลงเหมือนเดิม ส่วนผลงานชุด ”รักชาติยูเทิร์น” ซื้อได้ที่หน้าเวทีอย่างเดียว ที่แผงสับปะรด ไม่มีซีดีขายนะครับ(หัวเราะ) เจ้าภาพหรือแฟนเพลงที่จะติดต่องานเชิญได้ที่ 08-1909-7693 ครับ แต่ผมไม่ได้เล่นไลน์และเฟซบุ๊กครับ เพราะเล่นไม่เป็นครับ”

rakchart 01

เคยลงเล่นการเมืองในการเลือกตั้งล่าสุด 2562 ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เขต 2 พรรคประชาธรรมไทย ในเขตอำเภอท่าปลา ที่มีภูมิลำเนาอยู่กับภรรยา แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ

 

redline

backled1

 

looktung morlum artists

kwanchai 01ขวัญชัย เพชรร้อยเอ็ด

ขวัญชัย เพชรร้อยเอ็ด มีชื่อ-นามสกุลจริงตามบัตรประชาชนว่า สุรชัย โสธรวงศ์ มีชื่อเล่นว่า อ๊อด เกิดเมื่อ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2495 เป็นชาวตำบลดงแดง อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นบุตรของนายจันทร์ และนางจันทร์ โสธรวงศ์ (พ่อ-แม่ชื่อเดียวกัน) มีพี่น้องร่วมอุทร 8 คน เป็นคนที่ 2 จบการศึกษาชั้น ม.ศ.3 โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย

หลังจบการศึกษาแล้ว ก็เดินหน้าสู่วงการศิลปินบันเทิงทันที ด้วยพรสวรรค์ที่มีติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ร้องเพลงเก่ง เสียงดีมาแต่เกิด เป็นนักร้องประจำโรงเรียนที่ครูบาอาจารย์ทุกคนภูมิใจ แต่ส่วนหนึ่งของความฝันเขาอยากเป็น "ตำรวจ" ไปสมัครสอบแต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะส่วนสูงไม่ถึงเกณฑ์

การเดินทางสู่ถนนบันเทิง

เมื่อไม่สามารถเป็นตำรวจได้ ก็มุ่งหน้าเดินล่ารางวัลจากเวทีประกวดนักร้องทันที เคยไปขึ้นเวทีประกวดนักร้องที่ อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย แต่ตกรอบผิดหวังมาก ทำอะไรไม่ถูก เคว้งคว้าง โชคยังดีที่เจอ "เสน่ห์ มนต์อิสาน" ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้า ที่ได้นำเขาไปฝากให้อยู่กับวงดนตรีหมอลำของ "ฉวีวรรณ ดำเนิน" ในช่วงต่อมา "รุ่ง โพธาราม" เจ้าของเพลง "ลาสาวโพธาราม" ก็มีโอกาสได้มาร่วมวงกับ ฉวีวรรณ ดำเนิน ด้วย ทั้ง เสน่ห์ มนต์อีสาน และรุ่ง โพธาราม เห็นแววนักร้องของขวัญชัย จึงพาไปสมัครอยู่วงดนตรี เพชร โพธาราม แต่ตำแหน่งนักร้องเต็มเสียก่อน เลยต้องรออีกระยะหนึ่ง

จนได้มาเจอกับ นเรศ จงกมลไพร ซึ่งให้การช่วยเหลือด้วยการพาไปอยู่กับวง ก้อง กาจกำแหง หัวหน้าวงดนตรี นักแต่งเพลง และนักจัดรายการวิทยุชื่อดัง ครูก้องก็รับขวัญชัยไว้ในวง เขาอยู่กับครูก้องกว่า 1 ปี โดยทำงานทุกอย่าง แต่ก็ยังไม่ได้บันทึกเสียง จนขวัญชัยเริ่มท้อ

kwanchai 03

ชีวิตพลิกผันพิสดารตลอดเวลา เหมือนพระเจ้าไม่ค่อยเข้าข้าง หรือไม่ก็แกล้งลองความอดทน ได้อยู่วงครูก้องแต่ไม่มีอนาคตเท่าไหร่ จนไปเข้าห้องน้ำแล้วแหกปากร้องเพลงด้วยความอัดอั้น ผู้ใหญ่ที่อยู่ในวงได้ยินเลยไปบอกครูก้องว่าเสียงดีใช้ได้ เพื่อจะได้โอกาสไปจับฉลากว่าใครจะได้อัดแผ่นเสียงบ้าง โชคไม่ดีดันจับไม่ได้อีก

ร้องแทนเพื่อนแต่กลับดัง

จนวันหนึ่งประมาณปี 2519 ครูก้อง กาจกำแหง จะบันทึกเสียงเพลง "จดหมายเป็นหมัน" ซึ่งในวงดนตรีมีกฎกติกาว่า นักร้องในวงจะต้องจับฉลากว่า ใครจะได้บันทึกแผ่นเสียง ปรากฏว่า คนอื่นโชคดีเป็นผู้จับฉลากได้ แต่เมื่อไปบันทึกเสียงออกมาแล้ว ก็ร้องไม่ได้อย่างที่ครูก้องต้องการ ครูก้องจึงได้เรียกขวัญชัยมาลองร้องบันทึกแผ่นเสียงลองดู ขวัญชัยนั้นร้องโดยไม่มีความกดดันอะไรเพราะไม่ใช่ตัวเลือก แค่มาลองร้องดูเท่านั้น ปรากฏว่า การบันทึกเสียงครั้งนี้ผ่านฉลุยเป็นที่ถูกใจของครูก้อง กาจกำแหง ผลก็คือเพลง "จดหมายเป็นหมัน" ดังในชั่วข้ามคืน และเป็นการใช้ชื่อ "ขวัญชัย เพชรร้อยเอ็ด" เป็นครั้งแรก

จดหมายเป็นหมัน - ขวัญชัย เพชรร้อยเ้อ็ด

พอเพลง "จดหมายเป็นหมัน" ดัง ครูก้อง กาจกำแหง ก็เปลี่ยน วงดนตรีก้อง กาจกำแหง เป็น วงขวัญชัย เพชรร้อยเอ็ด ได้ร่วมงานดนตรีอยู่กับครูก้องได้ 3 ปีก็แยกทางกัน เนื่องจากครูก้องต้องการแต่งเพลงเพียงอย่างเดียว ไม่มีเวลามาดูแลวงดนตรีให้ (ช่วงนั้นครูก้อง กำลังมุ่งสร้างเพลงให้กับ สายัณห์ สัญญา) ขวัญชัยจึงออกไปตั้งวงดนตรีเอง

วงดนตรีของขวัญชัย เพชรร้อยเอ็ด ประสบอุบัติเหตุครั้งรุนแรงจากการเดินสายบ่อยครั้งมาก (ประมาณ 5 – 6 ครั้ง) คือเริ่มกันตั้งแต่ตั้งวงนั่นทีเดียว และครั้งหนึ่งก็ทำให้ตัวหัวหน้าวงถึงกับสลบ กระดูกขาแตกจนต้องดามเหล็ก ส่วนครั้งสุดท้ายที่เชียงใหม่นี่ถือว่าหนักที่สุด เมื่อรถของชาวคณะประสานงากับรถสิบล้อ มีผลทำให้ ขวัญชัย เพชรร้อยเอ็ด ถึงกับเป็นอัมพาตเดินไม่ได้ แต่ก็ได้หมอดีรักษาจนกลับมาเดินได้อีกครั้ง

kwanchai 02

นักร้องร่วมยุคเดียวกัน : ขวัญชัย เพชรร้อยเอ็ด - เทพพร เพชรอุบล - ศักดิ์สยาม เพชรชมพู

ชีวิตครอบครัว

ขวัญชัย เพชรร้อยเอ็ด มีภรรยาชื่อ กลอย พร้อมพ่วง หรือ ดวงใจ บรรพตพิสัย เจ้าของเพลง "รอพี่กลับใต้" ซึ่งร้องแก้กับเพลง "ลาก่อนเมืองใต้" ที่ขวัญชัยขับร้องไว้ ทั้งสองมีธิดาด้วยกัน 2 คน คือ เบนจา โสธรวงค์ และนิตยา โสธรวงค์

เส้นทางวิบากบนเวทีลูกทุ่ง

ต่อมาปี 2524 ขวัญชัย เพชรร้อยเอ็ด ตั้งวงดนตรีอีกครั้ง และประสบความสำเร็จอีกครั้งจากเพลง คนร้อยเอ็ด, ยกเมียให้เพื่อน ตะวันแดงแทงใจ, รักอันตราย ฯลฯ แต่ก็ยังเจอกับอุบัติเหตุทางรถยนต์อีกที่จังหวัดนนทบุรี ชีวิตเขาแขวนอยู่บนเส้นทางมัจจุราชตลอด เป็นนักร้องคนเดียวและวงดนตรีเดียวที่ประสบอุบัติเหตุมากที่สุด และทุกครั้ง ขวัญชัย เจ็บหนักทุกที กระดูกขาแตกต้องดามเหล็ก เกือบเป็นอัมพาต รถชนครั้งแล้ว ครั้งเล่า เป็นหัวหน้าวงที่หยุดวงบ่อยที่สุด เพราะรถชนรถคว่ำเกือบ 10 ครั้ง

kwanchai 04

ทำให้เขาเริ่มดื่มหนักมากขึ้น จนต้องเข้าบำบัดรักษาในโรงพยาบาล ทำให้ในที่สุดก็ต้องเลิก วงดนตรีขวัญชัย เพชรร้อยเอ็ด ไปโดยปริยาย และเมื่อรักษาตัวจนหายเขากลับมาร้องเพลงอีกครั้ง โดยเข้าไปร่วมกับวงดนตรีของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ในฐานะนักร้องลูกวง แต่จากสุขภาพที่ไม่แข็งแรงจากอุบัติเหตุ และการดื่มเหล้าจัด ทำให้เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2528 จากโรคประจำตัว ขณะมีอายุ 32 ปี 7 เดือน 24 วัน

kwanchai 05

คนร้อยเอ็ด - ขวัญชัย เพชรร้อยเอ็ด

redline

backled1

 

looktung morlum artists

ae pojana 01เอ๋ พจนา

เอ๋ พจนา มีชื่อ-นามสกุลจริงว่า นายทำนอง คำใบ มีชื่อเล่น เอ๋ ชื่อในวงการ เอ๋ พจนา ฉายา "ลูกทุ่งเสียงเสน่ห์" เกิดเมื่อ 6 เมษายน พ.ศ. 2512 มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ แต่อพยพตัวเองไปอยู่ที่เมืองกาญจนบุรี จนหลายคนเข้าใจว่าเป็นคนเมืองกาญจน์ไปแล้ว ในครอบครัวมีพี่น้องทั้งหมด 5 คน เป็นลูกชายคนโต เรียนหนังสือน้อย จบแค่ประถมศึกษาปีที่ 4 เท่านั้น เพราะความที่เป็นพี่คนโตจึงมีภาระต้องดูแลน้องๆ อีก 4 คน อาชีพก่อนได้เป็นนักร้อง เคยขึ้นสังเวียนเป็นนักมวยไทยอยู่ 2-3 ปี โดยใช้ชื่อว่า “เด่นชัย สายสุรินทร์”

ด้วยการที่มีความรักในการร้องเพลง หลงไหลการขับร้องใช้เสียง จึงไปเรียนไปฝึกเป็น "หมอลำ" มาก่อน จนสามารถเล่นหมอลำได้ เข้าสู่วงการบันเทิง เมื่อ พ.ศ. 2531 ด้วยการเป็นหมอลำ "ลำเรื่องต่อกลอน" หรือที่เมื่อก่อนทางแถบสุรินทร์ บุรีรัมย์ เรียกกันว่า "ลิเกลาว" ก็แสดงเป็น ตัวพระเอก

จนได้มาเจอกับ อาจารย์กิ่ง กรกช ซึ่งได้รับไว้เป็นศิษย์และเขียนเพลงให้ร้อง โดยชุดแรกเป็นหมอลำชื่อชุด "สงครามรัก" ไม่ค่อยมีชื่อเสียงมากนัก อยู่ในราวๆ ปี พ.ศ.2532 ถัดจากนั้นอีกไม่นาน ก็ได้ออกอัลบั้มเพลงในแนวลูกทุ่งมาอีก นั่นคือชุด "เราหรือคือทางผ่าน" โด่งดังจนตั้งตัวรับแทบไม่ทันเลยทีเดียว

เราหรือคือทางผ่าน - เอ๋ พจนา

อาจารย์กิ่ง กรกช เป็นคนให้โอกาสผมได้มาเป็นนักร้อง ตอนนั้นอาจารย์แกจัดรายการวิทยุอยู่ที่ สถานีวิทยุยานเกราะ บางกระบือ ผมฟังรายการแกอยู่ เลยโทรหาแกว่า ผมอยากเป็นนักร้อง แล้วเอาเสียงร้องที่ผมบันทึกไว้มาให้แกฟัง ก็อยู่กับอาจารย์กิ่งมาประมาณ 4-5 ปีถึงได้อัดเพลงชุดแรก เป็นแนวหมอลำชื่อชุด "สงครามรัก" ตอนนั้นผมยังใช้ชื่อ "อัมพร พจนา" อยู่ พอชุดต่อมาแกไม่มีทุนจะทำ เลยฝากผมมาอยู่กับพ่อคำเกิ่ง ทองจันทร์" เอ๋ พจนา ย้อนเล่าถึงอาจารย์ที่สร้างชีวิตใหม่ให้

ae pojana 02

นอกจาก อาจารย์กิ่ง กรกช แล้วเขายังได้รับการดูแลจาก อาจารย์คำเกิ่ง ทองจันทร์ อดีตนักร้องหมอลำลือชื่อ จนต่อมาได้เข้ามาอยู่ในสังกัด ทองจันทร์โปรโมชั่น มีผลงานโด่งดังไม่น้อย อาทิ แท็กซี่ใจลอย, หนุ่มลาวสาวจีน, แหวนทองสองสลึง ฯลฯ นักร้องดังร่วมสมัยด้วยกันในสังกัด ทองจันทร์โปรโมชั่น ประกอบด้วย เสียงพิณ ถิ่นอีสาน, สาธิต ทองจันทร์, เดือนเพ็ญ อำนวยพร, ชาญชัย จาตุรงค์ และเอ๋ พจนา

satit thongchan 04

อาจารย์คำเกิ่ง ทองจันทร์ ได้ตั้งวงดนตรีให้ และออกตระเวนสร้างความสุขให้ผู้คนมานานพอควร แต่ที่สุดก็ยุบวงแล้วหันมาเป็นนักร้องรับเชิญแทน เป็นนักร้องที่มีมารยาทดีเยี่ยม สุภาพอ่อนน้อม พูดจาดี จนหลายคนตั้งฉายาให้ว่า "ไอ้หนุ่มเสียงเสน่ห์ เอ๋ พจนา"

ae pojana 03

ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ ขยันคิด ขยันทำตลอดนอกจากร้องเพลงเก่งแล้ว ยังมีหัวสมองทางงานด้านเกษตร เคยทำฟาร์มเลี้ยงแย้ เคยทำฟาร์มไก่ชน เลี้ยงแย้ แย้ก็คลานหนีเข้าป่าไปเรียบ เลี้ยงไก่ก็เจอไข้หวัดนก ทำบาปไม่ขึ้น สวรรค์สั่งมาให้ร้องเพลงอย่างเดียว รักน้องชายมาก ส่งเสริมน้องจนเป็นนักร้องได้อีกคนคือ "ทอง ดวงอารีย์" หรือ "โอ๋ พจนา" นั่นเอง อาชีพปัจจุบัน เปิดฟาร์มเลี้ยงไก่ชนกับน้องชาย ทำค่ายเพลง "พจนา เรคคอร์ด" กับทำเครื่องสำอางชื่อ เอมุก

ae pojana 04

ไม่ได้หายไปไหน “เอ๋ พจนา” ลูกทุ่งอีสานคนดัง ยังมีงานคอนเสิร์ตแทบทุกวันแถบอีสาน แถมผุดค่าย พจนา เรคคอร์ด ลงทุนเอง ไม่เท่านั้นรุกขายเครื่องสำอางแบรนด์ เอมุก ขายดีบุกตลาดฮ่องกง ใกล้เป็นเสี่ยเต็มที “เอ๋ พจนา” เผยว่า “ตอนนี้คอนเสิร์ตมีตลอดเกือบทุกวัน ไปทุกภาค อีสานจะเยอะครับ ซิงเกิ้ลล่าสุดก็ เสียแรงไว้ใจ หมอลำทางช่องยูทูป เอ๋ พจนา อีกเพลงสไตล์รถแห่ ม่วนกุ๊ปทีป ได้นักแต่งรุ่นใหม่ เพลงแบบนี้เราแต่งไม่ถนัด ร้องได้ ให้พล็อตเรื่องน้องไป และผมเปิดค่าย "พจนา เรคคอร์ด" เพิ่งทำครับ นักร้องจะมีน้องชายคือ "โอ๋ พจนา" และมีนักร้องเด็ก 8-9 ขวบ 3 คน ไข่มุก, แต๊งกิ้ว ลูกต๋อง ชวนชื่น อีกคน "จริงจัง ไมค์ทองคำ" ชื่อเพลง จริงๆ ตะลิงจริงจัง สนุกสไตล์น่ารักๆ ครับ”

เสียแรงไว้ใจ : เอ๋ พจนา

ทำค่ายเองต้องดูแลหมด? “ครับผมดูหมด คัดเพลง โปรดิวซ์ ดนตรี และตอนนี้ทำบริษัทเครื่องสำอาง ชื่อ เอมุก ขายสบู่ส้ม สบู่องุ่น สครับใบหน้า ครีมกันแดด ครีมหน้าใสพวกนี้ ทำมาหลายปี ขายออนไลน์ ตามร้าน และไปขายฮ่องกง มา 2 ปีแล้ว โอเค.แล้วใช้ดีครับ มีอย. ไม่มีไขมันสัตว์เจือปนครับ”

ae pojana 05

ยอดขายดีไหม? “ยอดขายพอไปได้ ผมทำคนเดียว หน้าเวทีก็ขายดี ขายไม่ทันเลย ร้องไปขายไปราคากันเองครับ แรกอาจจะเป็นอาชีพเสริม ต่อไปอาจจะเป็นอาชีพหลักแล้วล่ะ มีคนถามเป็นเสี่ยรึยัง ผมบอกสาธุขอให้สมพรปากครับ” เอ๋ พจนา เจ้าของเพลงดัง “แท็กซี่ใจลอย” กล่าวปิดท้าย

รายการ เพชร 300 : เอ๋ พจนา นำทีม

ติดตามข่าวคราวของ เอ๋ พจนา ผ่านทาง facebook : เอ๋ พจนา

 

redline

backled1

 

Loading...

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1

นโยบายความเป็นส่วนตัว Our Policy

ยินดีต้อนรับสู่ประตูอีสานบ้านเฮา เว็บไซต์ของเรา ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)