foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
ลมหนาวกำลังจากไป ฤดูร้อนกำลังคืบคลานมาอย่างไว สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือ "ภัยแล้ง" ที่มีแนวโน้มว่าจะกินเวลาค่อนข้างนานและรุนแรงกว่าทุกๆ ปี ทิดหมูเฝ้ามองจากน้ำในลำน้ำมูลใกล้บ้าน ที่ลดระดับลงต่ำกว่าทุกปีที่ผ่านมา มีข่าวว่าน้ำขาดหายจนเดินข้ามได้กันแล้ว ไร่นาหลายที่ต้องปล่อยให้ข้าวนาปรังแห้งตาย อันนี้สิโทษไผได้นอกจากเจ้าของ สิปลูกหยังก็บ่วางแผน ความฉิบหายเลยมาไว มื้อนี้แถวบ้านทิดหมูยังมีปัญหาควันไฟจากพวกเผาเฟืองอีก โอ๋! น้อ!!!

: Our Sponsor ::

adv200x300 2

: Facebook Likebox ::

: Administrator ::

mail webmaster

: My Web Site ::

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75

: Number of Page View ::

10556383
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
6947
7232
47305
9372483
268580
274002
10556383

Your IP: 18.210.12.229
2021-02-27 21:54
paya supasit

ju juคันเจ้าได้ขี่ซ้างกั้งฮ่มสัปทน อย่าได้ลืมคนจนผู้แห่นำตีนซ้าง

        ## เมื่อเป็นใหญ่ได้ดิบได้ดี ก็อย่าลืมคนที่คอยช่วยเหลืออุปถัมภ์ค้ำชู @รักกันไว้เถิด ##

song word

ารเรียนรู้ภาษาอีสานจากเพลง น่าจะเป็นหนทางที่ผู้เรียนจะเข้าใจได้ง่ายกว่า เพราะได้ยินสำเนียงเสียงอีสานจากนักร้อง บางเพลงก็ยังเรียนรู้ความหมายของคำได้ จากละครในมิวสิกวีดิโอได้อีกด้วย ตามคำขอครับสำหรับแฟนๆ ที่ชอบเพลงอีสานแต่ฟังแล้วเข้าใจความหมายได้ไม่หมด ก็ทำให้ความรู้สึกซาบซึ้งในดนตรีนั้นลดน้อยลง อยากจะทราบเนื้อหาเพลงใด ของนักร้องคนใด ก็บอกกันมาครับ ส่งอีเมล์ไปที่ webmaster (@) isangate.com จะได้นำมาเสนอเป็นลำดับต่อไป ขอแจ้งให้ทราบว่า ผู้จัดทำไม่ได้มีความต้องการโปรโมทเพลงนักร้องคนใด ค่ายใดทั้งสิ้น เพลงที่ถูกคัดเลือกมานำเสนอ จะต้องมีภาษาอีสานแทรกอยู่จำนวนหนึ่ง ที่แฟนเพลงบางท่านอาจไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง ฟังแล้วม่วนแต่บ่เข้าใจ จึงจะได้รับการคัดเลือกมาลงในหน้านี้ครับ

 

เฮายังคึดคือกันบ่

คำร้อง/ทำนอง : ชาลี สาลี่ 
ขับร้อง : ไผ่ พงศธร 

 

                     คำว่าคึดฮอดหลายที่อ้ายส่งไปในไลน์ของเจ้า
                     (คำว่า "คิดถึงมาก" ที่พี่ส่งไปในไลน์น้อง)

         มันเฮ็ดให้อ้ายเหงา เฮ็ดให้อ้ายเศร้าอุกอั่งหัวใจ
          (มันทำให้พี่นี้เหงา ทำให้พี่เศร้าอัดแน่น(กังวล)ในหัวใจ)
         อ่านแล้วบ่ตอบ บ่ฮู้เป็นหยังเจ้าจังบ่เคลื่อนไหว
          (อ่านแล้วไม่ตอบ ไม่รู้เป็นอะไรน้องถึงทำนิ่งไป)
         หรือเจ้าบ่มักตอบไลน์ หรือบ่มักอ้ายแล้วน้อ
         (หรือน้องไม่ชอบตอบไลน์ หรือไม่ได้ชอบพอพี่แล้ว)

                  * อ้ายบ่ได้ต่อว่าต่อขาน แต่มันย่านมันใจเสียละเนาะ
                       (พี่ไม่ได้ต่อว่าต่อขาน แต่มันกลัวหัวใจหล่นหายล่ะนะ)
         ความห่างไกลมันเปลี่ยนใจเจ้าแล้วบ่ อ้ายนั้นย่านอย่างแฮง
         (ความห่างไกลมันเปลี่ยนใจน้องแล้วหรือไร หัวใจพี่กลัวเหลือเกิน)

                ** เฮายังคึดคือกันบ่ ยังฮู้สึกคือเก่าบ่ เจ้าบ่ได้ลืมอ้ายแม่นบ่
                      (เรายังคิดเหมือนกันไหม ยังรู้สึกเหมือนเดิมไหม น้องไม่ได้ลืมพี่ใช่ไหม)
         อ้ายยังมีสิทธิ์ถามอยู่บ่คำแพง
          (พี่ยังมีสิทธิ์ถามอยู่ไหมหนอน้องรัก)
         เฮายังคือแฟนกันบ่ ยังคึดฮอดคือเก่าบ่ เจ้าบ่ได้มีไผแม่นบ่
          (เรายังคือแฟนกันใช่ไหม ยังคิดถึงกันเหมือนเดิมไหม น้องไม่ได้มีคนใหม่ใช่หรือเปล่า)
         อ้ายสิถืกเทบ่น้อคำแพง บอกอ้ายแหน่ว่าเจ้ายังฮักกัน
         (พี่จะถูกทอดทิ้งไหมนะน้องรัก บอกพี่หน่อยว่ายังรักกันเหมือนเดิม)

                    หากว่าเจ้ายากหลาย งานการวุ่นวายบ่มีเวลา
                      (หากว่าน้องยุ่งยาก ลำบากที่การงานไม่มีเวลา)
         บอกอ้ายกะได้หวา อ้ายสิได้ถ่าแบบใจบ่หวั่น
          (บอกพี่สักหน่อยนะ พี่จะได้รอหัวใจไม่ไหวหวั่น)
         คึดนำบ่ส่วง ใจอ้ายกะหวงมันบ่คือก่อนนั้น
          (คิดถึงไม่สร่าง ใจพี่นี้แสนห่วงไม่เหมือนเมื่อก่อน)
         มีหยังคือบ่บอกกัน หลูโตนใจอ้ายแหน่เด้อ
         (มีอะไรก็บอกกัน สงสารหัวใจพี่หน่อยนะน้องเอย)

                         (ซ้ำ *, **, ดนตรี, ** )

 

มีคำภาษาลาวอีสานที่น่าสนใจดังนี้

คึดฮอด = คิดถึง
อุกอั่ง = อึดอัด, แน่น, กังวล
เป็นหยัง = เป็นอะไร
ย่าน (ย้าน) = กลัว
คึดคือกันบ่ = คิดเหมือนกันไหม
แม่นบ่ = ใช่ไหม
ไผ = ใคร, คนอื่น
คึดนำ = คิดถึง (แต่เพียงผู้เดียว)
อ้าย = พี่ (ชาย)
บ่ = ไม่, ปฏิเสธ
จังบ่ = ถึงไม่
อย่างแฮง = อย่างแรง, มาก
ฮู้สึก = รู้สึก
อยู่บ่ = อยู่ไหม
สิถืก = จะถูก (กระทำ)
บ่ส่วง = ไม่สร่าง, ตลอดเวลา
เฮ็ด = ทำ, กระทำ
ฮู้ = รู้, ทราบ
มัก = ชอบ
เฮา = เรา (สองคน)
คือเก่า = เหมือนเดิม
คำแพง = น้องอันเป็นที่รัก
ถ่า = รอคอย
หลูโตน = สงสาร

 

 

pai no13

redline

backled1

 

song word

ารเรียนรู้ภาษาอีสานจากเพลง น่าจะเป็นหนทางที่ผู้เรียนจะเข้าใจได้ง่ายกว่า เพราะได้ยินสำเนียงเสียงอีสานจากนักร้อง บางเพลงก็ยังเรียนรู้ความหมายของคำได้ จากละครในมิวสิกวีดิโอได้อีกด้วย ตามคำขอครับสำหรับแฟนๆ ที่ชอบเพลงอีสานแต่ฟังแล้วเข้าใจความหมายได้ไม่หมด ก็ทำให้ความรู้สึกซาบซึ้งในดนตรีนั้นลดน้อยลง อยากจะทราบเนื้อหาเพลงใด ของนักร้องคนใด ก็บอกกันมาครับ ส่งอีเมล์ไปที่ webmaster (@) isangate.com จะได้นำมาเสนอเป็นลำดับต่อไป ขอแจ้งให้ทราบว่า ผู้จัดทำไม่ได้มีความต้องการโปรโมทเพลงนักร้องคนใด ค่ายใดทั้งสิ้น เพลงที่ถูกคัดเลือกมานำเสนอ จะต้องมีภาษาอีสานแทรกอยู่จำนวนหนึ่ง ที่แฟนเพลงบางท่านอาจไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง ฟังแล้วม่วนแต่บ่เข้าใจ จึงจะได้รับการคัดเลือกมาลงในหน้านี้ครับ

 

กะไคแหน่แล้วล่ะ

คำร้อง/ทำนอง : พงษ์ศักดิ์ ถนอมใจ 
ขับร้อง : ไผ่ พงศธร 

 

                     เมื่อเจ้าพ้อทางหย่างใหม่ ได้พ้อผู้ใหม่แล้วสิอิหยัง
                       (เมื่อเธอพบทางเดินใหม่ ได้พบคนใหม่แล้วจะทำอย่างไร)
         หรือกลับมาเบิ่งซากปรักหักพัง ฮักของเฮาที่ล่มสลาย
          (หรือกลับมาดูซากปรักหักพัง รักของเราที่ล่มสลาย)
         บ่ต้องฮู้สึกผิด เจ้าเห็นบ่อ้ายยังหายใจ
          (ไม่ต้องรู้สึกผิด น้องเห็นไหมพี่ยังหายใจอยู่)
         ถึงสิจ่อยลงแหน่... แต่กะยังบ่ตาย
         (ถึงจะผอมลงหน่อย... แต่ก็ยังไม่ตาย)

                   * กินข้าวได้หลายกว่าเก่า นอนหลับง่ายกว่าเก่า
                        (กินข้าวได้มากกว่าเดิม นอนหลับง่ายกว่าเก่า)
         ยามเจ็บยามเหงา บ่ต้องมีหมู่มาอ่อย
          (ยามเจ็บยามเหงา ไม่ต้องมีเพื่อนมาคอยปลอบ)
         แต่ก่อนนอนตีงคีงตื่นมาน้ำตาย้อย หัวใจสะวอยคึดฮอดเจ้าหลาย
          (เมื่อก่อนนอนขยับตื่นมาน้ำตาหล่น หัวใจหล่นวูบคิดถึงน้องมากมาย)
         เทือสิยอมรับว่าฮักเฮาจบแล้ว ถืกลมพัดมันกะสิยืนบ่ไหว
          (กว่าจะยอมรับว่ารักเรานั้นจบแล้ว ถูกลมพัดมาปะทะแทบยืนต่อไปไม่ไหว)
         บ่ต้องมาห่วง ว่าอ้ายสิอยู่บ่ได้ มื้อนี้ อ้ายกะไคแหน่แล้วล่ะ
         (ไม่ต้องมาห่วงว่าพี่จะอยู่ไม่ได้ วันนี้ พี่ก็ดีขึ้นแล้วล่ะ)

                     กะเว้าให้ฟังซุอย่าง จนเบิดซุอย่างควมเว้าควมว่า
                       (ก็พูดให้ฟังทุกอย่าง จนหมดทุกเรื่องคำพูดความจริงในใจ)
         ถ้าคักใจแล้วเจ้ากะอย่าหัวซา อย่าทำท่าหลูโตนกันหลาย
          (ถ้าสมใจแล้วน้องก็อย่าสนใจ อย่ามาทำท่าสงสารกันเลย)
         ถ้ายังห่วงปานนี่ แล้วมื้อนั่นคือจังถิ่มไป
          (ถ้ายังห่วงปานนี้ แล้ววันนั้นทำไมจึงทิ้งพี่ไป)
         บ่อยากเป็นภาระ... เป็นปัญหาให้ไผ
          (ไม่อยากเป็นภาระ... เป็นปัญหาให้ใคร)

                       (ซ้ำ * ดนตรี...Solo )

                   ​ความเจ็บกำลังสิส่วง ความห่วงมันกะมาซ้ำ
                     (ความเจ็บกำลังจะสร่าง ความห่วงมันก็มาซ้ำเติม)
         อยากลืมแต่มันกะจำ สิให้อ้ายเฮ็ดจังได๋
          (อยากลืมแต่มันก็จำ จะให้พี่ทำอย่างไรหนอ)

                     (ซ้ำ * )

         ถ้าเจ้ายังห่วงอ้ายอาจสิอยู่บ่ได้ มื้อนี้ อ้ายกะไคแหน่แล้วล่ะ
         (ถ้าน้องยังห่วงพี่ชายอาจจะอยู่ไม่ได้ วันนี้ พี่ก็ดีขึ้นบ้างแล้วล่ะ)

 

มีคำภาษาอีสานที่น่าสนใจดังนี้

พ้อ = พบ, เห็น
เบิ่ง = ดู, มองดู
บ่ = ไม่. ปฏิเสธ
จ่อย = ผอม, ซูบลง
อ่อย = ปลอบใจ
เทือสิ = กว่าจะ
เว้า = พูด
คักใจ = สมใจ
ถิ่ม = ทิ้ง, ทอดทิ้ง
เฮ็ดจังได๋ = ทำอย่างไร
หย่าง = เดิน, การเดิน
ฮัก = รัก, ความรัก
ฮู้สึก = รู้สึก, สำนึก
แหน่ = หน่อย
ตีงคีง = ขยับตัว
ถืก = ถูก (กระทำ)
ซุอย่าง = ทุกอย่าง
หัวซา = สนใจ, ใส่ใจ
ไผ = ใคร
สิอิหยัง = จะอะไร, อย่างไร
เฮา = เรา (สองคน)
อ้าย = พี่ (ชาย)
หมู่ = เพื่อน
สะวอย = วูบ, หล่น
กะไคแหน่ = ค่อยยังชั่ว, ดีขึ้นแล้ว
ควมเว้าควมว่า = คำพูดคำจา
หลูโตน = สงสาร
สิส่วง = จะสร่าง, จะลืม

 

 

pai no12

redline

backled1

 

song word

ารเรียนรู้ภาษาอีสานจากเพลง น่าจะเป็นหนทางที่ผู้เรียนจะเข้าใจได้ง่ายกว่า เพราะได้ยินสำเนียงเสียงอีสานจากนักร้อง บางเพลงก็ยังเรียนรู้ความหมายของคำได้ จากละครในมิวสิกวีดิโอได้อีกด้วย ตามคำขอครับสำหรับแฟนๆ ที่ชอบเพลงอีสานแต่ฟังแล้วเข้าใจความหมายได้ไม่หมด ก็ทำให้ความรู้สึกซาบซึ้งในดนตรีนั้นลดน้อยลง อยากจะทราบเนื้อหาเพลงใด ของนักร้องคนใด ก็บอกกันมาครับ ส่งอีเมล์ไปที่ webmaster (@) isangate.com จะได้นำมาเสนอเป็นลำดับต่อไป ขอแจ้งให้ทราบว่า ผู้จัดทำไม่ได้มีความต้องการโปรโมทเพลงนักร้องคนใด ค่ายใดทั้งสิ้น เพลงที่ถูกคัดเลือกมานำเสนอ จะต้องมีภาษาอีสานแทรกอยู่จำนวนหนึ่ง ที่แฟนเพลงบางท่านอาจไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง ฟังแล้วม่วนแต่บ่เข้าใจ จึงจะได้รับการคัดเลือกมาลงในหน้านี้ครับ

 

ไปรวยเอาดาบหน้า

คำร้อง/ทำนอง : สลา คุณวุฒิ 
     ขับร้อง : มนต์แคน แก่นคูน 

 

                    (เกริ่นลำ) โอ่ย...น้อ  ย้อนความจนมาบีบเค้น มา..บีบเค้น
                                      (โอ่ย... น้อ เพราะความจนมาบีบเค้น มาบีบเค้น)
       ถีบเรากระเด็นจากบ้านนา  คิดฮอดส่ำใด๋ กะตัดใจลา
        (ถีบเรากระเด็นจากบ้านนา คิดถึงเท่าใด ก็ตัดใจลา)
       ขอไปรวยเอาดาบหน้า จึงกลับมา ล้างแค้นความจน
       (ขอไปรวยเอาดาบหน้า จึงกลับมาล้างแค้นความจน)

                     บ้านเฮา มีแต่นาปลูกข้าว แต่บ่มีนาปลูกเงิน
                       (บ้านเรา มีแต่นาปลูกข้าว แต่ไม่มีนาปลูกเงิน)
       บ้านเพิ่นมีหม่องให้หาเงิน แต่กะต้องเดินทางไกล
        (บ้านคนอื่นเขามีที่ให้หาเงิน แต่ก็ต้องเดินทางไกล)
       บายเอาตีนซิ่นอีแม่ มาทำตะกรุดคู่กาย
        (หยิบเอาชายผ้าถุงแม่ มาทำตะกรุดคู่กาย)
       จุดเริ่มคือจากบ้านไป จุดหมายกะคือได้กลับมา
       (จุดเริ่มคือจากบ้านไป จุดหมายก็คือได้กลับคืนมา)

                     บ่ฮู้ดอกว่า บนเส้นทางข้างหน้า มันสิต้องเจอสิ่งใด๋
                        (ไม่รู้หรอกว่า บนเส้นทางข้างหน้า มันจะได้พบเจอสิ่งใด)
       โสตาย ถ้าเอาดีบ่ได้ กะให้มันได้ฮู้ว่า
         (ตัดสินใจ ถ้าเอาดีไม่ได้ ก็ให้มันรู้ไปว่า)
       สิบ่หายใจถิ่มซือๆ ลงมือสู้เบิ่งก่อนนา
        (จะไม่หายใจทิ้งเฉยๆ ลงมือสู้ก่อนสินะ)
       สิเป็นหรือตายบ่ว่า ให้วาสนาพาเป็น
       (จะเป็นหรือตายไม่ว่า ให้วาสนานำทาง)

                   * สิบ่ไปตายเอาดาบหน้า  ข้อยสิไปรวยเอาดาบหน้า
                       (จะไม่ไปตายเอาดาบหน้า ข้าจะไปรวยเอาดาบหน้า)
       บ่หัวซา บ่หัวซา กล้าๆ แน   ข้อยสิไปรวยเอาดาบหน้า
        (ไม่สนใจ ไม่สนใจ กล้าๆ หน่อย ข้าจะไปรวยเอาดาบหน้า)
       สิบ่ไปตายเอาดาบหน้า  บอกท้องนา ข่อยสิกลับมาเด้อ ถ่าแน
        (จะไม่ไปตายเอาดาบหน้า บอกทุ่งนา ข้าจะกลับมาอยู่นะ รอหน่อย)
       ถ่าก่อนเด้ออีพ่อ รอก่อนเด้ออีแม่  บ่ดนดอกหนา สิกลับมาล้างความจน
        (ลาก่อนนะคุณพ่อ รอก่อนนะคุณแม่ ไม่นานดอกหนา จะกลับมาล้างความจน)

                     หย่าวไป หย่าวไป อย่าหวั่น
                       (เดินหน้าสู่ไป สู้ไป อย่าไหวหวั่น)
        หย่าวไป หย่าวไป อย่าหวั่น
         (เดินหน้าสู่ไป สู้ไป อย่าไหวหวั่น)
        ยาวไป ยาวไป อย่าจ่ม
         (ลุยไป ลุยไป อย่าบ่น)
        กฏมีข้อเดียว อย่าแพ้
        (กฎมีข้อเดียว อย่ายอมแพ้)

                        (ซ้ำ *, *)

         สิกลับมาล้างความจน
         (จะกลับมาล้างความจน)

 

     มีคำภาษาอีสานที่น่าสนใจดังนี้

ย้อนความจน = เพราะความจน
กะ = ก็
เพิ่น = ผู้อื่น (บุคคลที่ 3)
ตีนซิ่น = ชายผ้าถุง
ดอกว่า = หรอกว่า
ถิ่ม = ทิ้ง
ข้อย = ฉัน, ผม, หนู
เด้อ = นะ (ยืนยัน เป็นสร้อยคำ)
หย่าว = จ้ำ, ลุย
คิดฮอด = คิดถึง
เฮา = เรา
หม่อง = ที่, สถานที่
อีแม่ อีพ่อ = แม่ พ่อ (คำเรียกถิ่นอีสาน)
ส = จะ
ซื่อๆ = เฉยๆ, ไม่ทำอะไร
หัวซา = สนใจ
ถ่า = รอ, รอคอย
ส่ำใด๋ = เท่าใด
บ่ = ไม่
บาย = หยิบ, จับ
บ่ฮู้ = ไม่รู้
โสตาย = สู้ตาย, ตัดสินใจแล้ว
เบิ่ง = ดู
แน = หน่อย (สร้อยคำ)
ดน = นาน (ระยะเวลา)

 

 

monkan 12

เป็นบทเพลงที่สะท้อนชีวิตนักสู้จากท้องทุ่งอีสาน ที่มุ่งหน้ามางานทำในเมืองหลวงเพื่อไขว่คว้าหาโอกาส เพื่อ "ไปรวยเอาดาบหน้า" ผลงานเพลงของครูสลา คุณวุฒิ ที่เขียนให้หนุ่มหมอลำลูกทุ่งอีสาน มนต์แคน แก่นคูณ ขับร้องไว้น่าฟัง ฟังเพลงดูความหมายจากเนื้อร้อง ประกอบกับละครเพลงแล้วจะเห็นชีวิตนักสู้จากที่ราบสูงได้ดีทีเดียว

 

redline

backled1

 

song word

ารเรียนรู้ภาษาอีสานจากเพลง น่าจะเป็นหนทางที่ผู้เรียนจะเข้าใจได้ง่ายกว่า เพราะได้ยินสำเนียงเสียงอีสานจากนักร้อง บางเพลงก็ยังเรียนรู้ความหมายของคำได้ จากละครในมิวสิกวีดิโอได้อีกด้วย ตามคำขอครับสำหรับแฟนๆ ที่ชอบเพลงอีสานแต่ฟังแล้วเข้าใจความหมายได้ไม่หมด ก็ทำให้ความรู้สึกซาบซึ้งในดนตรีนั้นลดน้อยลง อยากจะทราบเนื้อหาเพลงใด ของนักร้องคนใด ก็บอกกันมาครับ ส่งอีเมล์ไปที่ webmaster (@) isangate.com จะได้นำมาเสนอเป็นลำดับต่อไป ขอแจ้งให้ทราบว่า ผู้จัดทำไม่ได้มีความต้องการโปรโมทเพลงนักร้องคนใด ค่ายใดทั้งสิ้น เพลงที่ถูกคัดเลือกมานำเสนอ จะต้องมีภาษาอีสานแทรกอยู่จำนวนหนึ่ง ที่แฟนเพลงบางท่านอาจไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง ฟังแล้วม่วนแต่บ่เข้าใจ จึงจะได้รับการคัดเลือกมาลงในหน้านี้ครับ

 

นกเจ่า

คำร้อง/ทำนอง : มิกซ์ ถิรวิทย์ 
ขับร้อง : เก่ง สยาม 

 

                          คือจั่งเกวียนบ่มีไม้ค้ำ หน้าหง่ำลงใส่ขี้ดิน
                             (เหมือนเกวียนไม่มีไม้ค้ำ (ขาตั้ง) หน้าคว่ำลงพื้นดิน)
           คือจั่งนกตายตก ย้อนฟ้าปี้น แค่ได้ยินคำว่า...
            (เหมือนนกตายตกลง เพราะฟ้าพลิก แค่ได้ยินคำว่า...)

                          บ่ได้ฮักกันแล้ว เฮาบ่สมกันแล้ว มีแต่แนวเหม็นกุยไปหน้า
                             (ไม่ได้รักกันแล้ว เราไม่เหมาะสมกันแล้ว มีแต่เหม็นเขียว(เกลียด)ไปทุกวัน)
           กักขังมโนไว้ ดนเติบว่าสั่นว่า ก่อนสิมาจาเว่า...
           (เก็บไว้ในใจมานานแล้ว ก่อนจะหลุดโพล่งออกมา...)

                     *** ว่า (แต่) นกเจ่าสิบินเจ้ยเจิดหนี ฮักเฮานี่อยู่คนละก้ำฝ่าย
                              (เหมือนนกเจ่าบินฉวัดเฉวียนหลีกหนี รักเรานี้อยู่คนละฝ่าย)
           ขี้ข้าเงาะป่าบ้าใบ้ บ่ควรคู่รจนาน้อง
             (เหมือนเงาะป่าบ้าใบ้ หรือจะควรคู่่กับรจนา)
           ใจประสงค์ฮ่างกลางบ้านกะว่าดง คนใจฟ่งปลิวหายไปตามป่อง
             (ใจประสงค์จะทิ้งร้าง กลางบ้านก็เหมือนดง(พงป่า) คนใจกระเด็นปลิวหายจากไปตามร่อง)
           ความฮักที่เคยได้จากน้อง บินไปคือนกเจ่า...
           (ความรักที่เคยได้จากน้อง บินหนีไปเหมือนนกเจ่า...)

                          น้ำในใบบอนยังแน่นอนกว่าใจเจ้า ผิดที่เฮานั่นคิดไปไกล
                              (น้ำในใบบอนยังแน่นอนกว่าใจน้อง ผิดที่เรามโนไปไกล)
            อวดเป็นพญา ตาส่องมองไกล ว่าสิได้เป็นคู่หมั้นหมาย...
            (อวดว่าตัวเองนั่นเจ๋งกว่า มองไปเสียไกลว่าจะได้น้องเป็นคู่เคียง)

                                 (ซ้ำ ***, *** และ ***)

 

มีคำภาษาอีสานที่น่าสนใจดังนี้

คือจั่ง = เหมือนกับ
ย้อน = เพราะ, เหตุนั้น
ฮัก = รัก
สิ = จะ
เฮา = เรา
ฮ้าง = ร้าง, พัง, ทรุดโทรม
นกเจ่า = นกในกลุ่มนกกระยาง
หง่ำ = คว่ำ, กระแทกพื้น
ปิ้น = พลิก, กลับหลัง
กุย = กลิ่นเหม็นเขียว, ไม่น่าดม
จาเว้า = พูด, การพูดจา, โพล่งออกมา
ละก้ำฝ่าย = ตรงข้าม, คนละฝ่าย
ฟ่ง = กระเด็น
ขี้ดิน = พื้นดิน
บ่ = ไม่, ปฏิเสธ
ดนเติบ = นาน, นานประมาณหนึ่ง
เจ้ยเจิด = เฉียงพุ่งไปอย่างรวดเร็ว
ขี้ข้า = เป็นทาส, ต้อยต่ำ
ป่อง = ปล่อง, ร่อง

 

 

เพลงนี้มีที่มาจากภาษิตอีสานโบราณ 2 ภาษิต คือ

  • "คาดชิได้บินมาคือนกเจ่า คาดชิบ่ได้บินเจ้ยเจิดหนี" เป็นภาษิตที่ได้ยินบ่อยมากที่เปรียบเปรยถึงโชควาสนาของคน

    คาดสิได้ บินมาคือนกเจ่า คำว่า “คาดสิได้” หมายถึง โชค วาสนา ถึงคราวจะได้ คำว่า “บินมาคือนกเจ่า” หมายถึง ถึงคราวจะได้บุญ หรือ โชค ลาภ มันก็วิ่งเข้ามาหาเอง เห็นอย่างชัดเจน เหมือนนกเจ่าคอยาวสีขาว ในสมัยโบราณจะมีให้เห็นเยอะแยะ จนนำเปรียบเทียบเป็นผญาภาษิตสอนใจนี้ได้

    คาดสิบ่ได้ บินเจ้ยเจิดหนี คำว่า “คาดสิบ่ได้” หมายถึง ถึงคราวจะไม่ได้ ถึงคราวไม่มีโชคลาภ คำว่า “บินเจ้ยเจิดหนี” บินเจ้ย ลักษณะเป็นการบินเฉียงซ้ายหรือเฉียงไปทางขวา เจิด เป็นการบินที่ปีกนกทรงพลัง ไม่ต้องกระพือขึ้นลงเพียงแต่เหยียดตรง แล้วพุ่งไปข้างซ้ายหรือข้างขวาอย่างรวดเร็วโดยใช้แรงลมช่วย ประกอบกันกับเจ้ยให้เด่นชัดขึ้น หมายถึง ถ้าหาก ดวงไม่ดี ไม่มีโชค หรือวาสนาแล้ว ก็คือถึงคราวจะไม่ได้ มันก็จะวิ่งหนีเราอย่างรวดเร็ว พลาดหวังอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะตั้งหวังใจไว้มากเกินไป เวลาไม่สมหวังจึงคิดอย่างน้อยใจว่า ตัวเองเป็นคนดวงซวย บุญวาสนาโชคลาภ เหมือนติดปีกบินหนีหายไปหมด

    ความหมายโดยรวมของผญาภาษิตอีสานบทนี้คือ เป็นความเชื่อเรื่องดวง เรื่องโชค เรื่องวาสนา ซึ่งแต่ละคนมีไม่เท่ากัน ทางพุทธอาจเป็นการเชื่อเรื่อง “กฎแห่งกรรม” ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว อะไรประมาณนี้แหละครับ

  • "ใจประสงค์สร้าง กลางดงกะว่าท่ง ใจขี้คร้าน กลางบ้านกะว่าดง" ความหมายของภาษิตบทนี้คือ ถ้าใจสู้ (ขยัน ขันแข็ง) อยู่กลางป่ากลางดงก็เหมือนกลางทุ่ง (ไม่ต้องถากถางป่าให้ยาก ทำนาปลูกข้าวได้เลย) แต่ถ้าเกียจคร้าน แม้อยู่จะกลางหมู่บ้านก็เหมือนในกลางป่ารก ไม่สามารถหนีออกมาได้ (ท่ง = ทุ่ง, ทุ่งนา)

ความหมายของเพลงนี้โดยรวมก็คือ ไม่มีวาสนาเป็นเนื้อคู่ ได้แค่ชั่วคราวแล้วน้องก็โบยบินจากไปเหมือนนกเจ่านั่นเอง วาสนาของเงาะป่าที่ได้อยู่ใกล้รจนา แต่ไม่สามารถถอดรูปเงาะออกได้ ช้ำใจโดนพระอภัยมาชะแว๊บโฉบเอาไปเสียแล้ว... โดยเปรียบเทียบความสมหวังและผิดหวังเหมือนนกเจ่า ซึ่งบินผ่านตามาให้เห็นบ่อยกว่านกชนิดอื่นในเวลานั้น ก็อาจเป็นได้ เลยเปรียบการได้โชคลาภทรัพย์สินเงินทองหรือของมีค่า เหมือนนกเจ่าบินมาหา ถ้าเสียทรัพย์สินหรือเสียโชคลาภหรือของมีค่าต่าง ๆ ก็เหมือนนกเจ่าที่บินหนีจากไป...

 

redline

backled1

 

Loading...

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1